Home Work & Living Living ลำดับพระอิสริยศักดิ์และลำดับโปเจียมราชวงศ์ไทยปัจจุบัน

ลำดับพระอิสริยศักดิ์และลำดับโปเจียมราชวงศ์ไทยปัจจุบัน

ภาพจาก The Grand Palace

ในราชสำนักไทย “ลำดับพระอิสริยศักดิ์” เป็นเครื่องกำหนดขั้นบุคคลในราชวงศ์ตามระดับสกุลยศ (โดยกำเนิด) หรือพระอิสริยยศ (ที่ได้รับการสถาปนา) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกำหนดใช้คำราชาศัพท์ตามธรรมเนียมพระยศ การกั้นพระเศวตฉัตรหรือฉัตรหักทองขวาง ธงประจำพระอิสริยยศ ตราและธงประจำพระองค์ เครื่องราชอิสริยยศราชูปโภค ตลอดจนการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ลำดับพระอิสริยศักดิ์

มีด้วยกัน 5 ลำดับ ดังนี้

ลำดับที่ 1 พระบาทสมเด็จ

พระอิสริยศักดิ์ในลำดับนี้ ใช้กับ “พระมหากษัตริย์” หรือ “พระเจ้าแผ่นดิน” ซึ่งเป็นองค์พระประมุขสูงสุดของแผ่นดิน ปัจจุบันคือ

  • พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ลำดับที่ 2 สมเด็จพระบรม

พระอิสริยศักดิ์ในลำดับนี้จะรองลงมาจากพระบาทสมเด็จ มักจะใช้กับ “พระราชินี” หรือบุคคลที่ได้รับการสถาปนาจากพระมหากษัตริย์ ปัจจุบันคือ

  • สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

ลำดับที่ 3 สมเด็จเจ้าฟ้า

คือสกุลยศที่ใช้กับพระราชโอรสหรือพระราชธิดาของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งตามโบราณราชประเพณี สมเด็จเจ้าฟ้า มีทั้งชั้นเอก (ประสูติแต่พระอัครมเหสี) และชั้นโท (ประสูติแต่พระภรรยาเจ้าชั้นอื่น) หรือได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพิเศษภายหลัง ปัจจุบันคือ

  • สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
  • ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (โดยพระกำเนิดตามสกุลยศเดิมคือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี แม้จะลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรส แต่รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เกียรติยศพิเศษ ให้ทรงดำรงฐานะเป็นพระราชธิดาในพระมหากษัตริย์ และในรัชกาลปัจจุบันก็ทรงเป็นพระโสทรเชษฐภคินีของพระมหากษัตริย์ พระองค์จึงทรงได้รับการปฏิบัติและใช้คำราชาศัพท์ในชั้น “สมเด็จเจ้าฟ้า” เสมอมา)
  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
  • สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

ลำดับที่ 4 พระองค์เจ้า

คือสกุลยศที่ใช้กับพระราชโอรสหรือพระราชธิดาของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งมีพระมารดาเป็นพระสนมเอก พระสนม หรือสามัญชน และอีกกรณี คือพระโอรสหรือพระธิดาของลำดับชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า ปัจจุบันคือ

  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์
  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ
  • พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล

ลำดับที่ 5 หม่อมเจ้า (ม.จ.)

คือสกุลยศที่ต่ำที่สุดและพระอิสริยยศชั้นสุดท้ายในบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ โดยปกติจะใช้เรียกพระโอรสหรือพระธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้ากับสามัญชน หรือพระโอรสหรือพระธิดาในพระองค์เจ้ากับสามัญชน ในรัชกาลนี้ เช่น

  • หม่อมเจ้าจรูญฤทธิเดช ชยางกูร
  • หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์
  • พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล
  • หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล
  • หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล
  • หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
  • หม่อมเจ้านภดลเฉลิมศรี ยุคล

