Home Work & Living Living ความรักหลังแต่งงาน ผู้หญิงที่เป็นภรรยา แม่ ลูกสะใภ้ และทำงานนอกบ้าน

ความรักหลังแต่งงาน ผู้หญิงที่เป็นภรรยา แม่ ลูกสะใภ้ และทำงานนอกบ้าน

การมีความรักที่มั่นคง แต่งงาน สร้างครอบครัว มีลูก และเป็นแม่ของลูก อาจจะเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดในชีวิตของผู้หญิงหลาย ๆ คน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกเธอก็ไม่มีประสบการณ์ที่จะรู้ว่าชีวิตหลังแต่งงานมันมีเรื่องน่าปวดหัวมากกว่าแค่เรื่องของความรัก สถานะที่เลื่อนขึ้นมาเป็น “คู่ชีวิต” แค่รักกันมันยังไม่พอ มันยังมีปัจจัยอีกหลายข้อทีเดียวที่เข้ามาเป็นตัวแปรของความรักและการดำรงสถานะการสมรส

หนึ่งในปัจจัยที่น่าปวดหัวที่สุดของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน คือ ความคาดหวังหลังการแต่งงาน แม้ว่าพวกเธอจะเตรียมตัวเตรียมใจมาบ้างแล้วว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ในความเป็นจริงอาจจะหนักกว่าหรือเบากว่าก็ได้ หลัก ๆ แล้วผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะถูกวางบทบาทให้เธอเป็นศรีภรรยาของสามี เป็นแม่ที่ดีของลูก เป็นลูกสะใภ้ที่ดีของบ้านฝั่งสามี ในขณะเดียวกันก็ยังต้องเป็นลูกสาวที่ดีของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด นอกจากนี้เธอยังต้องใช้ชีวิตของตัวเอง ซึ่งต้องเป็นผู้หญิงในแบบที่สังคมบอกว่าดี และเธอก็ต้องทำงานทั้งในบ้านและนอกบ้านด้วย มีความคาดหวังจากพวกเธอเยอะแยะเลย

ชีวิตหลังแต่งงานดูจะหนักอึ้งเกินไปแล้วสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ ทำให้ผู้หญิงหลายคนที่ทนไม่ได้ก็พร้อมที่หย่าได้ทุกเมื่อ และอีกส่วนหนึ่งที่ไม่น้อยในยุคปัจจุบัน คือเต็มใจที่อยู่แบบโสด ๆ ไปตลอดชีวิต ไม่ขอสรรหาความยากลำบากในชีวิตมาให้ตัวเอง

หน้าที่ของภรรยาที่ดี และเส้นกั้นบาง ๆ กับการเป็นขี้ข้า

สถานะใหม่ที่ผู้หญิงได้มาหลังสมรส คือ สถานะ “ภรรยา” ในอดีตมีตำรามากมายที่กล่าวถึง “หน้าที่ภรรยาที่ดีที่พึงปฏิบัติต่อสามี” อย่างในทางพระพุทธศาสนาก็มีการหยิบยกพุทธโอวาทของพระพุทธเจ้าที่เคยเทศนาแก่เหล่ากุมารีในสมัยพุทธกาล ให้เป็นหลักธรรมและแนวทางในการเป็นแม่บ้าน โดยสิ่งนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยึดเหนี่ยวค้ำจุนชีวิตครอบครัวไว้ให้มีความสุข ราบรื่นมั่นคง และไม่เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมเสียหายแก่ชีวิตครอบครัว ได้แก่

