Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Shin’s Project เรื่องหย่าศึกคนหยุมกัน ให้บอกเถ้าแก่ Shin!

Shin’s Project เรื่องหย่าศึกคนหยุมกัน ให้บอกเถ้าแก่ Shin!

ผ่านไปอีก 1 สัปดาห์ ในที่สุดก็เวียนมาถึงวันเสาร์อีกเสาร์ที่ต้องวุ่นวายอยู่กับคอลัมน์ชะนีติดซีรีส์ ยอมรับเลยนะว่าเมื่อก่อนตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้มาพร่ำเพ้อพรรณนาเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องใหม่ที่เปิดดู ถ้าไม่ได้ประทับใจผู้ชายในซีรีส์เป็นหลัก ก็จะเป็นเรื่องของเนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดตามไปจนจบ (จริง ๆ มันควรจะเป็นเนื้อเรื่องหรือเปล่านะ!?) แต่หลัง ๆ มานี้รู้สึกลุ้นจนเหนื่อยทุกครั้งเวลาจะเปิดซีรีส์เรื่องใหม่ขึ้นมาดู หลังจากที่เจอซีรีส์ท่าดีแต่ทีเหลวไป 2 เรื่องติด ๆ กัน และหลายเรื่องก่อนหน้านี้ก็ออกแนวพอดูได้เพลิน ๆ สนุกดีแต่ไม่ถึงขั้นติดงอมแงม ซึ่งก็คือจำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกสนุกบวกตื่นเต้นจัด ๆ เวลาดูซีรีส์เกาหลีนั้น เรื่องล่าสุดที่ให้ความรู้สึกนั้นได้คือเรื่องไหน

แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเริ่มมองเห็นความหวังบ้างแล้ว จากที่จวนเจียนจะได้ผิดหวัง 3 เรื่องติดในรอบ 3 สัปดาห์ แต่ในที่สุดก็มีซีรีส์เรื่องที่ช่วยดึงความรู้สึกฉันให้พ้นจากปากหลุมได้เสียที จริง ๆ Shin’s Project ใน 2 อีพีแรกก็อาจจะยังไม่ได้สนุกแบบชวนติดงอมแงมขนาดนั้นหรอก แต่มันเริ่มทำให้ฟีลตื่นเต้นในการดูซีรีส์กลับมาบ้างแล้ว อาจเพราะว่าเป็นซีรีส์ที่เราไม่ได้มีความรู้สึกคาดหวังอะไรเลยด้วยมั้ง เลยไม่ผิดหวัง แล้วก็รู้สึกว่าเรื่องมันน่าติดตามดี ที่สำคัญ เป็นซีรีส์ที่เราดึงมาดูแบบแก้ขัด เพราะทีแรกเปิดอีกเรื่องหนึ่งดูไปแล้วประมาณครึ่งตอนของตอนแรกได้ ทว่าดันอดทนกับความเนิบนาบหน่วง ๆ สไตล์เมโลดราม่าไม่ไหว (ซีรีส์ไม่ผิดหรอก นี่ผิดเองที่ท้าทายระบบ) เลยไหวตัวทัน

ภาพจาก FB: tvN drama

Shin’s Project เป็นซีรีส์ที่หาซับไทยถูกลิขสิทธิ์ดูได้ 2 ช่องทาง คือที่ viu มีชื่อภาษาไทยสุดเจ๋งว่า มิสเตอร์ชินรับจบ 555 และที่ TrueVisions NOW มีชื่อภาษาไทยว่า เถ้าแก่ชินหัวใจจัดให้ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “คุณชิน” หรือที่คนแถวนั้นเรียกแกว่า “เถ้าแก่ชิน” อดีตนักเจรจาในตำนานที่มีอยู่เพียงไม่กี่คนในเกาหลี เมื่อ 15 ปีก่อนเกิดอะไรขึ้นยังไม่มีใครรู้ แต่หลังจากนั้น เขาได้ผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านสำนักงานใหญ่ไก่ทอด ร้านไก่ทอดเล็ก ๆ ในชุมชน ถึงแม้จะเปลี่ยนอาชีพแล้วแต่ก็ยังไม่วายมีประชาชีมาขอความช่วยเหลือ เรียกเขาไปเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งเล็กและใหญ่อยู่เสมอ จนไม่ต่างอะไรกับเป็นฮีโร่ประจำชุมชนเลย