ราชสกุล

หม่อมราชวงศ์ (ม.ร.ว.) และหม่อมหลวง (ม.ล.) ถือเป็น สามัญชน ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ และมิได้จัดอยู่ในพระอนุวงศ์ แต่ถูกจัดอยู่ในราชสกุล หรือผู้สืบเชื้อสายในราชสกุล

ลำดับโปเจียมราชวงศ์ไทยปัจจุบัน

ส่วนลำดับโปเจียม คำว่า “โปเจียม” สันนิษฐานว่ามาจากภาษาจีน อันแปลได้ว่า ลำดับก่อน-หลัง ดังนั้น ลำดับโปเจียมแห่งราชอาณาจักรไทย จึงหมายถึงธรรมเนียมที่พระบรมวงศานุวงศ์ จะมีลำดับการเสด็จพระราชดำเนิน ทรงพระดำเนิน หรือดำเนินก่อนหลังกัน หรือประทับยืน-นั่งเป็นลำดับกัน ตามฐานะในพระราชวงศ์

ในราชสำนักจะยึดทั้ง “สกุลยศ” (มาแต่กำเนิด) และ “อิสริยยศ” (ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้น รวมถึงการทรงกรม) เป็นหลักในการจัดแถว อย่างไรก็ตาม การที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นศูนย์กลางอำนาจ การจัดลำดับโปเจียมในงานพิธีหลวง โดยเฉพาะงานพระราชพิธีและรัฐพิธี จะให้ความสำคัญกับ “ความใกล้ชิดกับองค์พระมหากษัตริย์ปัจจุบัน” สูงมาก ทำให้นอกเหนือจากลำดับอิสริยศักดิ์แล้ว ลำดับโปเจียมอาจมีบุคคลอื่นที่ไม่ได้อยู่ในอิสริยศักดิ์ 5 ลำดับรวมอยู่ด้วย (สามัญชน) เพราะถือว่าเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีความใกล้ชิดกับพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลปัจจุบัน

ดังนั้น หากจะไล่เรียงลำดับโปเจียมของพระบรมวงศานุวงศ์ที่ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ในปัจจุบัน จากการสังเกตการจัดลำดับพระนามในข่าวพระราชสำนัก ลำดับโปเจียมจะเป็นดังนี้ ไล่ไปจนถึงลำดับชั้นหม่อมเจ้า