  1. พึงเป็นผู้ตื่นก่อนนอนทีหลัง เอาใจใส่คอยฟังว่าจะมีอะไรให้ช่วยทำ ประพฤติแต่สิ่งที่ถูกใจ พูดคำไพเราะน่ารัก คือรู้จักปรนนิบัติ ถนอมน้ำใจ
  2. คนเหล่าใดเป็นที่เคารพนับถือของสามี เช่น บิดามารดา ครูอาจารย์ของสามี เป็นต้น ก็แสดงความเคารพนับถือด้วย เอาใจใส่ปฏิสันถารท่านเหล่านั้นเป็นอันดี
  3. เป็นผู้ขยัน เอาใจใส่ในงานบ้านทุกอย่าง เช่น งานเกี่ยวกับเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น เฉลียวฉลาด รู้จักคิดจัดทำงานเหล่านั้นให้เรียบร้อยเหมาะสม
  4. เอาใจใส่สอดส่องดูแลคนในปกครองภายในบ้าน เช่น คนรับใช้และคนงานต่าง ๆ รู้งานของเขาว่าได้ทำแล้วหรือไม่เพียงใด มีใครเจ็บป่วยไข้เป็นอย่างไร เอาใจใส่รักษาพยาบาล จัดแบ่งอาหารของบริโภคเผื่อแผ่ให้ตามสมควร
  5. รู้จักประหยัด เก็บรักษาทรัพย์สมบัติที่สามีหามาได้ ไม่เล่นการพนัน ไม่เป็นนักดื่ม ไม่ทำลายผลาญทรัพย์สมบัติ

นอกจากนี้ ในมงคล 38 ประการ ที่ถือเป็นหลักธรรมมงคล ที่ควรค่าแก่การเรียนรู้และนำมายึดถือปฏิบัติแล้ว เพื่อนำมาซึ่งความสำเร็จ และความเจริญในชีวิต หลักปฏิบัติที่เรียบง่ายที่เป็นมงคล มงคลที่ 13 ว่าด้วย “การสงเคราห์ภรรยา” ได้กล่าวถึงหน้าที่ของสามีที่พึงปฏิบัติต่อภรรยาไว้ดังนี้

  1. ยกย่องนับถือว่าเป็นภรรยา คือการแนะนำเปิดเผยว่าเป็นภรรยา ไม่ปิดบังกับผู้อื่น และให้เกียรติภรรยาในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ด้วย
  2. ไม่ดูหมิ่น คือไม่ดูถูกภรรยาเมื่อทำไม่เป็น ทำไม่ถูก หรือเรื่องชาติตระกูล การศึกษาว่าต่ำต้อยกว่าตน แต่ต้องสอนให้
  3. ไม่ประพฤตินอกใจภรรยา คือการไปมีเมียน้อยนอกบ้าน เลี้ยงต้อย หรือเที่ยวเตร่หาความสำราญกับหญิงบริการ
  4. มอบความเป็นใหญ่ให้ในบ้าน คือการมอบธุระทางบ้านให้กับภรรยาจัดการ รับฟังและทำตามความเห็นของภรรยาเกี่ยวกับบ้าน
  5. ให้เครื่องแต่งตัว คือให้ความสุขกับภรรยาเรื่องการแต่งตัวให้พอดี เพราะสตรีเป็นผู้รักสวยรักงามโดยธรรมชาติ

และหน้าที่ของภรรยาที่พึงปฏิบัติต่อสามีเพื่อ “ตอบแทน” ดังนี้

  1. จัดการงานดี คืองานบ้านการเรือนต้องไม่บกพร่อง ดูแลด้านความสะอาด ทำนุบำรุงรักษา ด้านโภชนาการให้เรียบร้อยดี
  2. สงเคราะห์ญาติสามีดี คือให้ความเอื้อเฟื้อญาติฝ่ายสามี เท่าที่ตนมีกำลังพอทำได้ ไม่ได้หมายถึงเรื่องทรัพย์สินเงินทองอย่างเดียว
  3. ไม่ประพฤตินอกใจสามี คือไม่คบชู้ หรือปันใจให้ชายอื่น ซื่อสัตย์ต่อสามีคนเดียว
  4. รักษาทรัพย์ให้อย่างดี คือรู้จักรักษาทรัพย์สินไว้ไม่ให้หมดไปด้วยความสิ้นเปลือง แต่ก็ไม่ถึงกับตระหนี่
  5. ขยันทำงาน คือไม่เกียจคร้านเอาแต่ออกงาน นอน กิน หรือเที่ยวแต่อย่างเดียว ต้องทำงานบ้านด้วย

