Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ The Good Bad Mother ความสัมพันธ์แม่ลูกแตกสลาย เพราะเล่นบท “แม่ร้าย”

The Good Bad Mother ความสัมพันธ์แม่ลูกแตกสลาย เพราะเล่นบท “แม่ร้าย”

ภาพจาก FB: JTBC

หลัง ๆ มานี้ รู้สึกได้เลยว่า Netflix กับซีรีส์เกาหลีดูจะขยันมีคอนเทนต์เกี่ยวกับแม่ถี่เหลือเกิน ที่เพิ่งจบไปไม่นานนักก็เรื่อง Crash Course in Romance ที่จัดหนักจัดเต็มความเป็นมนุษย์แม่ และช่วงนี้ที่ลงสตรีม Netflix เหมือนกัน แถมยังออนแอร์วันต่อกันอยู่ที่ช่องเกาหลีเดียวกันก็คือ Doctor Cha ผู้หญิงที่เคยต้องทิ้งความฝันตัวเองเพื่อมาเป็นแม่และเมียที่ดี ซึ่งคอลัมน์นี้ก็เพิ่งลงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนนี้เอง สัปดาห์นี้ก็เป็นซีรีส์เกี่ยวกับมนุษย์แม่อีกแล้ว แต่แม่คนละแบบกับคุณหมอชา เพราะนี่เป็นแม่ร้าย ๆ ที่เพียรพยายามจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของตัวเอง จนกลายเป็นว่าความสัมพันธ์แม่ลูกย่ำแย่จนถึงจุดแตกหัก

The Good Bad Mother แม่ดี แม่ร้าย เป็นเรื่องราวของแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งที่เลี้ยงลูกชายให้เติบโตขึ้นมาเพียงลำพัง เธอเปิดฟาร์มหมูและไร่มันฝรั่ง ทำเป็นอาชีพเพื่อเลี้ยงดูและส่งเสียลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้ถึงฝั่งฝันที่เธอต้องการให้ลูกเป็น นั่นก็คือ “อัยการ” อาชีพนี้มีที่มาที่ไป เพราะในช่วงที่เธอกำลังตั้งท้องลูก สามีและพ่อของลูกมาด่วนจากไปอย่างมีเงื่อนงำ เธอรู้สึกว่าเธอและลูกถูกกระทำก็เพราะไม่มีเงินและอำนาจ หากลูกชายของเธอได้เป็นอัยการ ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่อาชีพที่มีอำนาจมากในเกาหลี เขาจะกลายเป็นหนึ่งในคนที่มีอำนาจและมีกฎหมายในมือ

ภาพจาก FB: JTBC

เธอเป็นแม่ที่พยายามมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกด้วยการทำตัวเป็น “แม่ร้าย” แม่ที่บีบให้ลูกรู้สึกกดดันจนต้องเอาชนะอยู่ตลอดเวลา แม่ที่ไม่เคยให้ลูกใช้ชีวิตแบบเด็กคนอื่น นอกจากเรียน เรียน แล้วก็เรียน เพื่อให้ได้เป็นอัยการให้ได้ แม้กระทั่งไม่ยอมให้ลูกได้กินข้าวอิ่มเลยสักครั้ง เพราะถ้าอิ่มก็จะง่วง ง่วงก็จะไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ ลูกของเธอเติบโตมาแบบนี้ สวนทางกับรอยยิ้มที่เลือนหายไปจากใบหน้า จนกระทั่งเขาสามารถมีชีวิตใหม่ที่มีทั้งเงินและอำนาจในแบบที่แม่อยากให้เป็นโดยที่เขาไม่ยิ้มอีกเลย เขารู้สึกเจ็บปวดและชิงชังแม่ตัวเองมาก ถึงขั้นที่ขอตัดขาดจากแม่ตัวเอง ความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่นี้ใน 2 ep แรกชวนอึดอัดไปหมด