  • ลำดับโปเจียม 1 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • ลำดับโปเจียม 2 สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี (พระอัครมเหสีในพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลปัจจุบัน จากการสถาปนาพระอิสริยยศ โดยโปเจียมลำดับที่ 2 มักเป็นพระอัครมเหสีของพระมหากษัตริย์เสมอ)
  • ลำดับโปเจียม 3 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (พระโสทรกนิษฐภคินี (น้องสาว) ได้รับพระบรมราชโองการสถาปนาพระอิสริยยศพิเศษในสมัยรัชกาลที่ 9 เป็น “สยามบรมราชกุมารี” รับพระราชบัญชาเสมอกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข) – ปัจจุบันทรงกรมชั้น “กรมสมเด็จพระ” เพื่อเฉลิมพระนามาภิไธยให้สูงขึ้น มิใช่การสถาปนาเจ้าต่างกรมแบบโบราณ เพราะพระเกียรติยศที่มีอยู่เดิมสูงกว่าเจ้าต่างกรมไปแล้ว
  • ลำดับโปเจียม 4 สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (พระโสทรกนิษฐภคินี (น้องสาว) เป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชั้นเอก ลูกหลวง ตามสกุลยศ พระราชธิดาในรัชกาลที่ 9 และพระอัครมเหสี – สมเด็จพระบรมราชินีนาถ)
  • ลำดับโปเจียม 5 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (พระโสทรเชษฐภคินี (พี่สาว) เป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชั้นเอก ลูกหลวง โดยพระกำเนิดตามสกุลยศเดิม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (พระราชธิดาในรัชกาลที่ 9 และพระอัครมเหสี – สมเด็จพระบรมราชินีนาถ) ที่แม้จะลาออกจากฐานันดรศักดิ์ เพื่อสมรส แต่รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เกียรติยศพิเศษ ให้ทรงดำรงฐานะเป็นพระราชธิดาในพระมหากษัตริย์ และในรัชกาลปัจจุบันก็ทรงเป็นพระโสทรเชษฐภคินีของพระมหากษัตริย์ พระองค์จึงทรงได้รับการถวายพระเกียรติและใช้ราชาศัพท์ในทางปฏิบัติเสมอด้วยธรรมเนียมเดียวกับสมเด็จเจ้าฟ้าเสมอมา
  • ลำดับโปเจียม 6 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ (เป็นพระองค์เจ้าชั้นโท อดีตพระวรราชชายา เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้รับพระราชทานเกียรติยศรั้งตำแหน่งสูงเป็นกรณีพิเศษ) – ปัจจุบันทรงกรมชั้น “กรมหมื่น”
  • ลำดับโปเจียม 7 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา (จากการสถาปนาพระอิสริยยศโดยพระบรมราชวินิจฉัย ขึ้นเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชั้นเอก ลูกหลวง เนื่องจากพระมารดาไม่ได้ดำรงตำแหน่งพระอัครมเหสีในขณะนั้น)
  • ลำดับโปเจียม 8 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร (จากการสถาปนาพระอิสริยยศโดยพระบรมราชวินิจฉัย ขึ้นเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชั้นเอก ลูกหลวง เนื่องจากพระมารดาไม่ได้ดำรงตำแหน่งพระอัครมเหสีในขณะนั้น)
  • ลำดับโปเจียม 9 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ (เป็นพระองค์เจ้าชั้นโท พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และเป็นพระภาคิไนย (หลานลุง) ในรัชกาลปัจจุบัน)
  • ลำดับโปเจียม 10 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ (เป็นพระองค์เจ้าชั้นโท พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และเป็นพระภาคิไนย (หลานลุง) ในรัชกาลปัจจุบัน)
  • ลำดับโปเจียม 11 ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน (พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และเป็นพระภาคิไนย (หลานน้า) ในรัชกาลปัจจุบัน ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษฝ่ายในและเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 2 จึงมีคำนำหน้าชื่อเป็น “ท่านผู้หญิง”)
  • ลำดับโปเจียม 12 ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน (พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และเป็นพระภาคิไนย (หลานน้า) ในรัชกาลปัจจุบัน ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษฝ่ายในและเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 2 จึงมีคำนำหน้าชื่อเป็น “ท่านผู้หญิง”)
  • ลำดับโปเจียม 13 ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม (พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ในรัชกาลที่ 9 และเป็นเป็นพระภคินี (ลูกพี่ลูกน้อง) ในรัชกาลปัจจุบัน)
  • ลำดับโปเจียม 14 พลโทหญิง เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี (บาทบริจาริกา – พระสนมเอก พระอิสริยยศ เจ้าคุณพระ)
  • ลำดับโปเจียม 15 พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล (พระองค์เจ้าชั้นตรี เป็นพระราชปนัดดา (เหลน) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้รับสถาปนา ยกจากหม่อมเจ้าขึ้นเป็นพระองค์เจ้า)
  • ลำดับโปเจียม 16 หม่อมเจ้าจรูญฤทธิเดช ชยางกูร (พระราชนัดดา (หลานปู่) ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่มีพระชนม์ชีพอยู่เป็นองค์สุดท้าย)
  • ลำดับโปเจียม 17 หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ (เป็นพระราชปนัดดา (เหลน) ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4)
  • ลำดับโปเจียม 18 พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล (เป็นพระราชปนัดดา (เหลน) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5)
  • ลำดับโปเจียม 19 หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล (เป็นพระราชปนัดดา (เหลน) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5)
  • ลำดับโปเจียม 20 หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล (เป็นพระราชปนัดดา (เหลน) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5)
  • ลำดับโปเจียม 21 หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (เป็นพระราชปนัดดา (เหลน) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5)
  • ลำดับโปเจียม 22 หม่อมเจ้านภดลเฉลิมศรี ยุคล (เป็นพระราชปนัดดา (เหลน) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5)