คำสอนดังกล่าวนับเป็นคำสอนที่ดีที่นำมาเป็นธรรมะในการใช้ชีวิตคู่ อย่างไรก็ดี ในสังคมยุคปัจจุบันมีหลายข้อทีเดียวที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ ที่พวกเธอไม่ได้เป็นแค่แม่บ้าน แต่เธอยังอาจมีบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ ที่ครอบจักรวาลที่ต้องทำไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้น ทั้งสามีและภรรยาจึงควรพูดคุยทำความตกลงเพื่อ “ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” มากกว่าการโยนหน้าที่ความรับผิดชอบทั้งหมดมาที่ภรรยาเพื่อที่จะให้พวกเธอทำหน้าที่ภรรยาที่ดี

หากพิจารณาตามกรอบยุคสมัยปัจจุบัน คิดว่าจะมีผู้หญิงสักกี่คนที่สามารถก้มหน้าก้มตาทำทุกสิ่งอย่างตามคำสอนนั้น ในขณะที่พวกเธอก็ต้องทำงานหาเงินนอกบ้านเช่นเดียวกัน ความคาดหวังที่จะให้ผู้หญิงเป็นภรรยาที่ดีจากการที่ต้องทำทุกอย่างขนาดนั้น จะมีผู้หญิงกี่คนที่สามารถทำด้วยความเต็มใจและไม่มีข้อแม้ใด ๆ อนึ่งคือต้องเข้าใจว่าบริบทสังคมในยุคปัจจุบัน ผู้หญิงไม่จำเป็นที่จะต้องรักษาสถานะครอบครัวและหลีกเลี่ยงการเป็น “แม่หม้ายหย่าผัว” อีกต่อไป ถ้าพวกเธอรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม การหย่าร้างเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นง่ายมาก พวกเธอไม่แคร์ว่าสังคมจะตราหน้าคนที่เคยหย่ามาแล้วยังไง ตราบใดที่พวกเธอเลี้ยงตัวเอง (และลูก) ได้ ก็หาต้องสนใจคำคน

เป็น “แม่” ให้ลูกเรียก ใคร ๆ ก็เป็นได้ แต่การเป็นแม่ที่ดีสำหรับลูกมันเป็นอีกเรื่อง

มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่อยากมีลูก อยากเป็นแม่คน อยากถูกเรียกว่า “แม่” เอาเข้าจริงถ้าเรานิยาม “แม่” ว่าเป็น “หญิงผู้ให้กำเนิดหรือเลี้ยงดูลูก” และ “คำที่ลูกใช้เรียกหญิงผู้ให้กำเนิดหรือเลี้ยงดูตน” ผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ที่สามารถให้กำเนิดลูกได้ก็สามารถเป็นแม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วบทบาทของการจะเป็นแม่ใครสักคนมันมีอะไรที่มากกว่านั้น “แม่ที่ดี” ไม่ได้เป็นกันได้ง่าย ๆ และการจะเลี้ยงลูกออกมาให้ดีด้วยก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ยากกว่า

อาชญากรผู้ก่อปัญหาสังคมทั้งหลาย ล้วนมีจุดด่างเล็ก ๆ มาจากครอบครัวแทบทั้งสิ้น เพราะครอบครัวคือสถาบันจุดเริ่มต้นที่พื้นฐานสำหรับหล่อหลอมบุคคลขึ้นมา หากเด็กไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดี เห็นตัวอย่างที่ไม่ดีบ่อย ๆ หรือต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ที่จะช่วยให้เติบโตขึ้นมาเป็นบุคคลคุณภาพในสังคม รวมถึงการขาดความรักและการเอาใจใส่ การขาดแคลนทุนทรัพย์ในการดำรงชีวิต ทั้งหมดนี้ครอบครัวมีส่วนต้องรับผิดชอบที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเกิดมาแต่ไม่สามารถเลี้ยงดูให้พวกเขาเป็นคนดีได้ เป็นที่มาของคำพูดที่ว่า “มีลูกเมื่อพร้อม”

