
เคยเห็นข่าวคนไทยติด “เสี่ยงโชค” ซื้อหวยกันปีละ 2.5 แสนล้านบาท แถมพบว่ามีกว่า 9 ล้านคนที่เสพติดหวย อ่านแล้วก็ต๊กกะใจ นี่ยังไม่รวมเสี่ยงโชคอย่างอื่นเช่น บอล-มวย หรืออะไรย่างไรอื่นอีกนะ ทำไมถึงมีความหวังอะไรกับเรื่องอะไรแบบนี้มากนัก?
เท่าที่เคยสำรวจจากคนทำงานที่รู้จักกัน ทำความสะอาดบ้าง คนขับรถแท็กซี่บ้าง แม้กระทั่งพนักงานออฟฟิศ มีหลายคนเล่นหวยกันงวดละกว่าพันบาทขึ้นไป บางคนสองสามพันเสียด้วยซ้ำ บางรายซื้อล็อตเตอรี่ เลขชุด อย่างต่ำๆ 500 บ้าง 1,000 บ้าง แต่พอให้ซื้อหนังสือดีๆอ่านเพื่อพัฒนาความรู้ความคิดเล่มละ 200-300 บาทไม่มีใครซื้อบ่นว่าแพง ขนาดหนังสือพิมพ์เล่มละ 10-20 ยังต้องคอยไปยืนแอบแง้มดู หรือรออ่านรวมในร้านอาหาร เห็นได้ชัดถึงค่านิยมและวิธีการให้ความสำคัญของคนในสังคม
ที่ชัดเจนเห็นกับตาคือจำนวนคนที่ไปมุงแผงล็อตเตอรี่ในวันใกล้ๆหวยออก แน่นราวกับแจกฟรียังไงยังงั้น พกความหวังกันเต็มปรี่ว่าจะต้องเป็นเศรษฐีในงวดนี้ นี่ก็จะใกล้วันที่ 16 อีกแล้วนะ ตรงกันข้ามกับแผงหนังสือที่อยู่ใกล้ๆคนโล่งโจ้ง เห็นแล้วก็ใจหาย ร้านขายหนังสือร้านใหญ่ๆแถวบ้านผม ตอนนี้ปรับตัวเหลือไปขายแค่ในตรอกแคบๆเล็กนิดเดียว หนังสือหัวต่างๆก็ทยอยปิดตัวลงไป
มีบางคนออกว่าเป็นเรื่องปกติของความเปลี่ยนแปลง หนังสือกลายเป็นแหล่งหาความรู้ในยุคไดโนเสาร์ แนวโน้มคนดูคอนเทนต์ในแท็บเล็ตกันหมดแล้ว
จะว่าถูกก็ถูกครับแต่ดูเหมือนจะถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะประเทศที่พัฒนาอื่นๆ กลับมีผลกระทบเรื่องนี้น้อยกว่า เพราะคนของเขายังรักการอ่านอยู่ แม้บางส่วนบ้างก็ตาม
เช้ามาคนยังต้องหาหนังสือพิมพ์อ่านกันบนรถไฟฟ้า พ็อคเก็ตบุ๊คยังขายได้ สื่อต่างๆ ร้านหนังสือ ก็ยังไม่เห็นต้องปิดตัวเป็นเบือเหมือนบ้านเรา
ข่าวการลดคนของสื่อต่างๆในบ้านเราออกมาทีไรก็ใจหายครับ แต่ไม่เห็นผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองหรือในรัฐบาลเราจะตกใจหาทางแก้หรือช่วยเหลือใดๆ หรือว่าเข้าทางอยากให้สื่ออ่อนแอพอดีอยู่แล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน
หากรัฐบาลตระหนักรู้เห็นความสำคัญและหาทางช่วยเหลือเท่าที่จะพอทำได้ อาจจะเป็นเรื่องการลดภาระค่าใช้จ่ายภาษีบางส่วน รณรงค์การอ่านหรือให้ความสำคัญกับการ “เรียนรู้” ด้วยตัวเองมากยิ่งขึ้น ให้รางวัลให้ทุนกับบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในวงการสื่อ
ถ้าสื่อมีความรู้มีคุณภาพก็จะสามารถถ่ายทอดต่อให้คนในสังคมได้ แทนที่จะเอาเงินไปแจกง่ายๆเหมือนหลายโครงการที่ผ่านมา เปลี่ยนมาเป็นช่วยให้อาหารสมองแก่คนในชาติบ้างดีกว่ามั้ย?
ทุกวันนี้ยอมซื้อกระดาษแผ่นเล็กๆแผ่นเดียวมีแต่ตัวเลขกับโอกาสรวยเพียง 1 ในล้าน ซื้อความฝันแต่ไม่ยอมซื้อความรู้ ลงท้ายซื้อฝันก็ได้แต่ความฝันวันยังค่ำ.






























