Showhost พิธีกรขายของ อาชีพที่ยิ่งกว่าดาราดังในเกาหลี

“Showhost” พิธีกรขายของ ดูจะเป็นอาชีพที่ยังใหม่ในประเทศไทย แต่ถ้าเทียบกับประเทศเกาหลีแล้ว อาชีพนี้ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ดีและมีความสำคัญและน่าสนใจไม่แพ้ดาราเกาหลีเลย “โชว์โฮสต์” ไม่ใช่อาชีพพิธีกรหรือผู้ดำเนินรายการขายสินค้าธรรมดา ซึ่งต้องถูกคัดสรรคุณสมบัติการนำเสนอที่ดี อีกทั้งยังเป็นคนที่สามารถสื่อสารและเข้าใจความต้องการของประชาชนได้ดีอีกด้วย

หลายคนอาจยังไม่รู้จักอาชีพ “Showhost” คืออะไร แตกต่างจากอาชีพพิธีกรหรือพนักงานขายหรือไม่ จริง ๆ แล้วโชว์โฮสต์คือผู้ดำเนินรายการขายสินค้า หากยังนึกไม่ออก มีบทสนทนาหนึ่งที่ช่วยให้คุ้นหูมากขึ้นกับวลีที่ว่า “โอ้ พระเจ้าจอร์ชมันยอดมาก…มันดีมากเลยซาร่า” หรือ “แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าคุณโทรมาภายใน 10 นาทีนี้” ก็คงต้องร้องอ๋อกันบ้าง วันนี้เราจะได้รู้จักอาชีพนี้กันมากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์ของ ครุสุดา วันมา โชว์โฮสต์สาวสวยมากความสามารถ เป็นยังไงนั้นไปดูบทสัมภาษณ์นี้กันเลยค่ะ

จุดเริ่มต้นในการก้าวเข้าสู่วงการพิธีกร

จริง ๆ แล้วไม่ได้ชอบการเป็นพิธีกร เพราะเป็นคนไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย แต่ในใจลึก ๆ อยากเป็นดารา และเข้าใจว่าการได้ออกทีวีไม่ว่าบทบาทหน้าที่จะทำอะไรก็ตาม นั่นคือการเป็นดารา เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจพร้อมหัวเราะด้วยความสุข และได้มีโอกาสได้ทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยในหลากหลายกิจกรรมทำให้ได้ฝึกความกล้า จนทำให้มีทักษะการพูดที่ดี 

พอจบการศึกษามีโอกาสได้เข้าไปทำงานในวงการทีวีในตำแหน่งผู้ช่วยคอสตูม โดยที่ไม่ได้ทำงานประจำเพียงเพราะฝันว่าอยากเป็นดารา บนความโชคดีแม้ไม่ได้เรียนจบในสายนิเทศศาสตร์ เธอได้มีโอกาสไปแคสต์พิธีกรรายการแนวอินดี้ ชื่อรายการอินดี้โซไซตี้ ออกอากาศผ่านทางทีวีดาวเทียม สนนราคาค่าจ้างเทปละ 500 บาท เป็นครั้งแรกในการเป็นพิธีกร ถือเป็นใบเบิกทางทำให้เราชอบในสายอาชีพนี้ขึ้นมา และทำให้มีผลงานด้านพิธีกรมาเรื่อย ๆ

บทบาทการเป็นพิธีกรมืออาชีพกับความชอบส่วนตัว

ในการผ่านงานครั้งแรก ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าการเป็นพิธีกรมันไม่ใช่แค่สวยหรือพูดเก่งเท่านั้นที่สามารถเป็นพิธีกรที่ดีได้ มันต้องเรียนรู้ ต้องจำ ต้องเข้าใจในเรื่องที่เรากำลังจะสื่อสารออกไป ไม่ใช่เป็นการพูดกับเพื่อนที่สามารถหยุดพูดเมื่อไรก็ได้ แต่ในบทบาทของพิธีกรไม่สามารถหยุดคิดได้ว่าเราจะพูดเรื่องอะไรต่อ ดังนั้น เลยต้องมีเรื่องการศึกษาการใช้คำเชื่อมเช่นคำว่า ที่ ซึ่ง แล้ว และ เป็นคำที่มีความสำคัญมาก ก็ได้เรียนรู้จากพิธีกรคนอื่น เรียนรู้จากคนรอบข้าง ใช้วิธีการครูพักลักจำ และการอยู่ในสนามรบเป็นการฝึกที่ดีที่สุด ด้วยประสบการณ์ทำให้ได้พัฒนาตนเองมาเป็นผู้ประกาศข่าว

จุดเปลี่ยนจากการเป็นพิธีกรสู่วงการโชว์โฮสต์ (พิธีกรขายของ)

ต้องบอกว่าอาชีพ “พิธีกร หรือ ผู้ประกาศข่าว” ที่ได้มีโอกาสได้ทำงานมา เรามองว่ามันคืออาชีพที่ทำให้เรามีรายได้ ไม่ได้มองว่าต้องเป็นคนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทำเพราะชอบในสายงานอาชีพนี้ ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหนก็ตาม เรามองว่านี่แหละคืออาชีพของเราที่สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ และมองว่าการเป็นผู้ดำเนินรายการนำเสนอสินค้าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

หลายคนคงคิดว่าการทำโชว์โฮสต์นั้นไม่ใช่เรื่องยาก “แค่พูดได้ ขายของเป็น” เหมือน PC ตามห้างก็เรียกว่าโชว์โฮสต์ได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือก็ไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะการทำโชว์แต่ละโชว์ต้องอาศัยไหวพริบและสมาธิสูงมาก ต้องสื่อสารให้คนดูเข้าใจในตัวสินค้าที่เรากำลังจะถ่ายทอดเรื่องราวออกไป พูดให้รู้มันไม่ยาก แต่พูดให้เชื่อเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ๆ โชคดีที่เรามีความชอบด้านการขายของ มีจิตใจความเป็นแม่ค้าเป็นทุนเดิม ทำให้เราสามารถทำงานนี้ออกมาได้ดี และในทุก ๆ ครั้งเมื่อจบงานแล้วเราต้องเช็กงานทุกครั้ง เพื่อนำไปพัฒนาต่อ

ย้ำว่าการขายสินค้าไม่จำเป็นต้องขายได้ทุกสินค้า แต่ทุกการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เราคือองค์ประกอบหลักสำคัญในสินค้านั้น ๆ  ดังนั้น การใส่ใจในเรื่องของเนื้อหาข้อมูล และการทำความเข้าใจในตัวสินค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

อาชีพ เป็นครูสอนให้เราใช้ชีวิตเป็น

บทบาทการเป็นพิธีกรไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลากหลาย จากการเป็นคนพูดไม่เก่ง ไม่ค่อยเข้าสังคมหรือไม่พูดกับคนที่ไม่รู้จัก มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่าถ้าเรายังเป็นแบบนี้อยู่ เราจะถูกตัดสินจากคนรอบข้างในทางที่ไม่ดี ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลเสียกับเราแน่นอนถ้าเรายังใช้ชีวิตในสังคม ยังต้องเจอเพื่อนพี่น้องในที่ทำงานอยู่ ให้คิดเสมอว่านี่คือการทำงานกับสังคมรูปแบบหนึ่ง การเป็นพิธีกรได้เปลี่ยนมุมมองเราตรงนี้ให้เราเป็นคนที่กล้าที่จะพูด และเข้าหาคนมากขึ้น มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และสิ่งนี้ทำให้เรามีความสุขและอยากทำงานในสายงานนี้เรื่อย ๆ