กลายเป็นข่าวดังขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อมิจฉาชีพคนดังในตำนาน “โปเต้ นักจะแกง” กลับมาปรากฏตัวในรายการดัง แม้ว่าในรายการเจ้าตัวจะพยายามอำพรางตัวตนด้วยการสวมหน้ากากอนามัยปิดไปครึ่งหน้าและสวมหมวก แต่ก็มีชาวเน็ตตาดีสังเกตเห็นว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่เคยก่อเรื่องเมื่อหลายปีก่อน หลังจากนั้น ชาวเน็ตก็พากันขุดวีรกรรมเก่า ๆ ของเจ้าตัวขึ้นมาแฉ โดยหนึ่งในวีรกรรมสุดแสบที่ชาวเน็ตเจอในปีนี้ คือการแอบอ้างว่าเป็นสมาชิกใน ราชสกุล “ยุคล” และมีสุกลยศชั้น “หม่อมหลวง” ชื่อที่ใช้ก็คือ หม่อมหลวง ศุภกฤต (ยุคล) ปภาดาอนันท์สกุล ณ อยุธยา
อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล (คุณชายอดัม) และทางราชสกุลได้ออกมายืนยันซ้ำเรียบร้อยแล้วว่า บุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นสมาชิกในราชสกุลยุคล โดยมีการใช้การแต่งกายที่ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมถึงการตัดต่อภาพและใช้ AI แต่งภาพให้ดูสูงศักดิ์ ใช้เก้าอี้ รวมถึงเครื่องประกอบฉากที่จำลองลักษณะของพระอนุวงศ์หรือเจ้านายชั้นสูง เพื่อแอบอ้างเป็นบุคคลสำคัญเท่านั้น
และที่น่าสนใจก็คือ การใช้สร้อยต่อท้ายนามสกุลว่า “ณ อยุธยา” นั้น ก็ผิดหลักการใช้ด้วย เพื่อให้มีหลักในการสังเกตและเป็นความรู้ Tonkit360 จึงได้รวบรวมระเบียบการใช้สร้อยต่อท้ายนามสกุล ณ อยุธยา ว่ามีที่มาอย่างไร และจริง ๆ แล้วมีระเบียบการใช้อย่างไร
ณ อยุธยา เดิมคือ ณ กรุงเทพ
ข้อมูลจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ให้ความรู้เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของการใช้สร้อยต่อท้ายนามสกุล ว่าเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ “ประกาศเพิ่มเครื่องหมายนามสกุลสำหรับราชตระกูล” มีพระราชดำริถึงนามสกุลที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่ผู้ที่สืบต่อจากราชตระกูลลงมาโดยสายต่าง ๆ นั้น ต่อไปภายหน้านามสกุลเหล่านี้อาจไปปะปนกับนามสกุลสามัญ จนไม่อาจทราบได้ว่า นามสกุลใดเป็นนามสกุลสำหรับราชตระกูล เพราะไม่มีเครื่องหมายเป็นที่สังเกต
และเนื่องจากมีพระราชดำริที่จะดำรงนามสกุลสำหรับราชตระกูลให้ยืนยงอยู่ชั่วกัลปาวสาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า บรรดานามสกุลซึ่งได้ทรงขนานพระราชทานแก่ผู้สืบสายราชตระกูลนั้น ให้มีคำว่า “ณ กรุงเทพ” เพิ่มท้ายนามสกุลนั้น และห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่มิได้สืบสายราชตระกูลใช้คำ “ณ กรุงเทพ” เป็นนามสกุลหรือต่อท้ายนามสกุลของตน แม้แต่ผู้ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตพิเศษให้ใช้นามสกุลสำหรับราชตระกูลได้ จะเติมคำ “ณ กรุงเทพ” ลงด้วยไม่ได้
ต่อมา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2468 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ “ประกาศแก้เครื่องหมายนามสกุลสำหรับราชสกุล” ความว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้สืบสายแต่ราชสกุลใช้คำว่า “ณ กรุงเทพ” ต่อท้ายนามสกุลนั้น มีพระราชดำริว่า คำว่า “กรุงเทพ” นั้น เป็นคำที่ใช้นำหน้านามมหานครซึ่งเป็นราชธานี คือ ใช้ว่า “กรุงเทพมหานครบวรทวาราวดีศรีอยุธยา” เป็นนามของพระนครศรีอยุธยาเมื่อครั้งเป็นราชธานี และใช้คำว่า “กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์” เป็นนามของพระมหานครราชธานีในปัจจุบัน ดังนั้น คำว่า “กรุงเทพ” จึงมีความหมายถึงราชธานี 2 แห่ง โดยไม่แน่ชัดว่าเป็นแห่งใด