แต่แล้วด้านมืดที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้องก็สร้างเรื่องจนได้ เขาถูกจัดฉากให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่เขาไม่ตาย แต่ดันรอดชีวิตกลับมาสภาพไม่ต่างจากคนพิการ ที่สำคัญยิ่งกว่าแขนขาที่ขยับไม่ได้ คือสมองของเขาที่ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอายุแค่ 7 ขวบเท่านั้น จากอัยการอนาคตไกล กลายเป็นคนบื้อเพียงชั่วข้ามคืน เพื่อให้ลูกของเธอสามารถกลับไปเป็นปกติ เธอจะใช้โอกาสนี้เป็นแม่ที่ดีในแบบที่ลูกของเธอไม่เคยสัมผัส แก้ไขความสัมพันธ์ที่แตกสลาย หรือจะกลับไปเป็นแม่ร้ายที่บีบให้ลูกต้องทำตามที่แม่คาดหวังอีกครั้ง

หมูเงยหน้าไม่ได้ มันเลยต้องมองแต่พื้นไปตลอดชีวิต มีเพียงวิธีเดียวที่จะทำให้หมูมองท้องฟ้าได้ นั่นก็คือ “การล้มลง”

น้องหมูอู๊ด ๆ ถูกนำมาใช้เปรียบเทียบรวมถึงมีนัยยะบางอย่างตั้งแต่เปิดเรื่องเลยด้วยซ้ำ คือแบบว่าน้องหมูนี่โผล่หน้าออกมาต้อนรับผู้ชมตั้งแต่กดเปิดเข้าไปดูซีรีส์ก่อนหน้ามนุษย์คนไหน ๆ ในเรื่องอีก สคริปต์อินโทรเปิดเรื่องที่กล่าวถึงน้องหมูก็โคตรจะคมคาย ซึ่งแน่นอนว่าสคริปต์เกี่ยวกับน้องหมูนั้นเขาไม่ได้ใส่มาเพื่อเอาเท่ แต่มันมีนัยยะสำคัญที่จะสื่อถึงตัวละครพระเอกกับแม่ที่มีความสัมพันธ์ต่อกันในขั้นเลวร้าย และพฤติกรรมของพระเอกหลังจากที่เพียรพยายามทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากแม่และบ้านที่ทำให้เขาหายใจไม่ออก โดยทั้งหมดนั่นมาจากการเลี้ยงดูของคนเป็นแม่นั่นเอง

ภาพจาก FB: JTBC

อินโทรเปิดเรื่องกล่าวว่า “หมู” (และมนุษย์) เป็นสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่มีประโยชน์ทุกส่วนตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงอย่างนั้น ผู้คนอาจเข้าใจว่าหมูเป็นสัตว์ที่สกปรกและส่งกลิ่นเหม็น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย หมูขับถ่ายในที่ที่เดียวเสมอและนอนในที่ที่สะอาด หมูจะชอบอาบโคลนเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายและไล่แมลงออกจากตัว แต่เพราะมนุษย์อย่างเรามักจะขังหมูเอาไว้ในคอกแคบ ๆ ทำให้หมูไม่สามารถอาบโคลนได้ เพื่อทดแทนการอาบโคลนในคอกแคบ ๆ นั้น หมูจะเอาตัวของมันไปถูกับอึและฉี่ของตัวเอง มันเลยตัวสกปรกและอารมณ์รุนแรงขึ้น

