รวมพฤติกรรมสุดน่ารังเกียจของ “เพื่อนบ้านตัวดี”

หากคุณรู้กิตติศัพท์นิยามคำว่า “เพื่อนบ้าน” ดี คุณจะรู้ทันทีว่าเป็นปัญหาระดับชาติมากขนาดไหน ด้วยเคยประสบพบเจอด้วยตัวเอง บางคนถึงกับมีคติประจำใจเวลาจะย้ายบ้านว่า “หากเพื่อนบ้านดี คนร่วมหมู่บ้านดี เหมือนถูกรางวัลแจ็กพอต” เพราะเพื่อนบ้านที่ดีจะทำให้คุณรู้สึกดีเวลาที่อยู่บ้านหรือไม่อยู่บ้าน พวกเขาจะมีมารยาทในการเข้าหา ไม่ก้าวก่ายเรื่องที่ไม่ใช่ของเขา และคอยสอดส่องดูแลบ้านให้ถ้าคุณไม่อยู่บ้าน แต่…ถ้าเปลี่ยนจากเพื่อนบ้านดีเป็น “เพื่อนบ้านตัวดี” แล้วล่ะก็ ความวายป่วงจะตามรังควาญชีวิตคุณไม่จบสิ้นเช่นกัน

ที่มาของบทความรวบรวมพฤติกรรมสุดจะทนของเพื่อนบ้านบทความนี้ ได้ไอเดียมาจากโมเดล “ป้าข้างบ้าน” ที่เป็นข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อน โครงการนี้เป็นโครงการที่ริเริ่มทำขึ้นแล้วจริง ๆ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนช่วยกันสอดส่องดูแล และแจ้งเบาะแสข้อมูลข่าวสารเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ตั้งโครงการนี้ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมก็เพราะกิตติศัพท์ของเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะป้าที่อยู่ข้างบ้าน

ท่านผู้ว่าฯ ได้อธิบายที่มาที่ไปของชื่อโครงการว่า เป็นที่รู้ดีในสังคมว่าป้าข้างบ้านจะชอบสอดส่องดูความเคลื่อนไหวของเพื่อนบ้านใกล้เคียงตลอดเวลา ทั้งยังมีประสิทธิภาพในฐานะหน่วยข่าวกรองขั้นสูง บางข้อมูลคนในบ้านไม่รู้ คนที่ไปเสี่ยงติดเชื้อมาก็ยังไม่รู้ตัวเอง แต่ “ป้าข้างบ้าน” รู้ ที่ผ่านมาได้มีการแจ้งเบาะแสเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และจังหวัดก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

การผุดโครงการ “ป้าข้างบ้าน” นี้ เป็นเพราะท่านผู้ว่าฯ เชื่อมั่นในศักยภาพเพื่อนบ้านดีว่าสามารถรู้ดีกว่าคนในบ้านได้แน่นอน ตั้งแต่เริ่มโครงการ ป้า ๆ หลายคนไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะฉะนั้น ทางจังหวัดเพชรบูรณ์จึงขอความร่วมมือจาก “ป้าข้างบ้าน” ทุกคนให้ช่วยกันสอดส่องดูแลเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ เพื่อชาวจังหวัดเพชรบูรณ์จะได้พ้นจาก COVID-19 กันโดยเร็ว

นี่จึงทำให้หลายคนนึกไปถึงพฤติกรรมสุดแสบของเพื่อนบ้านของตัวเอง ที่สร้างทั้งความน่ารำคาญ ความอึดอัด ความเอือมระอา หลายต่อหลายครั้งที่ลุกลามเป็นปัญหาใหญ่โตขึ้นโรงขึ้นศาลหรือยิงกันตายก็มี ง่าย ๆ ก็คือการอยู่บ้านไม่ได้ทำให้เรามีความสุขเท่าที่ควร ก็เพราะเพื่อนบ้านนั่นเอง Tonkit360 จึงได้รวบรวม 7 พฤติกรรมสุดน่ารังเกียจของเพื่อนบ้านบางคนมาฝาก ว่าพวกเขาก่อปัญหาอะไรให้เรา ๆ ไม่สบายตัวสบายใจแบบไหนกันบ้าง