และเนื่องจากพระบรมราชวงศ์นี้ เดิมเป็นสกุลอันมหาศาลที่มีมาตั้งแต่สมัยที่พระนครศรีอยุธยาเป็นราชธานี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนจาก “ณ กรุงเทพ” มาเป็น “ณ อยุธยา” ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2468 ซึ่งตรงกับวันมหาจักรี
หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การมีสร้อยต่อท้ายนามสกุลว่า “ณ อยุธยา” นั้น เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายแยกนามสกุลของราชสกุลออกจากนามสกุลของสามัญชน หลังจากที่ ในสมัยรัชกาลที่ 6 เริ่มประกาศใช้พระราชบัญญัติขนานนามสกุล พระพุทธศักราช 2456 ที่กำหนดให้คนไทยทุกคนต้องมีชื่อตัวและชื่อสกุล เป็นหลักฐานในการระบุตัวตน รูปพรรณสัณฐาน รวมถึงเทือกเถาเหล่ากอว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เดิมให้เติมคำว่า “ณ กรุงเทพ” ต่อท้ายราชสกุลในปี พ.ศ. 2458 กระทั่งรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนจาก “ณ กรุงเทพ” เป็น “ณ อยุธยา” เพื่อสะท้อนว่าต้นราชวงศ์จักรีสืบเชื้อสายมาจากขุนนางในสมัยอยุธยา
ระเบียบการใช้ ณ อยุธยา
สิ่งที่ต้องจำให้ดีก็คือ ตามกฎหมายไทย สร้อยท้าย “ณ อยุธยา” ถือเป็นสิทธิ์เฉพาะของผู้ที่สืบเชื้อสายโดยชอบธรรมผ่านทางบิดา (สายบุรุษ) ของราชสกุลเท่านั้น บุคคลทั่วไปไม่สามารถนำคำว่า “ณ” ไปตั้งนำหน้าหรือต่อท้ายนามสกุลเองได้ตามใจชอบ
ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้ คือ
- ผู้สืบสายโลหิตจากราชสกุลในพระบรมราชวงศ์จักรี ที่มิได้มีสกุลยศเป็นหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวง (สามัญชนทั่วไป มีคำนำหน้านามตามปกติเช่นสามัญคือ เด็กชาย เด็กหญิง นาย นางสาว)
- สตรีสามัญชนที่สมรสกับชายผู้เป็นเจ้า (ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป) จะใช้คำนำหน้าว่า “หม่อม” ตามด้วยนามสกุล ใช้สร้อย “ณ อยุธยา” ต่อท้ายนามสกุลด้วย
- สตรีสามัญชนที่สมรสกับชายที่เป็นหม่อมราชวงศ์ หรือหม่อมหลวง ต้องใช้สร้อย “ณ อยุธยา” ต่อท้ายนามสกุลด้วย
- การใช้สร้อย “ณ อยุธยา” ต่อท้ายนามสกุล ใช้สำหรับผู้ที่สืบเชื้อสายจากราชสกุลฝ่ายบุรุษเท่านั้น
ผู้ที่ไม่ต้องใช้ คือ
- ผู้ที่มีสกุลยศบอกฐานันดรศักดิ์อยู่แล้ว เช่น พระองค์เจ้า หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวง (เนื่องจากศักดิ์ในราชตระกูลปรากฏชัดเจนแล้ว)
- สตรีผู้มีเชื้อสายราชสกุล เมื่อแต่งงานกับสามัญชนและเปลี่ยนไปใช้สกุลสามี
- ทายาทของสายราชสกุลที่เป็นสตรีนำนามราชสกุลของตนมาใช้ได้ แต่ใช้สร้อย “ณ อยุธยา” ไม่ได้
- บุตรบุญธรรม หรือบุคคลทั่วไป (เว้นแต่จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต)
สร้อยต่อท้ายนามสกุล “ณ อยุธยา” อาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนทั่วไป แต่การมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ก็น่าจะดีกว่า เพราะมีประโยชน์ในการใช้สังเกตชื่อและนามสกุลของบุคคล




























