Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย รถคาร์ทเต็มฟีด!

รถคาร์ทเต็มฟีด!

ภาพจาก FB: 2W Karting

ไถฟีดบนโลกโซเชียลในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ เลื่อนไปทางไหนก็เจอแต่ดราม่ารถคาร์ทเยาวชน TrueVisions – TOYOTA Junior Kart Championships 2026 เต็มฟีด! กลายเป็นประเด็นร้อนแซงทุกข่าวไปหน้าตาเฉยครับ

พูดถึงรถคาร์ท ยอมรับว่าเด็กยุคนี้ขับกันเก่งมาก วันก่อนผมลองไปขับเล่นที่ Gerbinkart แถวสายไหม กะลงไปโชว์ฟอร์มขับให้เด็กดูเสียหน่อย สรุปโดนเด็กสิบขวบต้น ๆ เสียบแซงหายเข้าโค้งไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งผมรอบละ 2-3 วินาที จังหวะกดคันเร่งของเด็กยุคนี้ซ้อมกันจริงจัง เช่นเดียวกับน้อง ๆ รุ่น 8-9 ขวบ ที่ลงแข่งในรายการที่ว่านี้

ประเด็นสำคัญตอนนี้ หากตัดเรื่องวิวาทะบนโลกออนไลน์จากกองเชียร์ทั้ง 2 ฝั่งออกไป (ซึ่งตอนนี้เลยเถิดกันไปไกลมากกก) ก็คือเรื่องกติกาว่าด้วย “เสื้อสูบ” ที่ใช้ซึ่งเป็นรุ่นเก่านั้นสามารถใช้ได้หรือไม่ หากดูจากเอกสารและคำชี้แจงของ DT Motorsport ไม่มีข้อความใดที่ห้าม แต่หากดูจากเอกสารโครงการซึ่งเป็นภาษาไทย ก็แน่นอนว่ารถและเครื่องยนต์ของทุกคันต้องเหมือนกันเป๊ะ! ซึ่งการเปลี่ยนเสื้อสูบจะไม่สามารถทำได้

ถ้ายึดกติกาแบบแรก หากไม่ได้เขียนห้ามไว้ชัดเจน ไม่ได้ระบุปีผลิต แล้วมีทีมช่างเอาอะไหล่ปีลึกมาใช้ จะนับเป็นการโกงกติกาหรือไม่? หรือถือว่าทีมงานทำการบ้านในการตีความของกฎ ซึ่งในมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก เส้นแบ่งตรงนี้บางเฉียบ เพราะหน้าที่ของทีมแข่งย่อมต้องการให้รถมีสมรรถนะดีที่สุดอยู่แล้ว

แต่ที่ดราม่ารอบนี้ยิ่งทวีความดุเดือดขึ้นไปอีกอาจเป็นเพราะ “ใครเป็นคนประท้วง” ผมเห็นด้วยกับความเห็นของ “ติ๊งโน้ต” ฐิติพงศ์ วโรกร อดีตนักบิดระดับโมโตทูนะครับ ที่บอกว่า “การสงสัยในเครื่องยนต์ของเด็กที่ได้ที่ 1 มันควรเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ ไม่น่าเป็นประเด็นอะไร หรือที่มันเป็นประเด็น เพราะคน (แค่) ไม่ชอบพ่อของเด็กคนนั้น” ซึ่งล่าสุดโน้ตโดนทัวร์ลงกับความเห็นนี้ไปเรียบร้อย

ตามสิทธิ์ คุณพ่อมีสิทธิ์ตามกติการ้อยเปอร์เซ็นต์ครับ แต่เครดิตและความน่าเชื่อถือ มันตอกย้ำเรื่องภาพลักษณ์ชัดมาก หากในข่าวที่ผ่านมา ภาพจำเดิมที่สังคมรับรู้ ต่อให้ใช้สิทธิ์ตามกฎก็โดนด่า และรวมไปถึงจังหวะประท้วงดันไปเบรกพิธีรับถ้วย ปล่อยให้เด็ก 8 ขวบยืนค้างเติ่งก่อนขึ้นโพเดียม กระแสสังคมเลยยิ่งถาโถมซ้ำเข้าไปอีก

ผมยกตัวอย่าง พี่พีท ทองเจือ ที่ออกมาให้ความเห็นนี้ผ่านไทยรัฐ ซึ่งก็เป็นความเห็นกลาง ๆ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหน แต่กระแสโซเชียลส่วนใหญ่ชื่นชมไปในทิศทางเดียวกันครับ คือ พี่พีทหล่อ! (ฮา ๆ) เอาจริง ๆ ครับความเห็นของพี่พีทมาจากต้นทุนความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่พูดในฐานะพ่อและนักแข่งที่คลุกคลีกับวงการมอเตอร์สปอร์ตมาทั้งชีวิต

ซึ่งในมุมเดียวกันครับ หากคนที่ออกมาพูดประโยคแบบเดียวกัน เป็นคนที่มีภาพลักษณ์ที่คนเขาไม่ชอบอยู่แล้ว หรือแม้แต่คนทั่วไปที่ไม่มีใครรู้จักบนโซเชียล สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือใครก็ตามที่ยกกติกาข้อบังคับขึ้นมาพูด จะถูกสังคมมองทันทีว่า พยายามหาข้ออ้างเข้าข้างฝั่งผู้ใหญ่ แล้วจะถูกผลักให้อยู่ขั้วตรงข้ามทันที่ นี่เป็นสิ่งที่ผมสัมผัสได้ครับ

อย่างไรก็ดี ในเคสนี้ยังมีอีกตัวละครที่ยังไม่มีความเคลื่อนไหว (นับถึงที่ผมเขียนคอลัมน์อยู่ตอนนี้ พุธที่ 14 ต.ค. 69) คือ ผู้จัด กับ ร.ย.ส.ท. ที่ยังไม่มีบทสรุปออกมา โดยเฉพาะผู้จัดที่ถูกสังคมตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการให้เด็ก ๆ ได้ฉลองโมเมนต์นั้นไปก่อน ที่สำคัญน้อง ๆ นักแข่งทุกคนที่ล้วนมีแพชชัน ไม่รู้เรื่องเสื้อสูบด้วยแน่นอน

แต่ท้ายที่สุด เมื่อฝั่งผู้ประท้วงยอมถอยด้วยการออกมาโพสต์ชัดเจนว่าแคร์ความรู้สึกเด็ก ๆ ทุกคน เรื่องนี้ก็เริ่มมองเห็นทางออกที่สวยงามขึ้นครับ คงต้องปล่อยให้เรื่องเสื้อสูบเป็นบทเรียนของฝ่ายจัดไปเคลียร์กติกาให้ขาด แต่สำหรับน้อง ๆ วันหน้าพวกเขาอาจจะเป็นเพื่อนร่วมทีมที่พาทีมไทยไปสู่มอเตอร์สปอร์ตระดับโลกก็เป็นได้ครับ