ยังไม่จบนะ บทอินโทรชีวิตน้องหมูน่ะ ถ้าคิดว่าการที่หมูอยู่ในคอกแคบ ๆ น่าสงสารแล้ว สิ่งที่น่าสงสารมากกว่าคือการที่หมูเงยหน้าไม่ได้ มันเลยต้องมองแต่พื้นไปตลอดชีวิต มีเพียงวิธีเดียวที่จะทำให้หมูมองท้องฟ้าได้ นั่นก็คือ…การล้มลง จะต้อง “ล้มลง” ถึงจะมองเห็นอีกโลกหนึ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้ ไม่ว่าจะเป็นหมูหรือ “มนุษย์” ก็ตาม จากนั้นน้องหมูก็มีบทบาทในเรื่องเรื่อยมา ไม่ว่าจะถูกใช้เป็นตัวกลางสื่อรัก ที่พ่อของพระเอกเอาแหวนห้อยคอน้องหมูเพื่อขอแม่พระเอกแต่งงาน เจ้าน้องหมูไม่ยอมให้ความร่วมมือ วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงจนเดือดร้อนคนทั้งหมู่บ้าน การเริ่มต้นชีวิตครอบครัวของพ่อแม่พระเอกที่เปิดฟาร์มหมู และจุดพลิกผันที่ทำให้เกิดเรื่องราวเลวร้าย ก็มาจากคอกหมูเหมือนกัน

ภาพจาก FB: JTBC

ตามเส้นเรื่อง ชีวิตของเจ้าหมูถูกนำมาผูกโยงเข้ากับชีวิตของพระเอกตั้งแต่ตัวพระเอกยังไม่เกิด จนกระทั่งในวันที่ทั้งตัวเขาและแม่ “ล้มลง” บทอินโทรชีวิตหมูจึงถูกนำมากล่าวถึงอีกครั้งในช่วงตอนท้ายของ ep.4 แม่เริ่มรู้แล้วว่าทั้งหมดเป็นความผิดของตัวเองที่เลี้ยงลูกให้เป็นปีศาจไร้หัวใจ เธอขังลูกหมูไว้ในเล้าแคบ ๆ และบีบบังคับจนลูกหมูหายใจไม่ออก จนลูกหมูต้องเอาตัวเองไปเกลือกกับสิ่งปฏิกูล มันทั้งเหม็นเน่า สกปรก และเลวร้าย จนในที่สุดลูกหมูของเธอก็โดนสวรรค์ลงโทษ

มนุษย์เราอาจจะต่างจากหมูตรงที่ไม่ต้องมองพื้นไปตลอดชีวิต หมูล้มเพื่อให้ได้เห็นท้องฟ้า แต่เราสามารถเงยหน้ามองฟ้าได้เมื่อไรก็ตามที่อยากมอง ทว่าเราเห็นท้องฟ้ากันเป็นปกติ มนุษย์เราเลยไม่ได้รู้สึกหรอกว่าท้องฟ้ามันเป็นโลกอีกใบ ใจความสำคัญมันอยู่ที่ “การล้ม” ต่างหากที่เป็นโลกอีกใบของมนุษย์อย่างแท้จริง การล้มเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่พึงปรารถนา และมักไม่คิดฝันที่จะเห็นตัวเองล้มลงด้วย มันเจ็บปวด ผิดหวัง พ่ายแพ้ เราจะเผชิญอยู่แต่กับความรู้สึกในด้านลบ มันจึงกลายเป็นโลกอีกใบที่เราไม่เคยเห็นและมองไม่เห็นมาก่อน ในชีวิตคนเรามันก็ควรจะเห็นให้ได้สักครั้งแหละ โลกล้ำค่าที่สอนให้เรารู้จักกับความล้มเหลว ถ้าไม่เคยล้ม เราก็ไม่รู้หรอกว่าเราต้องลุก แล้วต้องลุกขึ้นมายังไง