คนเป็นแม่คือหัวเรือใหญ่ที่จะต้องสนับสนุนปัจจัยข้างต้นเพื่อลูก เพราะสายใยระหว่างแม่กับลูกถูกสร้างขึ้นก่อนพ่อกับลูกนานถึง 9 เดือน ความคาดหวังเกิดขึ้นว่าคนเป็นแม่จะต้องเลี้ยงลูกอย่างไรลูกถึงจะเติบโตมาเป็นคนดี และการเป็นแม่ที่ดีสำหรับลูกนั้นต้องทำอย่างไร นี่คือโจทย์ใหญ่สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่มีบทบาทหน้าที่เยอะแยะมากมาย พวกเธอต้องเป็นภรรยาที่ดี เป็นแม่ที่ดี เป็นลูกสาวที่ดี เป็นลูกสะใภ้ที่ดี ไปพร้อม ๆ กับการดูแลตนเองไปด้วย และไหนจะต้องทำงานจิปาถะในบ้าน ทำงานหาเงินนอกบ้าน ทั้งที่ในความเป็นจริง แค่บทบาทการเป็นแม่ที่ดีของลูกก็หนักหนาสาหัสเอาเรื่องสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว ฉะนั้น ผู้หญิงที่ทำทั้งหมดนี้ได้นี่คุณคือคนที่เก่งมาก ๆ แล้ว

ทว่าก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแม่ที่ดี มีปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมยุคปัจจุบันล้อไปกับการมีลูกเมื่อพร้อมก็คือ “มีแม่เมื่อพร้อม” เด็กหลายคนเนื้อแท้เป็นเด็กดี ไม่มีพิษมีภัย แต่เสียคนเพราะแม่มีอยู่เยอะมาก และไหนจะสารพัดพฤติกรรมของคนเป็นแม่ที่สังคมรับไม่ได้ว่านี่หรือคือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่คน ปรากฏการณ์มีแม่เมื่อพร้อมอาจเป็นสิ่งที่สังคมอยากพูดมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่บริบทต่าง ๆ ในอดีตไม่เอื้อให้วิพากษ์วิจารณ์คนที่เป็นแม่แบบที่สักแต่เป็นคำให้ลูกเรียก ด้วยกรอบความคิดเรื่องของบาปบุญคุณโทษ ผู้อาวุโส และผู้มีพระคุณ แต่สังคมทุกวันนี้แตกต่างออกไป

สงครามแม่ผัว vs ลูกสะใภ้ บ้านไหนไม่มีเป็นลาภอันประเสริฐ

สงครามระหว่างแม่ผัวและลูกสะใภ้ เป็นความขัดแย้งสุดคลาสสิคที่เกิดขึ้นได้กับทุกบ้าน คู่สามี-ภรรยาที่เคยจับมือกันก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ทั้งใหญ่เล็กมาได้มากมาย สุดท้ายมาจอดด้วยสาเหตุนี้ก็มีไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ “เมียที่แต่งเข้าไปก็เป็นแค่คนอื่น เมียคือคนที่มาทีหลัง ส่วนนั่นเขาเป็นแม่-ลูกกัน” ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่ฝ่ายชายต้องเลือกจริง ๆ สำนวนที่ว่า “เลือดข้นกว่าน้ำ” อาจจะถูกนำมาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาและตัดสินใจได้อย่างไม่ต้องสงสัย

