ในยุคสมัยที่เจ้าของเทคฯ คอมพานี กำลังแข่งเรื่องพาคนไปท่องอวกาศ ตัวพ่อแห่งซิลิคอนแวลเลย์อย่าง บิลล์ เกต กำลังทำในเรื่องที่แตกต่างออกไป จะว่าไป บิลล์ เกต ลงมือทำเรื่องนี้มานานแล้ว กับการให้ทุนสนับสนุนและวิจัยแก่สถาบันทางการแพทย์เพื่อพัฒนาการรักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โรคที่ทำให้ความทรงจำของผู้คนหายไปและกัดกินหัวใจของคนอันเป็นที่รัก
ส่วนหนึ่งที่บิลล์ เกต ให้ความสนใจกับโรคอัลไซเมอร์ เพราะครอบครัวของเขาเองได้รับผลกระทบจากโรคนี้ ขณะเดียวกันการได้เห็นผู้คนในวัยที่เริ่มน้อยลงได้รับผลกระทบจากโรคดังกล่าว ทำให้บิลล์ เกต อยากจะทำในสิ่งที่ได้ช่วยสังคมในวงกว้าง ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่นั้น ต้องคอยติดตามข่าวสารกัน
แต่มีเรื่องคนตัวเล็ก ๆ และไม่มีอิทธิพลใด ๆ เลยอีกหนึ่งคน ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ได้ยินเรื่องราวของเขา และทำให้เกิดกองทุนเพื่อรักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ซึ่งระดมเงินทุนได้เกือบ 40,000 ปอนด์ เป็นเรื่องราวของคุณปู่ นิค การ์ดเนอร์ วัย 81 ปี อาศัยอยู่ในสกอตแลนด์ ภรรยาของคุณปู่นิคป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ และต้องอยู่ในความดูแลของสถานพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคนี้โดยเฉพาะ ทำให้คุณปู่นิคต้องแยกจากภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก
ท่ามกลางความเงียบเหงาของชีวิตที่ต้องอยู่เพียงลำพัง ยังไม่เท่ากับหัวใจที่เจ็บปวดเพราะความทรงจำของภรรยาที่เลือนหาย อันทำให้คุณปู่นิคกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ ความเจ็บปวดค่อย ๆ กัดกินในใจคุณปู่นิคมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งคุณปู่นิคเดินออกจากบ้านและเดินขึ้นภูเขาเพื่อแสวงหาความสงบภายในใจ
คุณปู่นิคเล่าว่าการเดินขึ้นเขา ยิ่งไกลเท่าไรความรู้สึกหนัก ๆ ภายในใจก็บางเบาลงตามระยะทางที่มากขึ้น จากครั้งแรกมีครั้งที่สอง และอีกหลายครั้งตามมา ขณะเดียวกันคุณปู่นิคพบว่าความเครียดและความรู้สึกเศร้าที่ต้องสูญเสียภรรยาให้กับโรคอัลไซเมอร์นั้นได้บรรเทาลง เมื่อการเดินทางมาถึงภูเขาลูกที่สาม คุณปู่นิคเริ่มอยากแบ่งปันเรื่องราวของตนเองกับคนแปลกหน้าที่ได้พบเจอกันตอนเดินขึ้นเขา
คุณปู่เล่าเรื่องของตนเองให้ทุกคนฟัง และบอกคนเหล่านั้นว่าการเดินขึ้นเขานั้นมีปลายทางอยู่ที่การปลดปล่อยจิตใจของตนเอง ซึ่งการบอกเล่าเรื่องราวต่อคนแปลกหน้า ทำให้เรื่องของคุณปู่นิคถูกบอกต่อในโลกโซเชียล และสามารถระดมเงินทุนให้กับสถาบันรักษาผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในสกอตแลนด์ได้ด้วยเรื่องราวของตนเอง ซึ่งคุณปู่นิคตั้งเป้าที่จะเดินขึ้นเขาจำนวน 282 แห่งในระยะเวลา 1,200 วัน
คุณปู่นิคพูดถึงความรู้สึกที่ได้เดินขึ้นเขาว่า “ให้ความรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง” คุณปู่นิคยังได้เอ่ยถึงคำพูดของ “จอร์จ มัลลอรี” นักปีนเขาชื่อดังชาวอังกฤษ ที่พิชิตยอดเอเวอร์เรสต์ ได้และตอบคำถามของนักข่าวที่ถามว่า “ทำไมคุณถึงมุ่งมั่นที่จะพิชิตเอเวอร์เรสต์” มัลลอรี ตอบสั้น ๆ ว่า “เพราะมันอยู่ตรงนั้น”
เรื่องของบิลล์ เกต และคุณปู่นิค ทำให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบริษัทเทคฯ คอมพานี หรือคุณปู่วัยเกษียณ ก็สามารถทำให้เกิดกระแสและความสนใจต่อผู้ที่ป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ได้หากมีความตั้งใจจริง ขณะเดียวกันยังทำให้เห็นว่าโลกมนุษย์ยังน่าอยู่หากผู้คนยังพอจะมีน้ำใจหรือความเมตตาให้แก่กัน เพราะแม้ว่าความทรงจำจะเลือนหายไป แต่หัวใจที่ยังเต้นอยู่ของคนป่วย และคนอันเป็นที่รักของพวกเขา ยังคงต้องการการเยียวยา