1. สอดรู้สอดเห็นอยู่เป็นนิจ

ถ้าพูดถึงเพื่อนบ้านแล้ว พฤติกรรมแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือ “ความสอดรู้สอดเห็น” นี่เป็นทักษะเบสิกขั้นพื้นฐานในการเป็นเพื่อนบ้านยอดแย่ รู้ทุกอย่าง รู้ทุกบ้าน เรื่องใต้เตียงบนเตียงรู้หมด ถ้าทักษะสูงมากจริง ๆ ก็สามารถรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียว

และการสอดรู้สอดเห็นที่ว่านี้ก็มักจะมาพร้อมกับนิสัย “ขี้นินทา” แน่นอนว่าเราห้ามให้ใครนินทาเราไม่ได้หรอก แต่เพื่อนบ้านบางคนก็ทำเกินไป ขึ้นชื่อว่านินทาถ้าพูดแต่เรื่องจริงมันดูจืดชืดไม่สนุกเอาเสียเลย ฉะนั้นต้องใส่สีตีไข่เพิ่มเติมให้ดูน่ากิน แต่พอเรื่องมันถูกบิดเบือน กลายเป็นว่าเราก็ถูกโจมตีเสีย ๆ หาย ๆ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริง ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงต้องทำใจ เพราะเราไม่อาจห้ามความอยากรู้อยากเห็นและความอยากกระจายข่าวได้ ได้แต่ภาวนาให้พวกเขามีจรรยาบรรณในการกระจายข่าวหน่อยแล้วกัน

2. พูดจาไม่เข้าหู

เคยเจอเพื่อนบ้านที่ “พูดจาไม่เข้าหู” กันใช่ไหม ไม่ว่าจะเป็นการทักทาย อ้วนขึ้นหรือเปล่าเนี่ย ดูดำขึ้นนะ หรือการเปรียบเทียบชีวิตสุดจะเพอร์เฟกต์ของตัวเองกับเรา วันไหนอารมณ์ไม่ดีก็เข้ามาพูดกับเราแบบเหน็บแนม แซะ ขุด เอาปมด้อยมาพูด ราวกับเกลียดกันมาแต่ชาติปางก่อน ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพูดดี ๆ ไม่ได้หรือไงกัน

เพื่อนบ้านแบบนี้มักจะโผล่มาตีสนิทแทบจะทันทีเมื่อเราย้ายบ้านมา ด้วยความอยากเป็นมิตรกับทุกคนเราก็เลยรับมิตรภาพนั้น แต่เชื่อไหมว่าเขาจะทำกับเราเหมือนสนิทกันมาก สรรหาเอานู่นเอานี่มาเล่าให้ฟัง ไม่ถามสักคำว่าอยากรู้ไหม อยากพูดอะไรก็พูดแล้วปิดท้ายว่าก็คนกันเองแค่พูดเล่น ทำจริงจังไปได้ (เหรอ?) แล้วปิดท้ายด้วยการวนเข้าเรื่องอวยตัวเองอย่างเนียน ๆ ยัง… ยังไม่พอ บางทีมาสอนเราอีกแน่ะ อย่าว่าเป็นคนใจแคบเลยนะ เจอแบบนี้เป็นใครก็ระแวงทั้งนั้นแหละ

3. เจ้ากี้เจ้าการเหมือนเป็นกรรมการหมู่บ้าน

ด้วยความที่รู้ทุกเรื่องในหมู่บ้านอะเนอะ เพื่อนบ้านประเภทนี้จึงเป็นพวกฉันรู้โลกรู้ ดังนั้น ถ้าไม่อยากจะพลาดข่าวสารทั่วไป ข่าวซุบซิบ ข่าวใต้เตียง หมาตายแมวตาย เรียนเชิญที่บ้านของพวกเขาได้เลย เขาพร้อมเป็นกระบอกเสียง ยิ่งถ้าหากหมู่บ้านมีการจัดกิจกรรมขึ้นมาแล้วล่ะก็ สามารถพบเขาได้ทุกงาน