ภาพจาก FB: JTBC

เวลานี้ สองแม่ลูกกำลังล้มลง แม่รู้แล้วที่ผ่านมาเธอตอกตะปูตัวใหญ่เอาไว้ในใจลูกขนาดไหน การผลักไสให้ลูกเพียรพยายามพาตัวเองให้หลุดพ้นจากแม่ร้าย ๆ ไปยังจุดที่ประสบความสำเร็จ มันค่อย ๆ บ่มเพาะจิตใจที่หยาบกระด้างเย็นชา เขาถึงได้กลายเป็นปีศาจไร้หัวใจสวนทางกับสิ่งที่แม่ต้องการ เขาจะเป็นคนที่รวยและมีอำนาจแบบที่แม่อยากให้เขาเป็นโดยไม่คำนึงว่าต้องได้มันมายังไง เขาแค่อยากไปให้พ้น ๆ จากแม่ที่เขาชิงชัง แม่รู้แล้วว่าบาดแผลในใจลูกไม่เคยจางหายไปไหน มันสะท้อนออกมาหมดหลังจากที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนต้องกลับมาเป็นเด็ก 7 ขวบอีกครั้ง

แม่หมายถึงข้าวที่ผมไม่เคยได้กินอย่างสบายใจต่อหน้าแม่สักครั้งเลยน่ะเหรอครับ

การที่พระเอกย้อนคำนี้ใส่หน้าแม่มา ไม่ใช่แค่คนเป็นแม่หรอกที่ฟังแล้วจุก คนดูอย่างเรา ๆ ก็จุก เพราะรับรู้และพยายามทำความเข้าใจในทุก ๆ อย่างที่ทั้งคู่ทำมาตั้งแต่ต้นเรื่อง และเหนือสิ่งอื่นใด คนเป็นลูกที่พูดคำนี้ออกมาก็จุกไม่ต่างกัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เจ็บปวด ถ้าดูก็จะรู้แหละว่าแม่ลูกคู่นี้ทำร้ายกันและกันขนาดนี้ จุดเริ่มต้นมันมาจากอะไร ความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่นี้มันไปถึงจุดแตกหัก และพังพินาศเกินเยียวยา การเป็นแม่ร้าย ๆ ที่คาดหวังผลว่ามันจะผลักดันลูกของเธอไปยังจุดที่ดี ๆ ไม่ต้องมามีชีวิตที่น่าอดสูและต้องกล้ำกลืนฝืนทนรู้สึกไม่ยุติธรรมที่ตัวเองโดนกระทำเพราะไม่มีอำนาจ มันทำให้ลูกของเธอกลายเป็นปีศาจไร้หัวใจ

ภาพจาก FB: JTBC

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา พระเอกเข้าใจว่าชีวิตของเขาเป็นของแม่มาโดยตลอด เพราะแม่เอาแต่บีบบังคับให้เขาเดินบนเส้นทางที่แม่ขีดไว้แล้ว เดินไปตามทางที่แม่คิดว่ามันดีที่สุด แน่นอนว่าเพราะเธอรักและหวังดีกับลูก ไม่อยากให้ลูกต้องมาเผชิญชีวิตแบบที่ตัวเองเจอ โดยเฉพาะการจากไปอย่างมีเงื่อนงำของพ่อพระเอกที่เธอฝังใจมาโดยตลอด เธอถูกกระทำอย่างไร้ความเป็นธรรมเพราะครอบครัวเธอไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ เธอจึงพยายามผลักดันให้ลูกชายได้เป็นคนที่มีทั้งเงินและอำนาจ มันเป็นหนทางเดียวที่เขาจะหลุดพ้นจากชีวิตแบบผู้ถูกกระทำ ซึ่งมีเพียงการศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้เด็กที่มาจากครอบครัวแบบพระเอกจะหลุดพ้นจากวังวนดังกล่าวได้

ทำให้ช่วงวัยเด็กจนกระทั่งเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ พระเอกไม่เคยได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่น แทบจะไม่เคยได้เล่นสนุกกับเพื่อน ๆ ไม่เคยได้ไปทัศนศึกษา เพราะแม่ของเขาคิดว่ามันคือการเที่ยวเล่นไร้สาระ ในวันที่เพื่อน ๆ ไปทัศนศึกษา เขาต้องอยู่บ้านอ่านหนังสือ ทำการบ้านหรือข้อสอบ แม่คิดว่าสิ่งสำคัญเพียงหนึ่งเดียวคือการเรียน การสอบให้ได้ที่หนึ่ง โดยเขาจะต้องทำการบ้านหรือข้อสอบผิดให้น้อยที่สุด แม่กวดขันเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

