
บอกแล้ว! ว่าช่วงนี้ซีรีส์แนวกฎหมายเขามาแรง เกาหลีจัดเสิร์ฟต่อเนื่องแบบไม่พักเลย ห่างหายไปได้ 3-4 สัปดาห์ พอให้เรื่องเก่าที่ความยาวประมาณ 8-12 ตอนออนแอร์จบ งานในแวดวงกฎหมายก็กลับมาคืนจออีกครั้ง อย่างซีรีส์ในวันนี้ก็เหมือนกัน เป็นซีรีส์แนวกฎหมาย-แฟนตาซี ใช่! แฟนตาซี ทว่าพระเอก-นางเอกไม่ได้มีชีวิตที่สองที่สาม สามารถย้อนเวลากลับมามีชีวิตใหม่อะไรแบบนั้นนะ แต่ตัวละครหลักที่เป็นทนายความดันต้องทำงานกับลูกความที่เป็น “ผี” น่ะสิ! จะว่าไปพล็อตมันก็คุ้น ๆ อยู่นะ เมื่อปีที่แล้วก็มีซีรีส์อยู่เรื่องหนึ่งที่พระเอกเป็นทนายและว่าความให้ลูกความผีเหมือนกัน ถึงจะทะแม่ง ๆ แต่ก็ไว้ใจเกาหลีว่าเขาคงไม่เล่าพล็อตซ้ำหรอก
Phantom Lawyer หรือชื่อภาษาไทย ทนายผีเข้าผีออก (ดูซับไทยถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ viu) เล่าเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ของทนายความหนุ่มคนหนึ่ง ที่มุ่งมั่นสอบทนายความจนติดเพื่อกู้คืนศักดิ์ศรีให้ครอบครัว และได้เป็นทนายความในวัยที่ค่อนข้างช้า เขาคือคนที่รับสภาพหนักที่สุด ตั้งแต่พ่อที่เป็นอัยการ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุปริศนา แถมยังจากไปแบบมีมลทินมัวหมอง ทิ้งร่องรอยด่างพร้อยไว้ที่ภรรยาและลูก ๆ เขาที่ตั้งใจจะทำงานในแวดวงกฎหมายให้ได้จึงต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่โลกมองเขา การที่เขาใช้นามสกุลพ่อ และพ่อยังถูกตราหน้าว่าเป็นอัยการฉ้อฉลมาจนถึงทุกวันนี้ ไปสมัครงานเป็นทนายความที่สำนักงานกฎหมายไหนก็ถูกปฏิเสธทุกที่ โดยที่ล่าสุดและที่สุดท้าย คือที่ที่เขาเจ็บใจมากที่สุด นั่นทำให้เขาตัดสินใจเปิดสำนักงานกฎหมายเป็นของตัวเอง

ด้วยความที่เขาไม่มีทุน เขาจึงแอบขโมยเงินแม่มาเปิด และนั่นก็ทำให้เขามีทางเลือกไม่มากด้วย เขาจึงขอแค่สถานที่ที่มีวิวที่สามารถมองเห็นศาลได้อย่างชัดเจนในราคาประหยัดก็พอ จนมาลงตัวที่ห้อง 501 ตึกอ๊กชอน ตึกเก่าสุดซอมซ่อ แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นตำหนักร่างทรงมาก่อน เขาพยายามยกเลิกสัญญา ทว่านายหน้าเอาเรื่องเงินแม่เขามาขู่ เขาเลยจำต้องใช้ที่นี่เป็นสำนักงานต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าไปใช้งานพื้นที่นั้น จู่ ๆ เขาก็กลายเป็นคนที่เห็นผี และจำต้องเป็นที่พึ่งของเหล่าดวงวิญญาณ ด้วยการรับงานคดีความจากบรรดาผีที่ตายอย่างไม่เป็นธรรม คดีต่าง ๆ ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับชีวิตที่ไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ทุกผลลัพธ์ย่อมมีสาเหตุ มันต้องมีสาเหตุแน่นอนที่เขาเห็นผี สิ่งหนึ่งที่คนดูรู้แล้วแต่ตัวเขายังไม่รู้ก็คือ ชีวิตของเขาถูกเชื่อมโยงกับสำนักร่างทรงมานานแล้ว และสำนักร่างทรงที่ว่า ก็คือสำนักงานของเขาในเวลานี้ ที่แม่ของเขาเคยใช้เป็นที่พึ่งทางใจตอนที่พ่อของเขาเสียชีวิต ดังนั้น มันต้องมีความเกี่ยวข้องกันแน่ ๆ สาเหตุที่เขาเห็นผี และการที่เขาต้องเข้าไปพัวพันกับคดีต่าง ๆ ของลูกความผี ที่ทนายความฝั่งคู่กรณีมักจะเป็นสำนักงานกฎหมายยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ที่มีทนายความสาวฝีมือดีทำงานอยู่!