แม้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่แต่งงานแล้วจะทราบดีว่าตนเองอาจจะต้องรับมือกับแม่สามีชนิดที่ว่าโรคประสาทถามหา จึงเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วตั้งแต่ก่อนแต่งงาน แต่ถ้าสิ่งที่เจอในชีวิตจริงมันโหดร้ายกว่าในละครที่เคยดูมามากไปหน่อย ก็ทำเอาบรรดาลูกสะใภ้อึ้งกิมกี่และไปไม่เป็นได้เหมือนกัน จริงอยู่ที่ว่าไม่ใช่ลูกสะใภ้ทุกคนหรอกที่จะเจอกับปัญหาแม่สามีตัวร้าย คนที่ได้แม่สามีสุดประเสริฐหรือแต่งงานกับสามีที่แม่ไม่อยู่แล้วก็มีเหมือนกัน นับเป็นสะใภ้แต้มบุญสูง

อย่างไรก็ดี สถานะ “ลูกสะใภ้” ก็ทำให้ผู้หญิงถูกคาดหวังว่าจะต้องดูแลปรนนิบัติ “ครอบครัวของสามี” ให้ได้เสมือนเป็นครอบครัวตัวเอง (หรือต้องดีกว่าที่ดูแลพ่อแม่แท้ ๆ ของตัวเอง) จริงอยู่ที่ว่าการแต่งงานเข้าไป ลูกสะใภ้ก็คือสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว แต่การที่พอมีลูกสะใภ้แล้วจะโยนทุกสิ่งอย่างให้เป็นหน้าที่ของลูกสะใภ้ทั้งหมดก็คงไม่ใช่ ตอนที่ไม่มีสะใภ้ บรรดาลูก ๆ ในบ้านสามารถช่วยดูแลพ่อแม่และบ้านช่องได้เองไม่มีปัญหา แต่เมื่อมีสะใภ้ปุ๊บ บรรดาลูกแท้ ๆ ก็จะห่างหายไป ทิ้งพ่อแม่ของตนเองไว้กับสะใภ้ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเลยด้วยซ้ำ และถ้ามีปัญหาผิดพลาดขึ้นมา สะใภ้ก็คือคนที่ต้องรับผิดชอบ

สำหรับผู้หญิงบางคน ความรักที่มีต่อสามีและหน้าที่ที่ต้องประคับประคองครอบครัวก็ค้ำคออยู่ สถานะลูกสะใภ้คือบทบาทหน้าที่ที่ต้องดำเนินไปอย่างอดทนมากกว่าเต็มใจ และต้องไม่ลืมว่าพวกเธอก็มีพ่อแม่แท้ ๆ ของตัวเองที่ต้องดูแลเช่นกัน การที่ต้องทำหน้าที่เป็นทั้งลูกสะใภ้ที่ดีและลูกสาวที่ดีไปพร้อม ๆ กันไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนพวกเธอจะยังต้องพ่วงความเป็นแม่ที่ดีของลูกและศรีภรรยาของสามี งานในบ้านต้องไม่ขาดตกบกพร่องส่วนงานนอกบ้านก็ต้องทำ เงินก็ต้องหา ชีวิตหลังแต่งงานของผู้หญิงคนหนึ่งอาจหนักอึ้งมากขนาดนี้

ไม่จบเพียงแค่นั้น ความคาดหวังใหญ่ที่ว่าเธอจะต้องผู้หญิงที่ดี

สังคมไทยเป็นอีกสังคมที่คาดหวังว่าผู้หญิงที่ดีจะต้องทำตัว “ถูกขนบ” จะต้องวางตัวให้เหมาะสมในแบบที่สังคมต้องการตามธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีของไทย แต่ในขณะเดียวกันสังคมกลับไม่ได้ปฏิบัติต่อผู้หญิงดีเท่าที่ควร ทั้งการเลือกปฏิบัติและการข่มเหงรังแก การคุกคามทางเพศที่ยังมีให้เห็นอยู่มาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเหยื่อคือผู้หญิง แม้ว่าเปลือกนอกจะทำให้เห็นว่าสังคมไทยส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศมากกว่าเมื่อครั้งอดีต เปิดโอกาสให้ผู้หญิงสามารถทำงานนอกบ้านได้ นั่งตำแหน่งสูง ๆ ได้ ตัดสินใจอะไรต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง แต่มีสิ่งเลวร้ายซ่อนอยู่ใต้เปลือกนั้นเสมอ