ภาพจาก FB: JTBC

แต่บาดแผลเลวร้ายที่สุดในใจของพระเอกที่แม่ทิ้งไว้ให้กับเขา ไม่ใช่การที่เขาไม่เคยได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่น แต่เป็นการที่เขาไม่เคยได้ “กินข้าวอิ่ม” ต่างหาก ถ้าสังเกตดี ๆ มันแทบจะเป็นเรื่องเดียวที่เขายกขึ้นมาทิ่มแทงหัวใจแม่ตัวเองทุกครั้งที่เขามีโอกาสระเบิดอารมณ์ใส่แม่ เขาเติบโตมากับคำพูดของแม่ที่พร่ำกรอกใส่หูว่า “ถ้ากินอยู่ท้องแล้ว ก็วางช้อนซะ เพราะถ้ากินอิ่มเกินไป แกจะง่วงและไม่มีสมาธิ” ในวันที่เขากลับมาบ้านเพื่อตราประทับเล็ก ๆ อันเดียว เขากำลังจะกลับออกไปโดยไม่ไม่สนใจอาหารที่แม่เตรียมไว้ แม่บอกให้เขากินข้าวสักคำก่อนไป เขาถึงได้สวนกลับมามาว่าข้าวที่เขาไม่เคยกินอย่างสบายใจต่อหน้าแม่ตัวเองน่ะหรือ

และใช่! นี่คิดว่าพระเอกจงใจกลับบ้านเพื่อตราประทับเล็ก ๆ อันเดียวนั่นด้วย คนที่มีกฎหมายอยู่ในมืออย่างเขา แค่หนังสือรับรองบุตรบุญธรรมแค่นั้นทำไมจะทำไม่ได้ แต่เขาจงใจกลับบ้าน จงใจบอกให้แม่ยกเขาให้เป็นลูกบุญธรรมคนอื่นเพื่อให้แม่ลงตราประทับ บอกเลยว่าเขาจงใจมาเพื่อบดขยี้หัวใจแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงเขาให้เติบโตมาเป็นแบบนี้เอง ให้แม่ได้รู้ว่าเขาเป็นแบบนี้ก็เพราะแค่ทำตามที่แม่ต้องการ แม่อยากให้เขาใช้ชีวิตแบบคนมีความสามารถ มีเงิน และมีอำนาจ เขาก็จะเป็นให้

ภาพจาก FB: JTBC

จริง ๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่แค่แม่รักและหวังดีกับลูกไม่อยากให้ลูกต้องมาลำบากเหมือนตัวเอง แต่มันมีเส้นบาง ๆ จากอดีตที่ฝังใจของแม่ด้วยว่าสามีและพ่อของลูกต้องตายจากไปอย่างไร้ความยุติธรรม สิ่งที่เธอยัดเยียดให้ลูกได้มีการศึกษาดี ๆ เป็นอัยการที่มีอำนาจที่แท้จริง ส่วนหนึ่งมันคือการชดเชยความปรารถนาของตัวแม่เอง ความยุติธรรมที่หลุดลอยไปจากการถูกกระทำเพราะไม่มีอำนาจ เลยต้องการให้ลูกมีอำนาจนั้นเพื่อให้ลูกทำแทนตัวเอง แม่ของพระเอกเป็นแม่ที่ใส่ความฝันของตัวเองในตัวลูกชายเต็มที่ อย่างน้อยก็ความฝันที่ว่าจะเลี้ยงพระเอกให้ดีที่สุด เพื่อที่จะได้ “ไม่เป็นแบบตัวเอง” นั่นเอง มันเลยทำให้ความสัมพันธ์แม่ลูกคู่นี้ห้ำหั่นเชือดเฉือนกันเองทั้ง ๆ ที่เหลือกันแค่สองคนแม่ลูก