นี่แหละ เพื่อนบ้านแบบนี้แหละที่เป็นความหวังของหมู่บ้านในการแจ้งเบาะแส COVID-19 ที่แท้ทรู วัน ๆ พวกเขาไม่ค่อยอยู่บ้านตัวเองเท่าไร จะเข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้ โฉบไปโฉบมาทั้งซอย เพื่อพบปะลูกบ้านอย่างทั่วถึง ก็เกือบจะดีแล้วนะ แต่ถ้าเป็นไปได้ ขอความกรุณาให้พวกเราอยู่อย่างสงบ ๆ ดีกว่า ไม่ต้องเจ้ากี้เจ้าการทุกเรื่องขนาดนี้ก็ได้

4. เสียงดังน่ารำคาญ

นี่คือปัญหาหูแตกจากบรรดาเพื่อนบ้านสุด (ไม่) น่ารัก การสร้างเสียงดังรบกวนชาวบ้านชาวช่องมีหลายรูปแบบ เช่น เปิดเพลง เปิดทีวีเสียงดังเผื่อแผ่คนทั้งหมู่บ้าน (ไม่ต้องมีน้ำใจขนาดนั้นก็ได้) ชวนเพื่อนมาร่วมตั้งก๊งเหล้าทุกวัน เมาได้เมาดี พอเมาแล้วก็เริ่มโหวกเหวกโวยวาย หาเรื่องเขาไปทั่ว

ส่วนอีกพวก คือพวกที่มีงานเลี้ยงฉลองสังสรรค์เฮฮาอยู่บ่อย ๆ เอะอะโวยวายดังลั่นสามบ้านแปดบ้าน ถ้าเป็นช่วงเทศกาลยังพอให้อภัยได้ แต่ถ้าทั้งคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนก็คงไม่ไหวเหมือนกัน นี่ยังไม่ได้นับรวมบ้านที่มีลูกเด็กเล็กแดง บ้านที่เลี้ยงสัตว์อย่างหมาแมว ที่มักจะก่อเสียงดังเกินต้านทุกวี่วัน ก็เข้าใจนะว่ายากจะควบคุม แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่เราที่ต้องมานอนฟังเสียงเด็กร้องหรือหมาเห่าทุกคืน และบ้างบ้านก็ทะเลาะกันประจำ ทะเลาะในบ้าน แต่รู้กันทั้งหมู่บ้าน

5. ปล่อยสัตว์เลี้ยงสร้างความเดือดร้อน

ต่อเนื่องมาจากการก่อเสียงรบกวน ถ้าเพื่อนบ้านคุณเลี้ยงสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงแบบระบบเปิด มีโอกาสสูงมากถึงมากที่สุด ที่หน้าบ้านคุณจะกลายเป็น “ส้วม” สำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรักของพวกเขา ส่วนหน้าบ้านพวกเขานั้นสะอาดเกลี้ยงเกลาราวกับไม่ได้เลี้ยงสัตว์เลยสักตัวเดียว ไม่ก็จูงสัตว์เลี้ยงออกมาเดินเล่นออกกำลังกาย แต่เวลาที่มันขับถ่าย แทนที่จะเก็บเพราะเป็นที่สาธารณะ คนใช้ร่วมกัน ก็ปล่อยไว้แบบนั้น

อีกกรณีที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง คือการที่ไม่ดูแลสัตว์เลี้ยงตัวเองให้ดี เช่น หมาพันธุ์ดุร้าย บางทีมันหลุดออกมาก็ไปไล่กัดแข้งกัดขาคนอื่นเขา ถ้าเขาเรียกร้องค่าเสียหาย หรือบาดเจ็บจนเป็นข่าวออกทีวี บางคนก็ปฏิเสธหน้าตายว่านี่ไม่ใช่หมาฉัน แต่ถ้าเขาป้องกันตัวเองด้วยการตีมันหรือไล่มัน ก็นึกอยากเปลี่ยนใจเป็นเจ้าของหมาทันที คนเราเปลี่ยนใจกันง่ายขนาดนี้เชียวเหรอ

