Home Inspiration My Dear มีเดีย บรรณาธิการคือผู้ขายความน่าเชื่อถือ

บรรณาธิการคือผู้ขายความน่าเชื่อถือ

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับหนังสือพิมพ์ “ผู้จัดการ” เล่มสุดท้ายจากเจ้านายที่เคารพ คุณธีรพัฒน์ อัครเศรณี ที่กรุณาสั่งซื้อมาเผื่อแผ่ นัยว่าจะได้ไม่ลืมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศิษย์สำนักบ้านพระอาทิตย์ มีปรมาจารย์ที่เคารพรักคือ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล

การประกาศยุติการพิมพ์ “หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ” ของค่ายบ้านพระอาทิตย์นั้น เปรียบเสมือนเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าต่อจากนี้ สื่อสิ่งพิมพ์เข้าสู่ยุคของดิจิทัลแบบเต็มตัวเพื่อให้เข้ากับโลกที่กำลังปรับเปลี่ยนการรับรู้ข่าวสารผ่านแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นสตรีมมิ่ง โซเชียลมีเดีย หรือเว็บไซต์ ซึ่งด้านในปกหลังคุณสนธิ ได้ระบุเอาไว้ว่า

“เรา (สื่อในเครือผู้จัดการ) เหมือนนกฟีนิกซ์ เรากำลังเกิดขึ้นใหม่ด้วยพลังที่เรามีอยู่จากดิจิทัล ซึ่งมีจำนวนมากมายมหาศาล เราจะทุ่มเททุกอย่างไปในทางด้านดิจิทัล แพลตฟอร์มข่าวดิจิทัลของเราจะเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย”

นั่นคือคำมั่นสัญญาของคนที่ทำสื่อมาตลอดชีวิตอย่างคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้เปรียบเสมือน The Last Editor ของวงการหนังสือพิมพ์ในเมืองไทย เพราะอาชีพของคนเป็นบรรณาธิการ โดยเฉพาะบรรณาธิการข่าวนั้นต้องขายความน่าเชื่อถือ หากไม่มีความน่าเชื่อถือ ข่าวนั้นไม่ต่างอะไรจากเฟกนิวส์ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบั

และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา MGR Online เว็บไซต์ข่าวของเครือผู้จัดการนั้น เรียกได้ว่าเป็นเว็บไซต์สำนักข่าวออนไลน์เจ้าแรกของเมืองไทย ถือกำเนิดโดยกลุ่มนักข่าวยังบลัดของ “ผู้จัดการ” เป็นการทำงานที่ผู้สื่อข่าวอยู่หน้าจอตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ยุคสมัยของการเริ่มต้นนั้น MGR Online ไม่เคยพลาดสถานการณ์ข่าวทั้งในและต่างประเทศ

ที่สำคัญเหล่าผู้สื่อข่าวที่ทำงานออนไลน์ ยังเป็นนักหนังสือพิมพ์ควบคู่กันไปด้วย จนเมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล หนังสือพิมพ์หลายแห่งต่างปรับการทำงานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไป เช่นเดียวกับที่ MGR Online และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

การที่สำนักข่าวหรือสถานีข่าวก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลนั้น นับเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับคนทั่วไปในการรับรู้ข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ผู้คนส่วนใหญ่รับรู้ข่าวแบบปฐมภูมิผ่านแพลตฟอร์ม โดยแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือตามข่าวจากเฟซบุ๊กและ TikTok ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์ม มีเหล่า Content Creator ตั้งต้นเป็นผู้เชี่ยวชาญการข่าวอยู่มากมาย และส่วนใหญ่มุ่งหาแต่ยอด Engagement

โดยวิถีของเหล่า Content Creator ในการรายงานข่าวนั้น เชื่อว่าถ้าหมอบรัดเลย์ บรรณาธิการข่าวคนแรกของเมืองไทยได้รับรู้น่าจะสะดุ้งไม่น้อย เพราะพวกที่ดีหน่อยจะพยายามรวบรวมเนื้อหาจากสื่อหลักแล้วเอามาเขียนเป็นของตน บางเจ้าที่ขี้เกียจแต่อยากได้ยอด Engagement จะพาดหัวแบบ Clickbait หวังให้คนกดเข้ามาอ่าน โดยเนื้อหาด้านในมักจะคัดลอกมาจากคนอื่น ที่แย่ที่สุดน่าจะเป็นพวกที่เอา AI เป็นตัวช่วยสร้างเพจข่าวหรือแอ็กเคาต์ใน TikTok แล้วดูดข่าวดูดคลิปจากที่อื่น แล้วนำมาเผยแพร่ในแพลตฟอร์มของตัวเอง

แต่ที่อยู่ในระดับเลวร้าย คือการสร้างข่าวลวงโดยอิงกับกระแส ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและกลายเป็นเฟกนิวส์ที่ถูกส่งต่อไปอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยการไล่ล่า Engagement การเลือกเสพข่าวสารจากสำนักข่าวถือว่าเป็นทางเลือกที่ทำให้คุณไม่ต้องว่ายเวียนอยู่ในข่าวลวง และที่สำคัญ สำนักข่าวที่มีบรรณาธิการ “มืออาชีพ” พวกเขาจะคัดกรองเนื้อหาก่อน Publish สู่สาธารณะ ทำให้คุณสามารถนำเอาข่าวจากสำนักข่าวไปอ้างอิงได้ดีกว่าเพจหรือแอ็กเคานต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่แม้จะมีคนตามหลักล้าน แต่คุณไม่สามารถตรวจสอบแบบทวนกลับได้เลยว่าข้างหลังเพจหรือแอ็กเคานต์เหล่านั้นเป็นใครบ้าง

ในโลกที่หมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การรับรู้ข่าวสารอย่างมีสติเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้คุณไม่ตื่นตระหนกไปกับ “โฆษณาชวนเชื่อ” (Propaganda) ที่มักแฝงมากับสีสันของเนื้อหา หลายเรื่องที่ดูเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ แต่แท้จริงแล้วไม่บังเอิญ หลายเรื่องที่เหมือนเรียกร้องผลประโยชน์ให้ประเทศชาติ แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน

การเสพข่าวอย่างมีสติผ่านสื่อที่เป็นนักสื่อสารมวลชนตัวจริง จะทำให้คุณเก็บข้อมูลได้รอบด้านและพร้อมที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยไม่ตื่นตระหนกเกินไปกว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