เมื่อพิจารณาลำดับโปเจียมที่ปรากฏ จะพอเห็นรูปแบบที่ชัดเจนว่า เป็นการยึดให้ “พระมหากษัตริย์” เป็นศูนย์กลาง จึงมีบุคคลที่ตามธรรมเนียมแล้วเป็นสามัญชน แต่ลำดับโปเจียมอาจอยู่สูงกว่าลำดับอิสริยยศ (กรณีท่านผู้หญิงพลอยไพลินและท่านผู้หญิงสิริกิติยา ที่ในทางกฎเกณฑ์โบราณราชประเพณีเดิม “หม่อมเจ้า” ซึ่งเป็น “เจ้า” ย่อมต้องอยู่ก่อน “ท่านผู้หญิง” ซึ่งเป็น “สามัญชน” และเจ้าคุณพระสินีนาถ ซึ่งเป็น “สามัญชน” เช่นเดียวกัน ทว่าลำดับโปเจียมสูงกว่า พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล และหม่อมเจ้าอีกหลายพระองค์) เกณฑ์สำคัญที่จัดลำดับโปเจียมเช่นนี้ สามารถอธิบายได้ว่ายึดเอา “พระบรมราชวินิจฉัยและการจัดลำดับโปเจียมตามเกณฑ์สายสัมพันธ์ใกล้ชิดในรัชกาลปัจจุบัน” มาก่อน เมื่อสิ้นสุดลำดับพระอิสริยศักดิ์ชั้นพระองค์เจ้าในราชสกุลมหิดลแล้ว ทั้ง 3 ท่านจึงได้รับการจัดลำดับโปเจียมไว้ในลำดับถัดมา

นั่นทำให้ กรณีของท่านผู้หญิงพลอยไพลินและท่านผู้หญิงสิริกิติยา ซึ่งมีสถานะเป็น “พระนัดดา-พระภาคิไนย” (หลานตา-หลานน้า) ในสองรัชกาล คือ พระนัดดาในรัชกาลที่ 9 (หลานตา) และพระภาคิไนยในรัชกาลปัจจุบัน (หลานน้า) ธิดาของพระโสทรเชษฐภคินี (พี่สาว) โดยถือเป็นหลานสายตรง อาจสะท้อนให้เห็นถึงการถวายพระเกียรติของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นกรณีพิเศษ จึงมีการสถาปนาเกียรติยศเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ จากการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษฝ่ายในและเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 2 ให้แก่ทั้งสองท่าน ซึ่งถือเป็นเกียรติยศชั้นสูงสำหรับฝ่ายใน ส่วนกรณีเจ้าคุณพระสินีนาถ เป็นสามัญชนที่มีสถานะเป็นบาทบริจาริกา ตำแหน่งสนมเอก ในรัชกาลปัจจุบัน

จากรูปแบบดังกล่าว สามารถสังเกตได้ว่า แม้ทั้ง 3 ท่านจะจัดเป็นสามัญชน แต่มีความใกล้ชิดกับองค์พระมหากษัตริย์ผู้เป็นศูนย์กลาง มากกว่าเจ้านายชั้นพระองค์เจ้าและหม่อมเจ้าในสายราชสกุลอื่น (ทั้งสายราชสกุลชยางกูร ภาณุพันธุ์ หรือยุคล) ทำให้เจ้านายชั้นพระองค์เจ้าและหม่อมเจ้าเหล่านั้นทรงเป็นเพียง “พระอนุวงศ์” ในรัชกาลปัจจุบัน ดังนั้น จึงสามารถพิจารณาหลักเกณฑ์การจัดลำดับโปเจียมพระบรมวงศานุวงศ์ในรัชกาลปัจจุบันได้ ดังนี้

  1. ให้พิจารณาความใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันเป็นลำดับแรก

ให้จัดลำดับตามระดับความเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน โดยเรียงจากผู้ที่มีความใกล้ชิดที่สุดไปยังผู้ที่มีความใกล้ชิดน้อยกว่า ภายในกลุ่มเดียวกันนี้ให้พิจารณาตามลำดับพระอิสริยยศ ทั้งนี้ ให้รวมถึงพระมเหสี พระชายา อดีตพระชายา ตลอดจนบุคคลผู้ได้รับพระเกียรติยศพิเศษที่มีความเกี่ยวข้อง “โดยตรง” กับพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันด้วย

  1. ให้พิจารณาพระอิสริยยศของสายพระวงศ์ที่ห่างออกไป

เมื่อสิ้นสุดการพิจารณาบุคคลในกลุ่มที่มีความใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันแล้ว ให้เรียงลำดับตามชั้นพระอิสริยยศของสายราชวงศ์ที่ห่างออกไป โดยผู้มีพระอิสริยยศสูงกว่าย่อมอยู่ในลำดับก่อนผู้มีพระอิสริยยศต่ำกว่า เช่น พระองค์เจ้าย่อมอยู่ก่อนหม่อมเจ้าเสมอ

  1. ให้พิจารณาจากความอาวุโสของสายรัชกาล

ในกรณีที่มีพระอิสริยยศเสมอกัน ให้พิจารณาจากความอาวุโสของสายสืบเชื้อสาย โดยสายที่สืบเนื่องจากพระมหากษัตริย์ในรัชกาลที่เก่ากว่าย่อมอยู่ในลำดับก่อนสายที่สืบเนื่องจากพระมหากษัตริย์ในรัชกาลที่ใหม่กว่า

  1. ให้พิจารณาความใกล้ชิดทางรุ่นต่อพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นต้นสาย

เมื่อเป็นบุคคลในสายรัชกาลเดียวกัน ให้พิจารณาระดับชั้นของการสืบเชื้อสายจากพระมหากษัตริย์ต้นสาย โดยผู้ที่อยู่ในรุ่นใกล้กว่า เช่น พระราชนัดดา (หลาน) ย่อมอยู่ในลำดับก่อนพระราชปนัดดา (เหลน) และผู้สืบเชื้อสายในรุ่นถัดไปตามลำดับ (ทว่ามักสิ้นสุดความเป็นเจ้าลงที่ชั้นหม่อมเจ้าแล้ว)

  1. ให้พิจารณาลำดับอาวุโสของสายพี่น้อง เมื่อสืบเชื้อสายภายในราชสกุลเดียวกัน

เมื่อเป็นบุคคลที่สืบเชื้อสายจากพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน อยู่ในรุ่นเดียวกัน และสังกัดราชสกุลเดียวกัน ให้พิจารณาตามลำดับอาวุโสของต้นสาย กล่าวคือ ผู้สืบเชื้อสายจากบุตรของพี่คนโต ย่อมอยู่ในลำดับก่อนผู้สืบเชื้อสายจากบุตรของพี่คนรอง และผู้สืบเชื้อสายจากบุตรของน้องคนเล็ก ตามลำดับ

  1. ให้พิจารณาอายุเป็นเกณฑ์สุดท้าย

หากบุคคลอยู่ในสายสืบเชื้อสายเดียวกัน มีสถานะ และลำดับสายสกุลเทียบเท่ากันทุกประการ สืบเชื้อสายจากพระบิดาคนเดียวกัน ให้จัดลำดับตามความอาวุโสโดยกำเนิด กล่าวคือ ผู้ที่มีอายุมากกว่าย่อมอยู่ในลำดับก่อนผู้ที่มีอายุน้อยกว่า

โดยสรุป ลำดับโปเจียมเป็นลำดับที่สะท้อนการถวายพระเกียรติและความใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการจัดลำดับพระนามในข่าวพระราชสำนักและพระราชพิธีต่าง ๆ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ทั้ง 6 ประการข้างต้นเป็นข้อสังเคราะห์จากการศึกษารูปแบบดังกล่าว มิใช่หลักเกณฑ์ที่มีการประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ แต่สามารถใช้อธิบายลักษณะการจัดลำดับที่ปรากฏในทางปฏิบัติได้อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับธรรมเนียมที่พบในปัจจุบัน