ไม่ว่าจะเคยมีชีวิตที่งดงามและยอดเยี่ยมแค่ไหน คนตายก็พูดไม่ได้ ฆาตกรจึงมั่นใจว่าจะซ่อนความผิดของตัวเองได้อย่างแนบเนียน ปัญหาคือความคิดนั้นมันเป็นการเข้าใจผิด เพราะการที่มองไม่เห็นไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่จริง
ที่แหละคือ point หลักของซีรีส์เรื่องนี้ ที่ทำให้เราจำเป็นต้องมีทนายความหนุ่ม “ชินอีรัง” มาคอยรับฟังเรื่องราวที่ไม่เป็นธรรม ทวงคืนบทลงโทษที่สาสมให้กับบรรดาฆาตกร และแก้แค้นแทนคนตายที่พูดไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่มีพลังที่จะแก้แค้นด้วยตนเองและไม่รู้วิธีด้วย!

ส่วนตัวคิดว่าเคสคดีย่อย ๆ ในซีรีส์เรื่องนี้น่าจะเป็นคดีฆาตกรรมเกือบทั้งหมดนะ (ส่วนจะตั้งใจฆ่าหรือไม่ได้ตั้งใจ อันนั้นเป็นอีกเรื่อง) เพราะซีรีส์เปิดเรื่องด้วยการแนะนำตัวละครหลักมาแบบนี้ และสำนักงานนักสืบของพระเอกก็มีงานเข้ามารัว ๆ ตลอด 1 ปีเพราะเหล่าลูกความผีนี่แหละ ซึ่งความน่าสนใจก็คือ ลูกความผีที่ปรากฏให้พระเอกเห็นและขอความช่วยเหลือในเรื่องนี้ จะเปิดตัวมาแบบผีความจำเสื่อมก่อน พวกเขาจะล่องลอยไปมาแบบเท้าไม่ติดพื้น จนกว่าพระเอกจะตามหาตัวตนเจอว่าผีตนนี้เป็นใคร ชื่อแซ่อะไร และเกิดวันที่เท่าไร เมื่อนั้นความทรงจำก่อนตายทุกอย่างของลูกความผีก็จะไหลทะลักคืนสู่เจ้าตัวทั้งหมด ความทรงจำเหล่านั้นจะกลายเป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญให้พระเอกได้ตามสืบคดีต่อไป
นี่คิดว่าจริง ๆ แล้ว ดวงวิญญาณพวกนี้อาจจะตั้งใจมาหาร่างทรงเพื่อขอให้เป็นที่พึ่ง จากการที่พวกเขาตายโดยไม่เป็นธรรมมากกว่า แต่ดันมาเจอพระเอกที่นี่แทน เพราะที่นี่เป็นสำนักร่างทรงเก่า มียันต์จำนวนมากถูกแปะทิ้งไว้รอบสำนักงาน ไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร และเมื่อผีพวกนั้นตายไปอย่างเป็นปริศนา ญาติคนเป็นก็มาหาร่างทรงเพื่อหาทางออกด้วยความเชื่อ และมียันต์ที่เป็นตัวแทนของคนตายติดเอาไว้ นั่นเลยทำให้ดวงวิญญาณจะมาโผล่ที่ห้อง 501 ก่อน แต่ด้วยปัจจุบันห้องนี้เป็นสำนักงานกฎหมายของพระเอกที่แอบขโมยเงินแม่มาเปิด 555 พวกผีก็เลยเจอทนายความแทนร่างทรง

Phantom Lawyer เปิดเรื่องมา 3 อีพี เล่าจบไปแล้ว 1 เคส ซึ่งเป็นเคสของอดีตนักเลงกลับตัวคนหนึ่งที่เข้าผ่าตัดรักษาอาการนอนกรน ด้วยความผิดพลาดทางการแพทย์ หมอผ่าตัดทำคนไข้ตายคาเตียงผ่าตัด แต่ไม่อยากรับผิดว่าตัวเองประมาทจนทำคนตาย จึงพยายามจะโทษว่าการตายของคนไข้เป็นผลมาจากประวัติสุขภาพที่ผ่าตัดหัวใจมาตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเลงเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แถมยังกล่าวโทษว่าคนตายมีพฤติกรรมหยาบคาย คุกคาม ข่มขู่ บุคลากรทางการแพทย์ และทำให้เขากลายเป็นคนเลวขึ้นไป โดยกล่าวหาว่าเขามีพฤติกรรมแบบนี้ที่บ้านด้วย ส่วนในเคสที่ 2 ที่กำลังดำเนินอยู่ เป็นเรื่องราวของเด็กสาวม.