Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง หงส์ระบมเจอโปรแกรมหฤโหด

หงส์ระบมเจอโปรแกรมหฤโหด

เพิ่งจะคว้าชัยชนะได้อย่างงดงาม 2 เกมติดต่อกัน สำหรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทั้งศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และพรีเมียร์ลีกกับ เบรนท์ฟอร์ด สด ๆ ร้อน ๆ แต่มีเวลาให้แฟน ๆ ดีใจได้ไม่นานหรอก เพราะโปรแกรมโหดหินกำลังกวักมือเรียกพวกเขาอยู่เบื้องหน้า ที่ต้องเตะอุตลุดไปหมดในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้า

ท่ามกลางปัญหาอาการบาดเจ็บของเหล่าผู้เล่นมากมาย อันโดนี่ อิราโอล่า จะผ่านมันไปได้อย่างไร?

แม้ฤดูกาลนี้จะเป็นปีที่ “หงส์แดง” สามารถดันนักเตะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้มากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้ง ลูอิส คูมาส, ริโอ เอ็นกูโมฮา, เทรย์ นีโยนี่, เจมส์ แม็คคอร์เนลล์ และ ลุค แชมเบอร์ส มีรายชื่อเป็นตัวจริงหรืออยู่บนม้านั่งสำรองบ่อยครั้ง ถือเป็นกำลังเสริมให้บอสจากสเปนได้เป็นอย่างดี แต่เรื่องของอาการเดี้ยงกลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งกองหลังที่ขาประจำห้องพยาบาลอย่าง คอเนอร์ แบรดลี่ย์, โจวานนี่ เลโอนี่ และล่าสุด เฌเรมี่ ฟริมปง เข้า ๆ ออก ๆ กันอยู่ตลอด ๆ หวาดเสียว โจ โกเมซ ถ้าถูกใช้นานหนัก ๆ จะตามไปในเร็ววัน

ขณะที่จุดอื่น ๆ ก็มีทั้ง เฟเดริโก้ เคียซ่า, โดมินิค โซบอสไล, ฮูโก้ อากิเตเก้ (เจ็บยาว) เรียกว่าแต่ละรายพักนานเกินคาด แถมมีเจ็บเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ

ไป ๆ มา ๆ อิราโอล่า ต้องทำงานโดยมีขุมกำลังที่ค่อนข้างจำกัดจำเขี่ยเป็นอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่เขาเอ่ยปากเรื่องนี้กับฝ่ายบริหารไปแล้วในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ยังต้องระวังอาการอ่อนล้าที่กำลังจะเริ่มเล่นงานนักเตะอย่าง โรนัล อเราโฮ่, เฌเรมี่ ชัคเค่ต์, เฟอร์กิล ฟานไดค์, โฟลเรียน เวียร์ตซ์ และ แบรดลี่ย์ บาร์โคล่า ซึ่งกรำศึกหนักทั้งกับสโมสรและทีมชาติ พวกเขาต้องการคนมาสลับฉาก สับเปลี่ยนหมุนเวียน แต่ดูท่าแล้ว หาคนที่มีคุณภาพใกล้เคียงในทีมน่าจะยาก

ส่วนหนึ่งก็ต้องโทษแมตช์ทีมชาติที่เปลี่ยนระบบการจัดการแข่งขัน มาเล่นกันถี่ยิบในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เลยทำให้บรรดานักเตะทีมชาติในยุโรปร่างกายพังกันหมด

ลองไปดูโปรแกรมเตะอันแสนจะหนักอึ้งในช่วงนี้ของ “หงส์แดง” กันดีกว่าครับ

17 ต.ค. ชนะ เบรนท์ฟอร์ด (เยือน)   พรีเมียร์ลีก

20 ต.ค. พบ บียาเรอัล (เหย้า)   แชมเปี้ยนส์ลีก

25 ต.ค. เจอ ไบรท์ตัน (เหย้า)   พรีเมียร์ลีก

28 ต.ค. พบ เชลซี (เหย้า)   คาราบาวคัพ

1 พ.ย. เจอ อาร์เซนอล (เหย้า)   พรีเมียร์ลีก

5 พ.ย. พบ เฟเนบาเช่ (เยือน)   แชมเปี้ยนส์ลีก

8 พ.ย. เจอ คริสตัล พาเลซ (เยือน)   พรีเมียร์ลีก

คิวในพรีเมียร์ลีกนั้น เจอไบรท์ตัน ทีมที่กำลังฟอร์มแรงอยู่อันดับที่ 3 ในตาราง แล้วยังต้องต่อด้วยการเล่นลีกคัพ กับทีมใหญ่อย่าง เชลซี นั่นเท่ากับว่าจะไม่สามารถพักนักเตะได้มากนัก

ก็ต้องภาวนาให้มีเกมที่ยิงขาดและสามารถผ่อนได้บ้างในถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก รวมทั้งอย่ามีนักเตะเจ็บเพิ่มอีก

เท่านั้นยังไม่พอนะครับ คิวต่อไปหลังยูฟ่าเดย์ ก็เข้มข้นไม่แพ้กัน

22 พ.ย. เจอ แมนฯ ยูไนเต็ด (เหย้า)   พรีเมียร์ลีก

25 พ.ย. พบ คลับ บรูกก์ (เยือน)   แชมเปี้ยนส์ลีก

29 พ.ย. เจอ เอฟเวอร์ตัน (เยือน)   พรีเมียร์ลีก

3 ธ.ค. พบ ซันเดอร์แลนด์ (เหย้า)   พรีเมียร์ลีก

5 ธ.ค. เจอ เชลซี (เยือน)   พรีเมียร์ลีก

จากนั้นก็ลากยาวไปจนถึงสิ้นปี รวมแล้วเฉพาะในเดือนธันวาคม ลิเวอร์พูล ต้องลงโม่แข้งถึง 7 แมตช์!

นี่ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อสำคัญของกุนซือชาวสเปน ว่าจะใช้กลเม็ดเด็ดพรายอะไร ในการ โรเตชั่น สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนตัวผู้เล่นให้พอใช้งานอย่างเหมาะเจาะ เพื่อรักษาความหวังบนเส้นทางทั้ง 3 ถ้วยคือ พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ลีกคัพ

แต่ที่แน่ ๆ ไม่มี “ตัวช่วย” ใด ๆ เลย เพราะเดือนมกราคม (วันตลาดนักเตะเปิดรอบสอง) ยังอยู่อีกยาวไกล

ขอให้นายโชคดี อิราโอล่า!.