Home Inspiration My Dear มีเดีย “มหกรรมกีฬา” และความทรงจำเฉพาะคุณ

“มหกรรมกีฬา” และความทรงจำเฉพาะคุณ

พิธีเปิดโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ ปารีส 2024 ผ่านไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เชื่อว่ามีทั้งนักข่าว คอลัมนิสต์ และ อินฟลูเอนเซอร์ ได้หยิบเอาพิธีเปิดปารีส 2024 มาพูดถึงในทุกมุมมองกันไปแล้ว ทั้งการแสดงและพิธีการในพิธีเปิดที่เรียกเสียงฮือฮาจากคนทั่วโลกได้เป็นอย่างดี ถึงขนาดที่ช่อง YouTube ของ IOC หรือคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ต้องเอาคลิปการแสดงบางส่วนของพิธีเปิดลงจากช่อง YouTube ของตนเอง (ฮา)

ต้องบอกว่าพิธีโอลิมปิกครั้งนี้เป็นการแสดงที่เรียกได้ว่าแหกทุกกฎของพิธีเปิด เพราะเป็นครั้งแรกที่พิธีเปิดโอลิมปิกจัดนอกสนามโอลิมปิกสเตเดียม เป็นครั้งแรกที่พาเหรดนักกีฬาแต่ละประเทศใช้วิธีการล่องเรืองทางแม่น้ำแซนใจกลางกรุงปารีส และเป็นครั้งแรกที่พิธีเปิดโอลิมปิกมีวงเฮฟวี่ เมทัล มาร่วมแสดงในพิธีเปิด (วง Gojira) ทั้งหมดเป็นบางส่วนของโอลิมปิกยุค “ตื่นรู้” ที่ทำให้เกิดการสืบค้นข้อมูล และมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย

เมื่อมีการพูดถึงและถกเถียงในส่วนของพิธีเปิดกันไปเยอะแล้ว คอลัมน์วันนี้จึงขอพูดถึงมุมมองของการชมพิธีเปิด หรือการแข่งขัน ระหว่างรับชมผ่านการถ่ายทอดสดกับในสนามจริง จะมีมุมมองที่แตกต่างกันขนาดไหน

สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิก ฟุตบอลโลก ฟุตบอลยูโร หรือแม้แต่เอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ เชื่อว่าคนที่ชื่นชอบการแข่งขันกีฬาต่างอยากไปเป็นส่วนร่วมเหมือนเป็นประจักษ์พยานสำคัญในเหตุการณ์ที่คนทั่วโลกต่างเฝ้าติดตาม ซึ่งการไปชมพิธีเปิดในสนามนั้นตอบความรู้สึกดังกล่าวได้อย่างแน่นอน เพราะคนอยู่ในสถานที่จริงจะได้สัมผัสกับภาพและเสียงที่เกิดขึ้น เป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตได้เลยทีเดียว

แต่การไปอยู่ในสถานที่จริง อย่างที่กรุงปารีสเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มุมมองการรับชมของคุณจะไม่ได้เห็นในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีเสียงบรรยายชัดเจนเหมือนกับการรับชมผ่านการถ่ายทอดสด ที่ทุกภาพได้ผ่านกระบวนการมาแล้วระดับหนึ่ง ผู้กำกับรายการจะเลือกเอามุมมมองที่สวยงาม และภาพการแสดงที่ตรงกับ Running Order ของพิธีการ ทำให้คนที่ชมผ่านโทรทัศน์ได้เห็นพิธีเปิดในหลายมุมมอง สร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับภาพที่ได้เห็น

แต่การรับชมผ่านการถ่ายทอดสด จะขาดความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมหรือเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สำคัญ ต่างจากการรับชมอยู่ในสนามหรือสถานที่จริง การรับชมของคุณจะเกิดขึ้นด้วยมุมมองของคุณเอง และการได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬานัดสำคัญ จะมีมุมมองที่เป็นความทรงจำของคุณคนเดียวเกิดขึ้

ในปักกิ่ง 2008 ระหว่างพิธีเปิดการแข่งขัน ผู้เขียนที่ยังทำงานอยู่ในเพรสเซ็นเตอร์ พบกับเหตุการณ์ที่อาสาสมัครชาวจีนมารวมตัวกันชมการถ่ายทอดสด เมื่อไฟในกระถางคบเพลิงถูกจุด พวกเขารวมตัวกันร้องเพลงเชียร์นักกีฬาจีนเสียงดังกึกก้องทำเอาขนลุกเลยทีเดียว

ส่วนลอนดอน 2012 ช่วงก่อนพิธีเปิด ได้เห็นลอนดอนเนอร์ทั้งหลายรวมตัวกันที่ Trafalgar Square ด้วยความรู้สึกกระตือรือร้นที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาระดับโลก ทั้งเสียงเพลงเชียร์จากอาสาสมัครชาวจีนในปักกิ่ง 2008 และ ภาพความสนุกสนานของผู้คนที่ Trafalgar Square ยังคงชัดเจนในความทรงจำอยู่ตลอดเวลา

มาถึงบรรทัดนี้คงพอเห็นความแตกต่างระหว่างไปอยู่ในสถานที่จริง และชมผ่านการถ่ายทอดสดกันแล้วนะคะ ชอบแบบไหนก็ไปทางนั้นค่ะ ส่วนเรื่องที่ถกเถียงกันจากพิธีเปิด อีกไม่นานคงมีเรื่องใหม่มาให้ Netizen ทั่วโลกได้ถกเถียงกัน ปล่อยให้ดราม่าไหลไปตามแม่น้ำแซนน่าจะดีกว่าค่ะ

รับชมกีฬาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ เป็นกำลังใจ ให้เห็นว่าการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์นั้นสามารถสร้างสถิติอันมหัศจรรย์ได้อย่างมากมายแค่ไหน เพียงเท่านี้คุณก็จะมีความสุขกับการรับชมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติแล้วค่ะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า