การซื้อประกันเป็นเรื่องที่หลายคนร้องยี้ และยิ่งคนอายุน้อยก็ยิ่งไม่เห็นความสำคัญ แต่โดยตามทฤษฎีพีระมิดทางการเงิน Protection หรือประกันชีวิตและประกันสุขภาพ กลายเป็นพื้นฐานของความมั่งคั่ง และมั่นคงทางการเงินเป็นเรื่องแรก
รู้อย่างนี้แล้วก็ต้องอธิบายกันหน่อยว่าเพราะอะไร ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ทำให้เงินมั่งคั่งทางการเงิน ทั้ง ๆ ที่หลายคนคิดว่ามันคือเงินสูญเปล่า บางทีจ่ายเบี้ยไป ก็ไม่เคยได้ใช้มันด้วยซ้ำ
จากหลักพื้นฐาน พีระมิดทางการเงินซึ่งใช้สำหรับการวางแผนการเงินแล้ว การประกันชีวิตถือเป็นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ในส่วนของการป้องกันความเสี่ยงของการขาดรายได้ หรือการสูญเงินก้อนโตนั่นเอง เราจะเห็นว่าฐานที่แข็งแรง ของสามเหลี่ยมพีระมิดเริ่มจากประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
เพราะประกันสุขภาพ รวมทั้งประกันโรคร้ายแรงต่าง ๆ ถือเป็นตัวช่วยที่จะแปลงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่คาดไม่ถึง หรือไม่คาดฝัน ให้กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เรารู้และประเมินค่าได้ ท้ังยังสามารถคำนวณเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนได้
ประกันชีวิต เป็นค่าใช้จ่ายที่ถ้ายิ่งซื้อตั้งแต่อายุยังน้อย ค่าใช้ส่วนนี้จะคงที่ยาวนาน
การประกันชีวิตมีหลายแบบ ซึ่งจะมีลักษณะความคุ้มครองและผลประโยชน์แตกต่างกันออกไป แต่โดยพื้นฐานแบบการประกันชีวิตมีอยู่ 4 แบบ
1. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ก็ตามชื่อเลยค่ะ เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตเมื่อใดในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ เป้าหมายหลักของประกันตัวนี้ ก็คือเป็นเงินทุนสำหรับบุคคลที่อยู่ในความดูแลเมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต หรือเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการเจ็บป่วยครั้งสุดท้ายและค่าทำศพ จะไม่ทำให้คนข้างหลังลำบาก
2. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นการประกันที่บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย เมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา หรือจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในช่วงระยะเวลาประกันภัย การประกันชีวิตแบบนี้เป็นการผสมของการคุ้มครองชีวิตและการออมทรัพย์ ซึ่งส่วนของการออมทรัพย์ก็คือการจ่ายเบี้ยแล้วมีเงินคืนตามกำหนด นั่นก็คือการออมเงินเพื่อรับประกันว่าในอนาคตจะมีเงินคืนเป็นจำนวนที่แน่นอน
3. ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาประกันภัย วัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองการเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร การประกันชีวิตแบบนี้ไม่มีส่วนของการออมทรัพย์ เบี้ยประกันภัยจึงต่ำกว่าแบบอื่น ๆ และไม่มีเงินเหลือคืนให้หากผู้เอาประกันภัยอยู่จนครบกำหนดสัญญา
4. ประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำ หรือสำหรับช่วงวัยเกษียณ เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนเท่ากันให้ผู้เอาประกันภัยทุกเดือน นับแต่เกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี เป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในกรมธรรม์ สำหรับระยะเวลาการจ่ายเงินได้ประจำนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันชีวิตที่จะเลือกซื้อ และที่สำคัญเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไปในแต่ละปี สามารถนำไปใช้เป็นค่าลดหย่อนในภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับแบบทั่วไป และ 200,000 บาทสำหรับแบบบำนาญ
สร้างบ้านยังต้องตอกเสาเข็มเพื่อเป็นฐาน แล้วก็สร้างความมั่นคงทางการเงินก็ควรเริ่มตั้งแต่ฐานเช่นกัน