ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นเกี่ยวกับชาวต่างชาติในประเทศไทยได้รับความสนใจมากขึ้น จากกรณีที่มีคนต่างชาติบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ ธุรกิจสีเทา การใช้คนไทยถือหุ้นแทน การลักลอบทำธุรกิจผิดกฎหมาย การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการใช้ประเทศไทยเป็นฐานดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายบางประเภท อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีชาวต่างชาติจำนวนมากที่เข้ามาทำงาน ลงทุน ท่องเที่ยว หรือใช้ชีวิตในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายเช่นกัน
ซึ่งในยุคที่ประเทศไทยเปิดรับทั้งนักท่องเที่ยว นักลงทุน แรงงานต่างชาติ และผู้พำนักระยะยาวจากทั่วโลก ก็อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่า “ชาวต่างชาติ” สามารถใช้ชีวิตในไทยได้แทบไม่ต่างจากคนไทย แต่ในความเป็นจริง กฎหมายไทยยังคงกำหนดข้อจำกัดหลายด้านสำหรับบุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถือครองที่ดิน การทำงาน การถือหุ้นธุรกิจ การพำนัก หรือสิทธิทางการเมือง
โดยทั่วไป กฎหมายไทยใช้คำว่า “คนต่างด้าว” เพื่อหมายถึงบุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย แม้รายละเอียดนิยามอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกฎหมาย ซึ่งข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้มีขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นแนวทางที่หลายประเทศทั่วโลกใช้เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และอัตลักษณ์ของประเทศตนเอง
แล้วภายใต้กฎหมายไทย ในบริบทของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ ชาวต่างชาติมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ตั้งแต่การถือครองทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ ไปจนถึงสถานะการพำนักและการขอสัญชาติไทย ซึ่งในทางหลักการ ข้อจำกัดเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อกำกับดูแลการเข้ามาพำนัก การทำงาน และการลงทุนของชาวต่างชาติ รวมถึงป้องกันการฉวยโอกาสหรือการกระทำผิดกฎหมายบางประเภทนั่นเอง
1. ข้อจำกัดด้านการถือครองทรัพย์สิน
นี่คือข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ชาวต่างชาติไม่สามารถถือครองทรัพย์สินในไทยได้อย่างเต็มรูปแบบ
- ที่ดิน โดยทั่วไปต่างชาติ “ห้ามถือครองที่ดิน” ในนามบุคคล (ยกเว้นกรณีพิเศษที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลหลัก 40 ล้านบาทขึ้นไปและต้องได้รับอนุญาต ซึ่งเกิดขึ้นจริงน้อยมาก)
- คอนโดมิเนียม ต่างชาติสามารถซื้อคอนโดมิเนียมในไทยได้ แต่มี “โควตา 49%” หมายความว่าในหนึ่งอาคาร พื้นที่รวมของห้องชุดทั้งหมดต้องเป็นของคนไทยไม่น้อยกว่า 51%
- การเช่าระยะยาว ทำสัญญาเช่า ได้สูงสุดเพียง 30 ปี (อาจต่ออายุได้ แต่เป็นเรื่องของสัญญาทางแพ่ง ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ถาวร)
2. ข้อจำกัดด้านการประกอบอาชีพ
ปัจจุบันเราใช้ “ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ” ราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 21 เมษายน 2563 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนด การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนด การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 โดยในบัญชีท้ายประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ มีทั้งหมด 40 อาชีพ แบ่งออกเป็น 4 บัญชี
บัญชีหนึ่ง งานที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด (27 งาน)
เป็นงานที่สงวนไว้ให้คนไทยเท่านั้นด้วยเหตุผลด้านวัฒนธรรม ฝีมือแรงงาน หรือวิชาชีพเฉพาะ
- งานแกะสลักไม้
- งานขับขี่ยานยนต์หรืองานขับขี่ยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องกลในประเทศ ยกเว้น งานขับขี่เครื่องบินระหว่างประเทศ หรืองานขับรถยก (Forklift)
- งานขายทอดตลาด
- งานเจียระไนหรือขัดเพชร/พลอย
- งานตัดผม งานดัดผม หรืองานเสริมสวย
- งานทอผ้าด้วยมือ
- งานทอเสื่อ หรืองานทำเครื่องใช้ด้วยกก หวาย ปอ ฟาง ไม้ไผ่ เยื่อไม้ไผ่ พืชหญ้า ขนไก่ ก้านทางมะพร้าว เส้นใย ลวด หรือวัสดุอื่น
- งานทำกระดาษสาด้วยมือ
- งานทำเครื่องเขิน
- งานทำเครื่องดนตรีไทย
- งานทำเครื่องถม
- งานทำเครื่องทอง/เงิน/นาก
- งานทำเครื่องลงหิน
- งานทำตุ๊กตาไทย
- งานทำบาตรพระ
- งานทำผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมด้วยมือ
- งานทำพระพุทธรูป