ซึ่งถ้าหากว่ามีผู้หญิงคนไหนลุกขึ้นมาต่อสู้หรือต่อต้านสิ่งเลวร้ายเหล่านั้น พวกเธอกลับกลายเป็น “ตัวปัญหา” ที่สร้างความวุ่นวายและทำลายความสงบอันดี หรือผู้หญิงคนไหนที่ลุกขึ้นมาทวงสิทธิเสรีภาพเท่าที่พวกเธอสามารถทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย พวกเธอก็อาจกลายเป็นผู้หญิงไม่ดีไปเลยในทันที การที่ผู้หญิงไม่ทำตัวให้เรียบร้อยดุจผ้าพับไว้ กิริยามารยาทกระโดกกระเดก ไม่อ่อนโยน ทำตัวแรง ๆ ไม่เงียบสงบปากสงบคำก้มหน้ารับชะตากรรมไปแต่ชอบร้องแรกแหกกระเชอ ไม่มีความเป็นกุลสตรี ไม่เก่งการบ้านงานเรือน แค่นี้พวกเธอก็กลายเป็นผู้หญิงที่ไม่ดีแล้ว

ทั้งผู้หญิงที่ยังโสดและผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ต่างก็ถูกสังคมหมายหัวและคาดหวังไม่ต่างกัน รายละเอียดปลีกย่อยอาจจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่พวกเธอถูกคาดหวังบางอย่างอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าพวกเธอทำตามที่สังคมคาดหวังไม่ได้ หรือทำตัวสวนกระแสแหกคอกไม่เป็นไปตามขนบเดิม ๆ ของสังคม พวกเธอก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงไม่ดีได้เหมือนกัน โดยที่สังคมก็ไม่ได้มีอะไรตอบแทนพวกเธอหากพวกเธอจะพยายามทำตัวเป็นผู้หญิงที่ดีในแบบที่สังคมอยากเห็นนอกจากลมปากที่ชมเชย จริงใจบ้างไม่จริงใจบ้าง ดีไม่ดีจะโดนด่าว่าเสแสร้งแกล้งทำเข้าไปอีกหนึ่งกระทง

มีคำคมหนึ่งที่เข้าใจกันว่าเป็นประโยคเด็ดจากแองเจลิน่า โจลี่ นักแสดงหญิงชื่อดัง ที่แชร์กันอยู่บ่อย ๆ ในโลกออนไลน์ว่า “หากผู้ชายต้องการให้ผู้หญิงเป็นนางฟ้าในชีวิตของเขา… เขาจำเป็นต้องสร้างสวรรค์ให้เธออยู่…เพราะนางฟ้าไม่ได้อยู่ในนรก” จริง ๆ แล้วอาจไม่จำเป็นว่าผู้หญิงต้องเป็นนางฟ้าในชีวิตของผู้ชายเท่านั้น แต่ถ้าสังคมอยากให้ผู้หญิงเป็นนางฟ้า สังคมทั่วไปก็ต้องเป็นสวรรค์ให้พวกเธออยู่ ถ้าสภาพสังคมยังคงเป็นไปแบบที่เป็นในทุกวันนี้ ถ้าจะบอกว่าสังคมต่างหากที่บีบให้ผู้หญิงหลายคนต้องเป็นนางมารก็ไม่ผิดนัก! พวกเธอก็ต้องปกป้องตนเองเหมือนกัน!