ตอนนี้เขาเหมือนเด็กเจ็ดขวบ ปีหน้าก็แปดขวบ ปีต่อไปก็เก้าขวบ ฉันแค่เลี้ยงเขาอีกครั้งเหมือนตอนแรกก็ได้นี่

แม่ของพระเอกเป็นแม่ที่รักลูกมาก มากพอที่จะกลายเป็นแม่ร้ายจนกระทั่งลูกชิงชังตัวเอง เพื่อกดดันลูกสารพัด บีบให้ลูกได้เดินหน้าไปมีชีวิตที่ดีกว่าตัวเองให้ได้ เธอเคยบอกลูกว่าถ้าอึดอัดหรือรำคาญมากนัก ก็ให้ทำทุกอย่างเพื่อหนีไปจากที่นี่ หนีไปจากกลิ่นอึหมูเหม็น ๆ หนีไปจากแม่ร้าย ๆ คนนี้ ด้วยการไปเป็นอัยการซะ เหมือนให้ลูกพยายามใช้แรงกดดันด้านลบผลักดันตัวเองไปในด้านบวก ขอไม่ตัดสินแล้วกันว่าแม่พระเอกเลี้ยงลูกผิดจนเข้าข่ายพ่อแม่รังแกฉันหรือเปล่า คนดูจะค่อย ๆ ซึมซับได้เองแหละว่าผิดถูกหรือเหมาะไม่เหมาะ แต่บอกเลยว่าคงไม่ใช่เด็กทุกคนที่โดนขนาดนี้แล้วยังเติบโตขึ้นมาอย่างดี บางคนอาจจะเสียคนไปแล้ว หรือเด็กบางคนอาจจะชิงฆ่าตัวตายไปก่อนก็ได้

ภาพจาก FB: JTBC

แต่ไม่รู้ว่าสวรรค์ลงโทษหรือให้โอกาสสองแม่ลูกคู่นี้ (แต่ที่แน่ ๆ คือฝีมือคนเลว) การที่สมองของพระเอกได้รับการกระทบกระเทือน จนความทรงจำและความสามารถในการรับรู้ย้อนกลับไปเป็นเด็ก 7 ขวบ มันทำให้เห็นอะไรบางอย่าง เพราะรอยยิ้มของพระเอกเริ่มเลือนหายไปจากใบหน้าหล่อ ๆ ของเขา ในทุก ๆ ครั้งที่ถ่ายรูป ยิ่งโตขึ้น รอยยิ้มก็ไม่เคยปรากฏบนหน้าของเขาอีกเลย และตั้งแต่วันที่เขาระเบิดอารมณ์ชุดใหญ่ใส่แม่ เขาก็เลิกยิ้มไปโดยปริยาย เขาสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ได้ สอบเนติบัณฑิตได้ และเป็นอัยการตามที่แม่อยากให้เป็น แต่ภายใต้ความสำเร็จนั้น เขาไม่ได้มีรอยยิ้มในวันที่ประสบความสำเร็จอีกเลย รวมถึงไม่เคยรู้สึกมีความสุขอีกเลยเช่นกัน

ถ้าจะมองว่ามันเป็นโอกาส มันก็คือโอกาสที่ล้ำค่ามากทีเดียวที่สองคนแม่ลูกจะได้กลับมาแก้ไขในสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างผิดพลาดในอดีต การที่สมองและการรับรู้ของพระเอกย้อนกลับมาในวัย 7 ขวบ เขาจะได้กลับมาเติมเต็มความสุขและความสนุกในวัยเด็กแบบที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนเลยจนกระทั่งอายุ 35 การที่เขาได้เล่นกับเด็กแฝดที่อายุ 7 ขวบพอ ๆ กัน ทำให้เขาได้เล่นอะไรที่ตัวเองไม่เคยเล่น ได้หัวเราะในเรื่องที่ไม่เคยหัวเราะ ได้รู้อะไรแบบเด็ก ๆ อย่างที่เขาไม่เคยรู้ แม้ว่าเด็กแฝดจะแสบมากจนเขากลายเป็นลูกสมุนของเด็ก ๆ ไปแล้วก็ตาม แต่เขาก็สนุกที่มีเพื่อนเล่นด้วย