- งานทำร่มกระดาษหรือผ้า
- งานนายหน้า/งานตัวแทน ยกเว้นงานนายหน้าหรืองานตัวแทนในธุรกิจการค้าหรือการลงทุนระหว่างประเทศ
- งานนวดไทย
- งานมวนบุหรี่ด้วยมือ
- งานมัคคุเทศก์/งานจัดนำเที่ยว
- งานเร่ขายสินค้า
- งานเรียงตัวพิมพ์อักษรไทยด้วยมือ
- งานสาว/บิดเกลียวไหม
- งานเสมียนพนักงาน/งานเลขานุการ
- งานให้บริการทางกฎหมายหรืออรรถคดี
บัญชีสอง งานที่ทำได้ ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือพันธกรณีที่ไทยมีความผูกพันภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย (3 อาชีพ)
เป็นงานที่ต้องใช้ใบรับรองวิชาชีพตามกฎหมายไทย แต่เปิดช่องให้ทำได้ตามข้อตกลง เช่น ASEAN MRA
- วิชาชีพบัญชี
- วิชาชีพสถาปัตยกรรม
- วิชาชีพวิศวกรรม
บัญชีสาม งานที่ทำได้โดยมีเงื่อนไขเป็นงานฝีมือหรือกึ่งฝีมือ เฉพาะงานที่มีนายจ้าง (8 งาน)
- งานกสิกรรม งานเลี้ยงสัตว์ งานป่าไม้ หรืองานประมง
- งานช่างก่ออิฐ/ช่างไม้/ช่างก่อสร้างอาคาร
- งานทำที่นอน/ผ้าห่มนวม
- งานทำมีด
- งานทำรองเท้า
- งานทำหมวก
- งานประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย
- งานปั้น/ทำเครื่องปั้นดินเผา
บัญชีสี่ งานที่ทำได้แต่ต้องมีนายจ้าง และได้รับอนุญาตให้เข้ามาในไทยภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (2 งาน)
- งานกรรมกร
- งานขายของหน้าร้าน
หากพบว่าแรงงานต่างด้าวทำงานที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท และจะถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักร ส่วนนายจ้าง มีโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อการจ้างแรงงานต่างด้าว 1 คน และหากทำผิดซ้ำ จะมีโทษปรับ 50,000-200,000 บาท โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และขึ้นบัญชีห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวอีก 3 ปี
แล้วทำไมถึงต้องห้าม? รัฐบาลไทยใช้หลักการพิจารณา 3 ด้านหลักในการ “จำกัด” ไม่ให้ต่างชาติทำอาชีพเหล่านี้
- ความมั่นคงของชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้ต่างชาติเข้ามาควบคุมโครงสร้างพื้นฐานหรืออาชีพที่มีผลต่อความปลอดภัยของประชาชน
- การรักษาอัตลักษณ์และวัฒนธรรม งานฝีมือไทย (แกะสลัก, เครื่องถม, นวดไทย) ถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ควรให้คนไทยเป็นผู้สืบทอด เพื่อไม่ให้เอกลักษณ์ผิดเพี้ยนไป
- การคุ้มครองโอกาสในการประกอบอาชีพของคนไทย นี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุด คือการป้องกันไม่ให้ต่างชาติเข้ามาแย่งงานในระดับ “ฐานราก” หรืออาชีพที่คนไทยส่วนใหญ่ทำได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาวางว่างงานหรือการทุ่มตลาดแรงงานจากประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า
3. ข้อจำกัดด้านการถือหุ้นธุรกิจ
ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ระบุว่า
- โดยทั่วไป ต่างชาติสามารถถือหุ้นในบริษัทจำกัดได้ ไม่เกิน 49% หากจะถือมากกว่านั้น (เป็นเสียงส่วนใหญ่) ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งขอยากและมีเงื่อนไขค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ หลายกรณีสามารถถือเกินได้ เช่น ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือธุรกิจที่ได้รับข้อยกเว้นตามกฎหมายและสนธิสัญญาบางประเภท
- ธุรกิจบางประเภทถูกสั่งห้ามเด็ดขาด เช่น การทำนา ทำไร่ ทำสวน, การค้าขายโบราณวัตถุ, การจัดทำหนังสือพิมพ์
- และล่าสุด เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาแก้ไขประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เปิดทาง 8 ธุรกิจให้ชาวต่างชาติลงทุนได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตประกอบกิจการ ได้แก่
- ธุรกิจบริการโทรคมนาคม
- ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน
- ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคลและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ธุรกิจบริการรับค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศ
- ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงินและเครื่องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอัตโนมัติ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัท
- ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม
- ธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
- ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546
4. ข้อจำกัดด้านการพำนักและการรายงานตัว
