เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้เศรษฐกิจไทยฝืดเคือง เงินหายากขึ้น ที่หาได้มาก็ไม่พอต่อภาระค่าใช้จ่าย ท่ามกลางข้าวของที่แพงขึ้นแต่รายได้เท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม ปัญหานี้เกิดขึ้นกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือลูกจ้างทั่วไปก็ได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น โดยที่หลาย ๆ คนก็มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะน้อยหรือมาก
เป็นหนี้ก็ต้องใช้คืน เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพื่อรักษาเครดิตไว้ แต่ถ้าไม่สามารถจ่ายได้ สามารถเจรจาหาทางออกกันได้ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้กับธนาคาร อีกทั้งตอนนี้ธนาคารหลาย ๆ แห่งยังมีมาตรการ พักชำระหนี้ ออกมาแบบต่อเนื่อง วันนี้ Tonkit360 มีเคล็ดไม่ลับ! จ่ายหนี้ไม่ไหว ต้องทำอย่างไรไม่ให้เสียเครดิต จะมีวิธีการอย่างไรบ้าง? มาดูกัน!
“เป็นหนี้” ควรแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
- จัดหมวดของหนี้สินที่มีว่าอันไหนมีหลักทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน รถ เป็นต้น หนี้กลุ่มนี้สามารถขายเพื่อตัดหนี้ หรือ เคลียร์หนี้ได้เลยทันที ส่วนหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ เช่น หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อหมุนเวียน หรือ หนี้นอกระบบ หนี้กลุ่มนี้ให้วางแผนเจรจา
- ลดละเลิกเช่นหากท่านติดพนันให้รีบเลิกทันที ติดลูกโซ่หรือแชร์เลิกเล่นให้หมด
- พยายามรักษาเครดิตให้ได้ ยิ่งเงินเดือนเยอะยิ่งต้องรักษาให้ดี
- อย่าขาดการติดต่อ โดยเฉพาะคนที่เงินเดือนเยอะหรือกำลังมีหน้าที่การงานที่ดี เพราะธนาคารอาจจะเลือกฟ้องและยึดเงินเดือนของท่านได้
- ทำการเขียนขอปรับโครงสร้างหนี้ ศึกษาแนวทางการเขียนแบบฟอร์มขอปรับโครงสร้างหนี้ให้ดี ข้อดีคือสามารถส่งเรื่องถึงเจ้าหนี้ได้โดยตรง มีหลักฐานชัดเจน มีเวลาเรียบเรียงความคิด และข้อเสนอปรับโครงสร้างหนี้ที่ตัวคุณเองสามารถทำได้
- หากคุณมีเจ้าหนี้เยอะ ให้รีบไปทำเจรจาโดยเร็ว เพราะเจ้าหนี้ทุกเจ้ามีวิธีจัดการหนี้ที่แตกต่างกัน ไม่ได้ใช้วิธีเดียวกันเสมอไป ดังนั้นคุณควรติดต่อเพื่อเจรจากับเจ้าหนี้ทุกเจ้า เช่นหากคุณไปทำการเจรจาเจ้าหนี้บ้างส่วนได้ และคิดว่าทุกเจ้าคงเหมือนกันนั้นเป็นความคิดที่ผิด เพราะหากมีเจ้าหนี้ที่ดันฟ้องและยึดเงินเดือน คุณก็จะยิ่งไม่มีเงินจ่ายเจ้าหนี้ก่อนหน้านี้ที่ท่านได้ไปเจรจามาในที่สุด
- สมัคร โครงการคลินิกแก้หนี้ โดยเร็ว
เป็นหนี้อย่าหนี
ข้อแรกที่สำคัญมาก ๆ สำหรับใครที่มีหนี้ และอยู่ในสภาพตึงมือ จ่ายไม่ไหว เรื่องแรกที่ควรทำ ไม่ใช่การหนี แต่เป็นการแก้ปัญหาหนี้สินมีอยู่ คือ “เจรจากับเจ้าหนี้” โดยตรง ถึงสาเหตุที่ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ ถ้าอาการหนัก คุยแบบขอหยุดพักชำระ ที่ไม่ใช่มาตรการขั้นต่ำ เราสามารถเจรจาขอเป็นสิทธิพิเศษได้ เพราะฉะนั้น ควรเจรจาอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้ สื่อสารตรง ๆ ว่าจ่ายไม่ได้ เพราะจะได้เงื่อนไขที่เป็นประโยชน์มากกว่า เพื่อลดภาระในช่วงวิกฤติ
ไม่ไหวอย่าฝืน เจรจากับเจ้าหนี้ซะ
ทางออกอีกทางหนึ่ง คือ การติดต่อกับเจ้าหนี้ เพื่อขอเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่ให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ที่ลดลง ซึ่งเราควรรีบไปติดต่อเจ้าหนี้โดยไม่ต้องรอให้เป็นหนี้เสีย ซึ่งการเจรจาก็มีมาแนะนำดังนี้
วิธีที่ 1 ขอหยุดชำระทั้งต้นและดอกเบี้ย เป็นการพักจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ณ เวลาที่ตกลงกัน อย่างไรก็ตามวิธีนี้ แม้จะพักชำระไปแต่ดอกเบี้ย ณ งวดที่พักจะถูกคิดต่อไปเรื่อย ๆ
วิธีที่ 2 ขอจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย เป็นการพักจ่ายเงินต้นในช่วงที่มีการตกลงกัน แต่จ่ายดอกเบี้ยในแต่ละเดือนตามปกติ
วิธีที่ 3 ขอลดค่างวด ลดจำนวนเงินที่จะจ่ายลงในแต่ละงวด
วิธีที่ 4 ขอลดดอกเบี้ย การขอลดดอกเบี้ยสินเชื่อให้น้อยลงกว่าที่เป็นอยู่
วิธีที่ 5 ขอยืดหนี้ ให้ผ่อนนานขึ้น เป็นการขอขยายเวลาในการจ่ายหนี้ เพื่อลดจำนวนเงินที่จะจ่ายในแต่ละงวดลง หรือการปรับโครงสร้างหนี้นั่นเอง
หากผ่านพ้นวิกฤติทางการเงินครั้งนี้ไปได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไป คือ การปรับพฤติกรรมการเงินใหม่ เช่น เมื่อได้เงินมาให้หักเงินออม ก่อนใช้จ่ายเพื่อเตรียมไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน คอยควบคุมไม่ให้รายจ่าย มากกว่ารายรับ และมีหนี้เท่าที่จ่ายไหว ซึ่งจะทำให้เราสามารถจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการเตรียมความพร้อมต่อสู้วิกฤติที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต





