ทั้งที่เถ้าแก่เป็นคนที่เกลียดการเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น เกลียดการเป็นตัวปัญหา และเกลียดการทำงานที่ไม่ได้เงิน แต่เขาไม่เคยหลีกเลี่ยงสถานการณ์ความขัดแย้งของบรรดาชาวบ้านได้เลย และก็ต้องจำใจช่วยเหลือพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง และที่แย่ที่สุด คือคำขอสุดน่ารำคาญจากหัวหน้าผู้พิพากษาที่น่าจะเป็นสหายเก่า ที่ชอบมามอบหมายงานนอกศาลให้เขาเป็นประจำ หลัก ๆ คือการหยุดการทะเลาะวิวาทของคู่กรณี การเจรจาไกล่เกลี่ยให้ยอมความก่อนเรื่องถึงศาล รวมถึงการมอบพนักงานประจำร้านไก่ทอดคนใหม่ให้ฝึกงาน ซึ่งเขาคนนี้มีตำแหน่งเป็นถึงผู้พิพากษาหน้าใหม่ ทั้งที่เถ้าแก่ก็มีเด็ก part time ที่มีหน้าที่คอยส่งไก่ให้ลูกค้า (และเป็นสายสืบจำเป็น) อยู่คนหนึ่งอยู่แล้ว

ภาพจาก FB: tvN drama

จากซีรีส์ที่ไม่คาดหวังอะไรเลยในลอตใหม่นี้ แต่ 2 ตอนที่ดูมาดันเดินเรื่องดีเกินคาด ตัวเรื่องเล่าผสมผสานเรื่องของกฎหมายกับความขัดแย้งในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว เมื่อความขัดแย้งบางอย่างมันจำเป็นต้องใช้กฎหมายเข้ามาช่วย แต่บางเรื่องมันจะดีกว่าหรือไม่ ถ้ามันสามารถจบได้นอกศาลโดยที่ win-win ทั้ง 2 ฝ่าย และไม่ต้องไปเสียเวลาทำให้มันเป็นคดีความใหญ่โต ซึ่งใช้เวลาพิจารณานาน และต้องเสียหายระหว่างทางกันอีกเยอะ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือเป็นซีรีส์ที่ดูแล้วต้องสั่งไก่ทอดมากินตาม ดีนะที่เถ้าแก่แกแค่ไก่ทอด ค่อยหากินง่ายหน่อย ถ้าล่อเมนูอลังการแบบใน Bon Appétit, Your Majesty นี่คนดูคงอกแตกตาย เพราะไม่รู้จะไปหากินจากที่ไหน 555

นายรู้ไหมว่าอะไรน่ากลัวกว่ากฎหมาย

เป็นอีกครั้งที่ซีรีส์เกาหลีจับตัวละครหลัก 2 คน 2 คาแรกเตอร์ที่มีความคิด ความเชื่อ อุดมการณ์ และประสบการณ์ที่แตกต่างกันให้มาเป็นพาร์ตเนอร์เพื่อถ่วงดุลกันในการทำงาน แต่ยอมรับเลยนะว่าจากบรรดาหลาย ๆ คู่ที่ผ่านมา รู้สึกอินกับคู่นี้สุดแล้วมั้ง เพราะตัวพระเอกเองก็ไม่ได้อวดดี แสดงมุมอีโก้สูงเสียดฟ้าจนทำตัวหยาบคาย หรือทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วจนน่าหมั่นไส้ ส่วนคุณชิน ผู้ที่ต้องมาสวมบทเป็นนายจ้างจำเป็นของผู้พิพากษามือใหม่ ก็ไม่ได้บึ้งตึงใส่เด็กมันขนาดนั้น เลยมีแค่ช่วงแรก ๆ ที่ความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้ดูน่าอึดอัด ก็นะ! คนหนึ่งกำลังสับสนชีวิต เป็นผู้พิพากษาแท้ ๆ แต่ดันต้องมาทำงานในร้านขายไก่ทอด ส่วนอีกคนก็ปวดประสาทกับการต้องรับเด็กเส้นจากศาลมาฝึกงาน