ต่อให้มีวีซ่าเข้ามาในไทยอย่างถูกต้อง ก็ยังมีขั้นตอนและเงื่อนไขเพิ่มเติมจากคนไทย
- รายงานตัว 90 วัน ต่างชาติที่อยู่ไทยเกิน 90 วัน ต้องรายงานที่พักอาศัยต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทุก ๆ 90 วัน (ถ้าลืมมีโทษปรับ)
- แบบฟอร์มแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (TM.30) เจ้าบ้านหรือเจ้าของที่พัก (ทั้งโรงแรม โฮสเทล เจ้าของคอนโดปล่อยเช่า เจ้าของบ้านที่ให้ต่างชาติมาพัก หรือแม้แต่คู่สมรสชาวไทยที่ให้สามี/ภรรยาต่างชาติพักอยู่ด้วย) ต้องแจ้ง ตม. ทุกครั้งที่มีต่างชาติเข้ามาพักอาศัยภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้รัฐทราบว่าคนต่างชาติพักอยู่ที่ไหน ถ้าไม่แจ้ง เจ้าของที่พักอาจโดนปรับ บางครั้งกระทบเวลาต่อวีซ่าของผู้พักด้วย ซึ่งปัจจุบันสามารถแจ้งผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว
- ใบอนุญาตกลับเข้าประเทศ ก่อนออกจากไทย (ยกเว้นวีซ่าบางประเภท) ต้องขออนุญาตกลับเข้าประเทศล่วงหน้า มิฉะนั้นวีซ่าจะสิ้นสุดทันที
5. ข้อจำกัดด้านสิทธิทางการเมือง
- ห้ามออกเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ
- ห้ามจัดตั้งหรือเป็นกรรมการพรรคการเมือง และห้ามเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง ในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง
ซึ่งชาวต่างชาติอาจถูกจำกัดหรือถูกเพิกถอนสิทธิพำนัก หากเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองที่รัฐมองว่ากระทบต่อความมั่นคงหรือขัดต่อเงื่อนไขวีซ่า
6. ข้อจำกัดด้านสถานะถาวรและสัญชาติ
- การได้สถานะผู้พำนักถาวร มีโควตาและเงื่อนไขสูง เนื่องจากมีโควตารายประเทศ มีการตรวจรายได้ ต้องใช้เอกสารจำนวนมาก และมีการสัมภาษณ์
- การแปลงสัญชาติไทย ทำได้ยากและใช้เวลานาน โดยคนต่างชาติที่จะขอสัญชาติไทยต้องมีคุณสมบัติหลัก ๆ คือ ต้องอยู่ไทยต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งในหลาย ๆ กรณี ต้องมีถิ่นที่อยู่ถาวร ต้องอยู่ไทยต่อเนื่องหลายปี ต้องมีการต่อวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสม่ำเสมอ ต้องมีการพิสูจน์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เช่น อาชีพ รายได้ขั้นต่ำ ภาษี ประวัติการทำงาน ต้องใช้ภาษาไทยได้ โดยเฉพาะการพูด การอ่านข้อมูลพื้นฐาน มีความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทย
- คนต่างชาติส่วนใหญ่ที่อยู่ในไทย ต้องผูกสถานะกับวีซ่าประเภทต่าง ๆ งาน หรือการสมรส ทั้งนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้สัญชาติไทยง่าย ๆ
- หากสิทธิพำนักสิ้นสุด และไม่ได้รับการต่ออายุ อาจต้องเดินทางออกนอกประเทศ
7. ข้อจำกัดด้านธุรกรรมการเงินบางประเภท
- เปิดบัญชีบางประเภทต้องใช้เอกสารเพิ่ม แม้ชาวต่างชาติจะสามารถเปิดบัญชีธนาคารในไทยได้ แต่โดยทั่วไปจะใช้เอกสารมากกว่าคนไทย และบางธนาคารอาจไม่รับเปิดบัญชี หากไม่มีหลักฐานการพำนักหรือการทำงานที่ชัดเจน
- การขอสินเชื่อบ้านยากกว่าคนไทย แม้ธนาคารไทยบางแห่งเปิดให้ชาวต่างชาติขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้ แต่เงื่อนไขมักเข้มงวดกว่าคนไทย เนื่องจากธนาคารมองว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าในกรณีที่ผู้กู้เดินทางออกนอกประเทศหรือสิ้นสุดสถานะการพำนักในไทย
- บางธนาคารจำกัดบริการตามประเภทวีซ่า ประเภทวีซ่ามีผลต่อสิทธิในการใช้บริการทางการเงินบางอย่างของชาวต่างชาติ เหตุผลหลักคือธนาคารต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านการเงิน การป้องกันการฟอกเงิน และการตรวจสอบตัวตนของลูกค้า จึงมีการประเมินระดับความเสี่ยงตามสถานะการพำนักของผู้ใช้บริการ
จะเห็นว่าแม้ประเทศไทยจะเปิดรับชาวต่างชาติในหลายมิติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การลงทุน การทำงาน และการพำนักระยะยาว แต่ในทางกฎหมาย “คนต่างด้าว” ยังคงมีข้อจำกัดหลายด้านที่แตกต่างจากผู้ถือสัญชาติไทยอย่างชัดเจน ท้ายที่สุด การอยู่ในประเทศไทยของชาวต่างชาติจึงไม่ใช่เพียงแค่การมีวีซ่าถูกต้องเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดตามกฎหมายที่รัฐกำหนดไว้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ในส่วนของคนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องจัดการ ดังนั้น ความท้าทายในอนาคตคือ ภาคไทยจะรักษาสมดุลอย่างไรระหว่าง “การดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติ” กับ “การปกป้องผลประโยชน์ของคนในชาติ” ให้ยั่งยืนที่สุด






