ภาพจาก FB: JTBC

และการที่พระเอกกลับมาเป็นเด็ก 7 ขวบ มันก็คือโอกาสอีกครั้งที่แม่จะได้ทำหน้าที่แม่ในรูปแบบที่แตกต่างไปจากอดีต เธอรู้แล้วว่าประโยคที่เธอห้ามไม่ให้ลูกกินข้าวอิ่ม ไม่งั้นจะง่วงจนอ่านหนังสือไม่ได้มันทำร้ายลูกของเธอขนาดไหน ประโยคแรกที่ลูกพูดกับเธอหลังจากประสบอุบัติเหตุ และสาเหตุที่ลูกไม่ยอมกินข้าวที่เธอป้อนให้แม้แต่คำเดียว ความทรงจำมากมายหายไป แต่เขากลับจำประโยคนี้ได้ เพราะมันเป็นทั้งแผลและปมที่เธอสร้างให้ลูกเอง จากนี้ไปเธอต้องพยายามแก้ไขความสัมพันธ์ที่เคยย่ำแย่และแตกสลาย เยียวยาแผลใจทั้งของตัวเองและลูกที่เธอทิ่มแทงเขาเอง เพื่อที่จะได้สัมผัสความสุขที่หายไปของทั้งคู่ เธอได้โอกาสที่จะเป็นแม่ที่ดีแบบดี ไม่ใช่แม่ที่ร้ายเพื่อให้ลูกได้ดี

แม่รับรู้ถึงโอกาสนี้แล้ว อย่างที่เธออธิบายสถานการณ์ให้พระเอกฟังนั่นแหละว่าตอนนี้เขาย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ซึ่งไม่ว่าใครก็อยากย้อนเวลากลับไปเป็นเด็ก ตัวเธอเองก็เหมือนกันที่อยากย้อนเวลากลับไป เพราะมันจะทำให้เธอเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่างได้ แต่ข้อเท็จจริงคือไม่มีใครบนโลกนี้ที่จะย้อนเวลากลับไปได้ ทว่าลูกชายของเธอได้ย้อนเวลากลับไป ทั้งเธอและลูกจึงได้รับโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตใหม่ตั้งแต่แรกอีกครั้ง

คงต้องขออวยว่า The Good Bad Mother แม่ดี แม่ร้าย เป็นซีรีส์น้ำดี (แต่ไม่รับประกันความฟีลกู๊ด) อีกเรื่องที่ควรค่าแก่การอดนอนจริง ๆ แม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรหวือหวาและพล็อตก็ไม่ได้ฉีกไปจากซีรีส์แนวดราม่าครอบครัวเท่าไร แต่บทดี นำเสนอดี นักแสดงคือยอดเยี่ยมไม่ผิดหวัง ที่สำคัญคือมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก โดยเฉพาะบรรดาแม่ ๆ ทั้งหลายที่ก็คงเข้าอกเข้าใจในความเป็นแม่ได้ด้วยตัวเอง ถึงอย่างนั้นก็อย่าอินกับความเป็นแม่เกินจนละเลยที่จะทำความเข้าใจตัวละครลูกด้วย เพราะก่อนที่คุณจะเป็นแม่ของใครสักคน คุณเองก็เคยเป็นลูกของใครสักคนมาก่อน คุณน่าจะเข้าใจทุกอย่างดี มันเป็นละครที่คนดูต้องพยายามทำความเข้าใจและเข้าไปนั่งในใจแม่บ้างลูกบ้าง ถึงจะอินตามได้ 👩‍👦