ภาพจาก FB: tvN drama

ตั้งแต่ช่วงกลาง ๆ ของอีพีแรก คนดูจะเห็นว่า 2 คนนี้สามารถทำงานเข้าขากันได้อย่างดี แล้วก็ไม่ค่อยปะทะคารมชวนอึดอัดกันเท่าไรแล้วด้วย ซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาการในทางดีที่เร็วกว่าเรื่องอื่นเยอะ แต่สิ่งที่ทั้งคู่ยังไม่ลงรอยกันง่าย ๆ ก็คือ ประเด็นเกี่ยว “กฎหมาย” ต้องบอกแบบนี้ว่าพระเอกเนี่ย อดีตคือนักเรียนระดับหัวกะทิที่ตั้งใจร่ำเรียนอย่างหนัก โพรไฟล์หรูหราหมาเห่าโฮ่ง ๆ เป็นที่หนึ่งของชั้นที่โรงเรียนตำรวจ สอบเนติบัณฑิตผ่านตั้งแต่อายุยังน้อย แถมได้เป็นผู้พิพากษาคนแรกของรุ่น และที่ได้เข้าไปทำงานในศาล เขาก็สอบเข้ามาได้ด้วยคะแนนสูงสุด ดังนั้น สำหรับเขาแล้ว กฎหมายคือชีวิต กฎหมายคือสิ่งที่จัดการชีวิตมนุษย์ให้เป็นระเบียบ และตัวเขาเองก็ยึดมั่นในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

ภาพจาก FB: tvN drama

คนโพรไฟล์แบบเขา แทนที่จะได้ทำงานในศาล ได้ขึ้นพิจารณาคดีเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลในการทำงานวันแรก ดันจับพลัดจับผลูกลายมาเป็นพนักงานสัญญาจ้างร้านไก่ทอดซะงั้น จากการเป็นเด็กฝากของหัวหน้าผู้พิพากษาคนดัง ต้องมาทำงานกับเจ้าของร้านไก่ทอดผู้เต็มไปด้วยปริศนา แถมยังรับทำงานแปลก ๆ อย่างการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของคู่ขัดแย้งทางกฎหมายให้จบก่อนที่เรื่องถึงศาลอีก ตัวเขาที่ต้องรับมือกับหัวหน้าคนใหม่ ก็เอาแต่อ้างข้อกฎหมายนั่นนี่ตามทฤษฎีที่ตัวเองเรียนมา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ค่อย ๆ เรียนรู้ว่าถึงกฎหมายจะเป็นตัวควบคุมความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม แต่มันไม่จำเป็นที่จะต้องอ้างกฎหมายในทุกเรื่อง และบางเรื่องกฎหมายก็จัดการไม่ได้

ภาพจาก FB: tvN drama

พระเอกเป็นเด็กใหม่ไฟแรงที่ในหัวมีแต่ทฤษฎี บวกกับความเก่ง ความฉลาดที่มีเป็นทุนส่วนตัวมาแต่เดิม แต่เรื่องประสบการณ์จากการปฏิบัตินั้นเขาแทบจะเป็นศูนย์ การได้มาทำงานกับคุณชิน ถือเป็นการฝึกประสบการณ์ของเขาให้ได้เจอกับของจริง ของจริงที่จะเปิดโลกของเขา และทำให้เขาเห็นอย่างกระจ่างว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบนโลก มันไม่ได้มีอยู่แค่ในศาล หรือในเอกสารนับพันนับหมื่นหน้าที่ถูกนำมากองไว้บนบัลลังก์ ที่สำคัญ คือเขาจะได้เรียนรู้ว่าการใช้ชีวิตตามกฎหมายโดยที่ไม่รู้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน มันเป็นปัญหายังไง