ปลาย ที่มีความฝันอยากเป็นไอดอล ก่อนตายเธอเป็นเด็กฝึกเตรียมเดบิวต์ของค่ายเพลงค่ายหนึ่ง เธอถูกพบว่าฆ่าตัวตาย ด้วยการกระโดดลงมาจากดาดฟ้าตึกต้นสังกัด

จุดร่วมของเคสย่อยในซีรีส์เรื่องนี้ คือการที่ฆาตกรพยายามจะปกปิดความผิดของตัวเอง เมื่อคิดว่าตัวเองได้ทำลาย “พยานปากเอก” ซึ่งก็คือเหยื่อไปแล้ว ฆาตกรก็เข้าใจว่าความจริงที่เกิดขึ้นในตอนนั้นจะถูกฝังกลบไปด้วย แต่การปิดปากเหยื่อ ≠ ปิดตายความจริง หลายอย่างที่มองไม่เห็น ก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริงหรือไม่เคยมีอยู่ โดยเฉพาะ “ชีวิตหนึ่ง” ที่เคยมีอยู่ในเวลานั้น และรู้เห็นอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก่อนที่พวกเขาจะตาย ซีรีส์แนวแฟนตาซีแบบนี้ คือการทำให้ “ผี” ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น ไม่ได้ยินในสิ่งที่พวกเขาตะโกนบอก และเป็นร่างไร้วิญญาณที่พูดไม่ได้ในโลกจริง ได้กลับมามีเสียงอีกครั้ง นี่แหละคือการทำงานของพระเอก เขาต้องทำงานกับทุกสิ่งที่ผีรู้ เพื่อเปิดโปงความจริงที่เกิดขึ้นในตอนนั้น และเอาคนผิดเข้าคุก ไปรับโทษที่ตัวเองก่อ
ไม่ว่าจะทนายหรือร่างทรง ก็เป็นคนที่รับฟังเรื่องไม่เป็นธรรมเหมือนกันนี่ครับ
ที่สัปดาห์นี้ตัดสินใจเลือกดูซีรีส์เรื่อง Phantom Lawyer ก็เพราะว่าเรื่องมันดูน่าสนใจนี่แหละ ทนายความที่มาเปิดสำนักงานกฎหมายใหม่ที่สำนักร่างทรงเก่า จู่ ๆ ก็เห็นผี แถมยังผีเข้าผีออกอีก (เข้าใจเลยว่าทำไมชื่อไทยตั้งชื่อเรื่องว่า ทนายผีเข้าผีออก เพราะผีเข้า ๆ ออก ๆ ไม่เลือกเวลา 555) มันค่อนข้างน่าทึ่งนะที่ตัวซีรีส์เขาจับเอาอาชีพสองอาชีพ อย่าง “ทนายความ” และ “ร่างทรง” เข้ามาผูกโยงให้เกี่ยวข้องกันได้ โดยใช้ “ผีที่ตายอย่างไม่เป็นธรรม” เข้ามาเป็นตัวกลางในการดำเนินเรื่องและสร้างสีสันความฮา ให้พาร์ตการว่าความในชั้นศาลมันดูไม่เครียดจนเกินไป มีกลิ่นอายความเป็นคอเมดี้ที่น่ารักดี ยิ่งคาแรกเตอร์ของ “ยูยอนซอก” เรื่องนี้อปป้าโคตรแตกต่างจาก When The Phone Rings โดยเฉพาะในอีพี 3 ที่คุณลุงทนายโดนผีนักเรียนม.ปลายเข้าสิง อย่างฮา 555

