
กลับมาเป็นข่าวฮือฮาอีกครั้ง สำหรับ แองเจลิน่า โจลี่ นักแสดงสาวคนดังแห่งวงการฮอลลีวู้ดที่ล่าสุด เพิ่งออกมาเปิดใจผ่านนิตยสาร Vanity Fair ที่เธอรับถ่ายแบบและขึ้นปกฉบับเดือนกันยายนที่จะถึงนี้
โดยนอกจากจะเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ แบรด พิตต์ ที่หย่าขาดจากกันเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โจลี่ยังเล่าถึงโรคใหม่ที่เธอเพิ่งเผชิญมาด้วย
นักแสดงหญิง วัย 42 ปี เผยว่า เมื่อปีที่แล้ว เธอป่วยเป็นโรค Bell’s Palsy หรือโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าซีกหนึ่งเกิดการอ่อนแรงจนขยับใบหน้าซีกนั้นไม่ได้
หากยังจำกันได้ เมื่อ 4 ปีก่อน โจลี่เคยมีปัญหาสุขภาพจนต้องตัดสินใจผ่าตัดเอาเต้านมออกทั้งสองข้างมาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นเธอเขียนเล่าประสบการณ์ของตัวเองผ่านหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์สว่า เธอมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมมากถึง 87 เปอร์เซ็นต์ และเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ เป็นเพราะเธอมียีนทางพันธุกรรมผิดปกติ ที่เรียกว่า BRCA1 และคุณแม่ของเธอก็เคยป่วยจาก 2 โรคนี้มาแล้ว ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อปี 2007 ในวัยเพียง 56 ปี ด้วยโรคมะเร็งรังไข่ เธอจึงตัดสินใจผ่าตัดเอาเต้านมออกตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก็ได้ผลเมื่อความเสี่ยงที่สูงลิบลิ่วลดเหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
จากนั้นในปี 2015 โจลี่เข้ารับการผ่าตัดเอามดลูก รังไข่และท่อนำไข่ออก เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งรังไข่ที่มีโอกาสเป็นมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะที่ผ่านมาเธอสูญเสียทั้งแม่ ป้า และยายด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอตัดสินใจตัดไฟแต่ต้นลม เพราะยังอยากมีชีวิตอยู่ดูแลลูกๆ ทั้ง 6 คนไปนานๆ
ส่วนโรคล่าสุด โจลี่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก บอกเพียงว่าตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว หลังได้รับการรักษาด้วยการฝังเข็มจนฟื้นตัว ซึ่งปกติแล้ว โรคนี้หากไม่ดีขึ้นภายใน 6 เดือน – 1 ปี ก็อาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด
นอกจากนี้ โจลี่ยังบอกด้วยว่า ตอนนี้เธอต้องรับมือกับผมที่หงอกมากขึ้น รวมถึงผิวพรรณที่แห้งขึ้น พร้อมกับพูดชวนให้คิดว่า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอยู่ในช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน หรือเป็นแค่ปีที่เธอต้องเจอเรื่องพวกนี้
แต่ที่แน่ๆ นักแสดงหญิงคนดังดูจะจิตใจแข็งแกร่งไม่น้อย เพราะแม้จะตัดทุกอย่างที่แสดงถึงความเป็นหญิงออกไป แต่เธอกลับรู้สึกถึงความเป็นผู้หญิงมากกว่าเดิม โดยให้เหตุผลว่า
“การเลือกครอบครัวมาก่อน ด้วยการใส่ใจชีวิตและสุขภาพของตัวเองนั้น ฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ตัวเองเป็นผู้หญิงอย่างสมบูรณ์แบบ”

