ภาพจาก FB: tvN drama

แม้ว่าในซีนนั้น เถ้าแก่ชินจะยังไม่เฉลยให้พระเอกฟังว่า “อะไรที่น่ากลัวกว่ากฎหมาย” แต่จากบริบทที่เกิดขึ้นในเรื่องตอนนั้น มันเดาได้ไม่ยากเลยว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่ากฎหมาย ก็คือ “คนชั่วที่คิดว่าตัวเองมีอำนาจมากพอที่จะทำตัวเหนือกฎหมาย” นั่นเอง คนพวกนี้มีอำนาจมากพอที่จะเปลี่ยนดำเป็นขาว เปลี่ยนผิดเป็นถูก นี่คือสิ่งที่พระเอกผู้ซึ่งยึดมั่นอยู่ในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดไม่มีทางที่จะประเมินได้ ว่าอำนาจมันน่ากลัวและชั่วร้ายขนาดไหน ถ้าเอาตามความเป็นจริงไม่โลกสวย กฎหมายอาจจะทำอะไรอำนาจเลยไม่ได้ด้วยซ้ำไป เพราะคนพวกนี้ไม่มีจิตสำนึกที่ดีพอที่จะเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนั้น ต่อให้กฎหมายเข้มงวดแค่ไหน ก็อาจจะสยบคนชั่วพวกนี้ไม่ได้ ถ้าไม่เล่นแง่สักหน่อย

ชีวิตก็แบบนี้แหละ คนจัดสำรับก็จัดไป ส่วนคนเสวยสุขเป็นคนอื่น

ภาพจาก FB: tvN drama

ถ้าให้ลองเดา (ถ้าเดาผิด ด่าได้นะแต่อย่าแรง เราใจบาง เราไม่สู้คน 555) นี่อาจจะเป็นปมสำคัญปมหนึ่งที่เคยพลิกชีวิตของเถ้าแก่ชินเมื่อ 15 ปีก่อนเลยก็ได้ เพราะเท่าที่ดูและวิเคราะห์ไปด้วยมา 2 อีพี เหมือนว่าเมื่อ 15 ปีก่อนจะเกิดเรื่องราวบางอย่างขึ้น แล้วทำให้ใครหลายคนเดือดร้อน ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวของเถ้าแก่ชินเอง แค่ดูก็รู้ว่าในอดีตเขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ๆ ขนาดทุกวันนี้ที่พยายามทำตัวเป็นแค่คุณลุงเจ้าของร้านขายไก่ทอด เดินเตร็ดไปเตร่มาในชุมชนด้วยหัวยุ่ง ๆ แต่งตัวลำลองสบาย ๆ ด้วยเสื้อยืด กางเกงวอร์ม สวมเสื้อคลุมสีเขียวมินต์ และรองเท้าแตะ ก็ยังดูไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปเลย สภาพเหมือนนักสืบมาเปิดร้านไก่ทอดบังหน้าเพื่อสืบคดีมากอย่างมากกว่า 555

ภาพจาก FB: tvN drama

ยิ่งไปตามอ่านเรื่องย่อและคาแรกเตอร์ตัวละครจากเว็บไซต์ tvN ของเกาหลี แล้วลอง copy ข้อความแนะนำตัวละครออกมากเพื่อโยนให้ Google Translate ช่วยแปลจากภาษาเกาหลีเป็นภาษาไทยก็ยิ่งชัดเจนไปใหญ่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องปกติเลยที่พ่อค้าขายไก่ทอดอย่างเถ้าแก่ชินจะต้องคอยรับงานจากหัวหน้าผู้พิพากษาศาลแขวงโซล ซึ่งเป็นต้นสังกัดของพระเอกทั้งที่ไม่ค่อยเต็มใจอยู่ตลอด แต่ละงานก็ดูน่ารำคาญซะเหลือเกิน อ้างอิงจากตัวเถ้าแก่ที่ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบทำอะไรที่ไม่ได้เงิน แต่ก็ต้องจำใจทำอยู่ตลอด เอาง่าย ๆ เลย แค่การรับพระเอกมาฝึกงานที่ร้านไก่ทอด เถ้าแก่ชินเองก็ไม่ได้เต็มใจ ออกแนวปฏิเสธได้ไม่เต็มปากมากกว่า

