Home Sport 360 Sport Gadget จาก Sport Science ถึง Sport Innovation (ตอนแรก)

จาก Sport Science ถึง Sport Innovation (ตอนแรก)

วิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นการเอาคำสองคำมาผสมกัน นั่นคือ คำว่า “วิทยาศาสตร์” กับคำว่า “กีฬา”

วิทยาศาสตร์ หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ อาทิ อุปกรณ์, เครื่องมือ, เครื่องจักร, วัสดุ หรือแม้กระทั่งที่ไม่ได้เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ อาทิ ระบบหรือกระบวนการต่าง ๆ

ส่วน “กีฬา” ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง กิจกรรมหรือการเล่น เพื่อความสนุกเพลิดเพลิน เพื่อเป็นการบำรุงแรง หรือเพื่อผ่อนคลายความเคร่งเครียดทางจิต

จากความหมายของคำทั้งสองดังกล่าว เมื่อนำมาผสมกันแล้ว จึงกลายเป็น เทคโนโลยีทางการกีฬา ซึ่งหมายถึง การนำอุปกรณ์หรือเครื่องไม้ เครื่องมือมาใช้กับกิจกรรมการเล่นกีฬา หรือการออกกำลังกาย เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน และคุณประโยชน์ในด้านการส่งเสริมสุขภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

“วิทยาศาสตร์การกีฬา” หรือ “Sport Science” จึงหมายถึง วิทยาศาสตร์สาขาหนึ่ง ซึ่งใช้กำหนดทฤษฎีเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะและการเปลี่ยนแปลง อันเนื่องจากการฝึกซ้อมและการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องของการศึกษาปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ และการพัฒนาสมรรถภาพร่างกายของนักกีฬาอีกด้วย

วิทยาศาสตร์การกีฬาสามารถแบ่งย่อยออกได้ 6 สาขา กล่าวคือ

1. สรีรวิทยา

เป็นการศึกษาตำแหน่งแห่งหน และภาระหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ โดยจะมีการศึกษาร่วมกับศาสตร์ด้านอื่น ๆ อาทิ ร่วมกับวงวิชาการด้านเคมี เพื่อศึกษาเรื่องกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในร่างกาย, ร่วมกับแวดวงเทคโนโลยีโภชนาการ เพื่อจัดเตรียมอาหารสำหรับนักกีฬา หรือร่วมกับการเภสัชศาสตร์ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับยารักษา-สารกระตุ้นและฮอร์โมนเสริมทั้งหลาย

2. ชีวกลศาสตร์

เป็นการวิจัยถึงการเคลื่อนไหวร่างกายของนักกีฬา

3. จิตวิทยา

เป็นการศึกษาสภาพจิตใจในนักกีฬาที่มีสมรรถภาพทางกายพร้อมแล้ว ให้มีความพร้อมทางด้านจิตใจควบคู่กันไปด้วย

4. วิศวกรรมศาสตร์

เป็นการพัฒนาในส่วนของอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่นเครื่องทดสอบสมรรถภาพ, เครื่องป้องกันและบรรเทาอุบัติเหตุในสนาม ตลอดจนตัวอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันและฝึกซ้อม

5. วิทยาการคอมพิวเตอร์

ใช้สำหรับช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ เพื่อช่วยแนะนำและควบคุมการฝึกซ้อม

6. แพทยศาสตร์

เป็นการศึกษาถึงสถานการณ์บาดเจ็บต่าง ๆ เพื่อการปฐมพยาบาล, การรักษา และการฟื้นฟูสภาพร่างกาย

ขณะเดียวกัน วงการกีฬาระดับสากล ก็ได้จัดแบ่งชนิดกีฬา ออกเป็น 6 ประเภท เช่นกัน กล่าวคือ

1. Individual Sports หรือประเภทบุคคล อาทิ กรีฑา, ยิมนาสติก, ยกน้ำหนัก, ขี่ม้า, เพาะกาย

2. Precision Sports หรือ ประเภทเป้า อาทิ ยิงปืน, ยิงธนู, ฟันดาบ รวมถึงโบว์ลิ่ง, กอล์ฟ, สนุกเกอร์

3. Team Sports หรือประเภททีม อาทิ ฟุตบอล, บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล

4. Combat Sports หรือประเภทต่อสู้ อาทิ มวย, ยูโด, คาราเต้, เทควันโด้, มวยปล้ำ

5. Racquet Sports ประเภทไม้ตี เอาทิ เทนนิส, ปิงปอง, แบดมินตัน, เบสบอล, สควอช

6. Water Sports ประเภทกีฬาทางน้ำนานาชนิด

การนำเอาวิทยาการคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ มาประยุกต์ใช้กับวิทยาศาสตร์การกีฬา อาทิ การเก็บสถิติลงฐานข้อมูลหรือ Database และนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้วิเคราะห์เชิงสถิติด้วยคอมพิวเตอร์

เช่น การนำเอาสถิติของนักเบสบอลมาวิเคราะห์อย่างละเอียดยิบ ว่ากันตั้งแต่เริ่มหัดเล่นจนถึงแขวนเบส ผลลัพธ์ที่ได้จากการปรับประยุกต์ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์มาใช้กับนักเบสบอลดังกล่าว ก็คือ นักเบสบอลแทบจะเป็นซูเปอร์แมนเลย เพราะเขากางให้เห็นข้อมูลให้เห็นชนิดที่เรียกได้ว่า แทบจะทุกวินาทีเลยทีเดียว

เหตุดังนี้ โค้ชจึงสามารถรีดสมรรถนะสูงสุดของนักเบสบอลออกมา ควบคู่ไปกับการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Sport Science และ Sport Innovation นั้น มีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน

เพราะนอกเหนือไปจากเรื่องราวของแทคติก เทคนิค การเตรียมตัวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อม สุขภาพอนามัย อาหารการกิน และสถิติต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬาแล้ว นวัตกรรมทางการกีฬา ยังเป็นเรื่องของทฤษฎีกีฬาต่าง ๆ รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ และชุดแข่งด้วยนั่นเองครับ (โปรดติดตามตอนต่อไป)