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องบอกตามตรงว่าทีแรกแอบกังวลนิดหน่อยว่าพล็อตมันจะคล้ายกับซีรีส์เรื่องหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว เพราะเรื่องนั้นพระเอกก็เป็นทนายความและต้องรับว่าความให้กับเหล่าลูกความที่เป็นผีด้วย ทว่าพอได้เปิดดูจริง ๆ รายละเอียดมันแตกต่างกันอยู่พอสมควร Oh My Ghost Clients จะเฉพาะเจาะจงกว่า เน้นไปที่คดีและกฎหมายแรงงานโดยเฉพาะ เพราะพระเอกเป็นทนายความคดีแรงงาน ส่วนลูกความคือผีที่เป็นอดีตลูกจ้างขององค์ใดองค์กรหนึ่ง และเสียชีวิตจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงาน การทำงานในสถานประกอบการที่ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย หรือลูกจ้างที่ถูกกลั่นแกล้งในที่ทำงาน ฯลฯ
เรื่องนี้พระเอกเป็นทนายความที่รับทำคดีทั่วไป ตัวเขามีเบื้องหลังชีวิตที่ค่อนข้างน่าเศร้าอย่างที่เล่าไปในตอนต้น แต่เขาก็อดทนสู้ชีวิตมาโดยตลอด กระทั่งวันหนึ่ง เมื่อเขาจับพลัดจับผลูมาเปิดสำนักงานกฎหมายในห้องที่มีประวัติเป็นสำนักร่างทรงเก่า และต้องเริ่มทำงานให้กับผีที่มีความทรงจำที่เจ็บปวดอย่างที่สุดในวันตาย เขาก็เริ่มค้นพบว่าการเป็นทนายความ ว่าความคืนความเป็นธรรมให้กับคนตาย และใช้ข้อกฎหมายคืนความยุติธรรมให้กับคนเป็นซึ่งเป็นครอบครัวของคนตายนั้น มันมีจุดร่วมบางอย่างที่คล้ายกับการเป็นร่างทรง นั่นก็คือ การเป็น “พื้นที่รับฟังความทุกข์” ของคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม

แม้ว่าสองอาชีพนี้จะมีวิธีการและเครื่องมือที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ตัวซีรีส์ทำโครงเรื่องเอาไว้ค่อนข้างดีเลยนะ “เมื่อกฎหมายของคนเป็น มาบรรจบกับความแค้นฝังลึกของคนตาย” มันยิ่งทำให้เรามองเห็นความคล้ายคลึงกันระหว่างทนายความและร่างทรง ที่ทำหน้าที่ “เป็นตัวกลาง” รับฟังเรื่องไม่เป็นธรรมหรือสิ่งที่อธิบายไม่ได้เหมือนกัน “ทนายความ” รับฟังเรื่องราวเพื่อหาช่องทางสู้ด้วย “ข้อกฎหมาย” เพื่อคืนความยุติธรรมในเชิงโครงสร้างและทางกายภาพ ส่วน “ร่างทรง” รับฟังเรื่องราวเพื่อหาทางออกด้วย “ความเชื่อ” เพื่อคืนความสงบสุขในเชิงจิตวิญญาณและความรู้สึก ในวันที่คนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งรู้สึกเสียเปรียบ คับขัน สิ้นหวัง หาคำตอบไม่ได้ พวกเขาอาจแค่ต้องการใครสักคนมารับฟังความทุกข์และบอกกับพวกเขาว่า สิ่งที่พวกเขาเจอมามันไม่ยุติธรรมและฉันมีวิธีช่วย มันเป็นวิธีการเยียวยาในเบื้องต้นที่สำคัญมาก

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเข้าใจว่าจุดต่างของสองอาชีพนี้ที่ชัดเจนที่สุด คือ “วิธีจัดการกับความไม่เป็นธรรม” ทนายความ ทำงานบนระบบของกฎหมาย หลักฐาน และข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ เป้าหมายก็เพื่อเปลี่ยนผลลัพธ์บางอย่างในโลกจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความยุติธรรม การชนะคดี การลดโทษ หรือการเรียกร้องสิทธิใด ๆ เช่น เวลาที่เราไม่ได้รับความเป็นธรรม เราจะต้องการทนายความเพื่อพิสูจน์ความจริงที่ถูกบิดเบือน ขณะที่ ร่างทรง ทำงานบนความเชื่อ ประสบการณ์เหนือธรรมชาติ และศรัทธาเฉพาะบุคคล โดยเป้าหมายมักเป็นการเยียวยาทางใจ การให้ความหมายในสิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ และคลายความไม่แน่นอน ในเวลาที่เรารู้สึกว่าชีวิตพังพินาศโดยหาสาเหตุไม่ได้ เราจะต้องการร่างทรงเพื่ออธิบายถึงกรรมหรือลิขิตที่มองไม่เห็น มันพิสูจน์ได้ยาก แต่ให้ความสบายใจได้
เพราะฉะนั้น หน้าที่ของคนสองคนนี้ มีบทบาทที่ช่วยทำให้ความทุกข์ของคนเราถูกพูดออกมาเหมือนกัน แต่อาจแตกต่างกันระหว่าง “ความยุติธรรมที่จับต้องได้” กับ “ความสบายใจทางจิตวิญญาณ”

จากที่เคยคิดว่าเริ่มจะเบื่อซีรีส์เกาหลีแนวกฎหมาย ที่พักหลัง ๆ จ่อลงจอมาติด ๆ กันหลายเรื่องซะเหลือเกิน ช่วงนี้วนเวียนอยู่แค่ทนายความ ผู้พิพากษา อัยการ (แถมตำรวจให้อีกหนึ่งก็ได้) แต่ก็ต้องยอมเปิดใจเพราะพล็อตเรื่องมันไม่เหมือนกันเลย ใครจะไปคิดว่าแค่อาชีพในแวดวงกฎหมาย สามารถเล่าฉีกออกเป็นประเด็นนั้นประเด็นนี้ได้เยอะแยะมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งทำงานกับผี 555 (ทนายทำงานกับผี ไล่ ๆ กันก็มี 2 เรื่องแต่ก็ไม่เหมือนกันอยู่ดี) ก็นะ! อาชีพนี้มันทำงานกับสังคม แล้วคนในสังคมมันร้อยพ่อพันแม่อะ มันเลยมีประเด็นให้เล่นเป็นร้อยเป็นพันแบบ ตอนแรกก็รู้สึกเนือยที่ว่ากฎหมายอีกแล้วเหรอ ไป ๆ มา ๆ คิดว่าลองโฟกัสที่พล็อตดีกว่าว่าเรื่องต้องการจะนำเสนออะไร มันก็เลยไม่แย่ซะทีเดียว แล้ว Phantom Lawyer ก็ทำได้ดีด้วย เพียงแต่เล่าเรื่องตัดฉับไปนิด
ส่วนตัว ชอบการที่ Phantom Lawyer แตกย่อยความไม่ยุติธรรมออกเป็น 2 สาย คือไม่ยุติธรรมแบบรูปธรรม ที่คนถูกฆ่าตายทั้งคนแต่ฆาตกรเกือบจะลอยนวล เพราะไม่มีโอกาสได้สู้ทางกฎหมาย ไม่ก็พยายามสู้อยู่แต่ดันเพลี่ยงพล้ำ กับความไม่ยุติธรรมแบบนามธรรมที่เป็นความรู้สึกของผู้ตาย ที่เขาก็มีอะไรข้างหลังอีกตั้งมากมายที่ยังอยากทำ แต่ต้องมาตายไปแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว ตอนโผล่มาขอความช่วยเหลือจากพระเอก จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าก่อนตายตัวเองเป็นใคร มันคือความเจ็บปวดและความเคียดแค้นที่พวกเขาทำอะไรเองไม่ได้ จึงต้องหวังพึ่งคนเป็นที่มีอาชีพทนาย ใช้กฎหมายปลดเปลื้องความไม่ยุติธรรมให้กับพวกเขา และเยียวยาจิตใจให้กับทั้งคนเป็นที่ยังต้องสู้ชีวิตกันต่อไป และคนตายที่จะได้ไปยังที่ที่พวกเขาจะสงบสุขได้เสียที 👻






