ภาพจาก FB: tvN drama

ที่สำคัญ คือตัวละครอีกตัวที่เพิ่งโผล่มาในอีพีที่ 2 เขาคืออดีตตำรวจสายสืบที่ถูกถอดยศหลังจากทำงานผิดพลาดเมื่อ 15 ปีก่อน จนต้องมาทำงานเป็นตำรวจยศสิบเอกอยู่ที่สถานีย่อย ซึ่ง 2 คนนี้จะต้องเคยมีอดีตร่วมกันแน่ ๆ เพียงแต่ในตอนนั้นไม่ได้จบไม่สวย พวกเขาถึงยังมาขอความช่วยเหลือกันได้ปัจจุบัน และดูเหมือนว่าตัวละครตัวนี้จะคุ้นเคยกับสถานการณ์ที่โดนชุบมือเปิบดี เพราะเขานั่นแหละที่เป็นคนบ่นเรื่อง “คนจัดสำรับก็จัดไป ส่วนคนเสวยสุขเป็นคนอื่น” ขึ้นมา การกลับมาทำงานร่วมกันของ 2 คนนี้ก็น่าสนใจ ดูเหมือนว่าภารกิจต่าง ๆ ที่เถ้าแก่ชินได้รับมอบหมาย และเถ้าแก่ก็ไปขอความช่วยเหลือจากคุณตำรวจ มันจะทำให้พวกเขาต้องกลับไปเผชิญหน้ากับเรื่องราวในอดีตของตัวเอง

ภาพจาก FB: tvN drama

ในชีวิตจริงส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นแบบนี้แหละ มีคนหนึ่งที่เหนื่อยแทบตาย ลงทุนลงแรงทำทุกอย่าง แต่กลับมีคนอื่นเข้ามาฉกชิงผลงานนั้นไป แล้วก็ได้หน้าจากผลงานนั้นไปเต็ม ๆ เสวยสุขบนสำรับที่คนอื่นจัดไว้ ส่วนคนที่ทำงานจริง ถ้ายังอยู่ดีก็ถือว่าโชคดีแล้วที่เสมอตัว แต่ถ้าเป็นซีรีส์ลักษณะนี้ เชื่อเถอะว่ามันน่าจะร้ายแรงกว่านั้น ไม่ใช่แค่พวกเขาไม่ได้รับรางวัลที่ตัวเองคู่ควร แต่สถานการณ์มันกลับทำให้พวกเขาเดือดร้อนมากกว่า ไม่อย่างนั้นก็จะอธิบายเรื่องที่เถ้าแก่กลายมาเป็นเจ้าของร้านไก่ทอดได้ยาก และยังลึกลับขนาดที่ไม่มีใครรู้ชื่อจริง ๆ ของเขาด้วย ทุกคนเรียกเขาว่าเถ้าแก่ชิน บ้างก็คุณชิน แต่แม้แต่เพื่อนบ้านใกล้ชิดก็ยังไม่มีใครรู้เรื่องราวส่วนตัวของเขาเลย

ต้องสารภาพว่า Shin’s Project เป็นซีรีส์ที่เราเปิดขึ้นมาดูแบบงง ๆ เปิดมาแบบ ดูเรื่องนี้แทนละกันเพิ่งมาแค่ 2 ตอนเอง น่าจะทันเวลา มันเป็นฟีลที่ไม่ได้คาดหวัง ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดมาดูตั้งแต่วีคนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะแรกเริ่มเดิมทีใจเล็งอีกเรื่องไว้ ทว่าไปต่อกับความเนิบและภาพแบบยุคเก่าไม่ไหว เลยเปลี่ยนใจมาดูเรื่องนี้กะทันหัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องซะด้วย จากซีรีส์ที่ไม่ได้คาดหวังอะไรไว้ตั้งแต่แรกเลยแต่มันดีกว่าที่คิดไว้มาก ผิดกับเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่คาดหวังไว้สูงจนรู้สึกผิดหวังติด ๆ กัน ทำให้ได้เรียนรู้ว่าจากนี้คงต้องลดความคาดหวังเกี่ยวกับซีรีส์เกาหลีลงบ้าง แล้วลองเปิดดูเองเลยว่ามันสนุกถูกจริตไหม มันจะช่วยให้ไม่หดหู่กับการทำในสิ่งที่ตัวเองชอบเกินไป 🍗