6. ทิ้งขยะถังบ้านคนอื่น

ใช่แล้ว พฤติกรรมของเพื่อนบ้านที่ชอบเอาขยะบ้านตัวเองไปทิ้งในถังขยะหน้าบ้านคนอื่น ทั้งที่หน้าบ้านตัวเองก็มีถังขยะแต่ไม่ทิ้งถังตัวเอง บางหมู่บ้านที่ราคาแพงหน่อย จะมีถังขยะประจำให้แต่ละบ้านพร้อมบ้านเลขที่ แต่เพื่อนบ้านตัวดีเก็บเข้าบ้านแอบมิดชิดเหมือนจะเอาไว้เก็บข้าวสาร แล้วก็เอาขยะมาทิ้งถังบ้านคนอื่นแทน

จริง ๆ ก็อยากจะถามนะว่าเป็นโรคอะไร ขยะบ้านตัวเองถึงทิ้งในถังบ้านตัวเองไม่ได้ กลัวขยะเต็ม กลัวเหม็น กลัวต้องทำความสะอาด หรืออะไรยังไง ทั้งที่สุดท้ายแล้วเดี๋ยวรถขยะก็มาเก็บอยู่ดี ซึ่งการไปทิ้งถังบ้านคนอื่นมันก็ทำให้ถังขยะบ้านเขาเต็มเร็ว ถ้ามันล้นออกมามันก็ส่งกลิ่นเหม็นเหมือนกัน แต่ก็นะ ไม่เป็นไรหรอก เพราะมันเหม็นที่หน้าบ้านของหล่อนไงไม่ใช่หน้าบ้านฉัน บ้านฉันสะอาดก็พอแล้ว

7. จอดรถล้ำหน้าบ้าน

อีกปัญหาโลกแตกที่ทำให้หลายบ้านมองหน้ากันไม่ติด คือการ “จอดรถขวางหน้าบ้าน” บางที่ไม่ถึงกับขวาง แต่ก็ล้ำมามากเหมือนกัน บ้านตัวเองมีไม่จอด บางคนรวยจัดมีรถเกินพื้นที่บ้าน ทำให้เจ้าของบ้านจะเข้าจะออกบ้านแต่ละทีต้องเดินตัวลีบ หลบแล้วหลบอีก พอเราเหลืออด ไปขอความร่วมมือดี ๆ ก็กลายเป็นไม่มีน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมโลกอีก

คือถ้ารวยมีรถหลายคันขนาดนี้ แล้วรบกวนพื้นที่สัญจรสาธารณะในหมู่บ้าน หรือหน้าบ้านคนอื่นทั้งที่เจ้าของบ้านเขาก็อยู่ จริงอยู่ที่พื้นที่หน้าบ้านบางบ้านไม่ได้ใช้งาน แต่เป็นใครก็ไม่อยากให้คนอื่นมาทำอะไรขวางหน้าบ้านตัวเอง ทั้งเกะกะขวางทาง เสียงรถบางคันก็ดังหูแตก แถมยังมีควันจากท่อไอเสียที่เหม็นสุด มะเร็งปอดถามหา แบบนี้หลายคนคงอยากจะไปกระซิบข้างหูว่าถ้ามีเงินซื้อรถเยอะขนาดนี้ ไปหาซื้อบ้านที่มีที่จอดรถใหญ่ ๆ เท่าสนามหลวง ไม่ก็ทำที่จอดรถเป็นของตัวเองเลยดีกว่าไหม จะได้ไม่เดือดร้อนคนอื่น

นี่คือตัวอย่างปัญหาที่เกิดจากเพื่อนบ้านยอดแย่ที่มีพฤติกรรมน่ารังเกียจ บทความนี้ไม่มีวิธีกำราบเพื่อนบ้านจอมแสบแบบนี้ คงต้องวิธีใครวิธีมันแนะนำกันไม่ได้ เพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนบ้านตัวดีของคุณมีระดับความร้ายกาจเลเวลไหน มีสามัญสำนึกมากแค่ไหนหากจะไปพูดด้วยดี ๆ เพราะบางคนก็เกินเยียวยาจริง ๆ (แต่จะแก้จะย้ายบ้านหนีก็กระไรอยู่)

ภาพจาก Facebook.com/ป้าข้างบ้าน

ส่วนโครงการ “ป้าข้างบ้าน” ของจังหวัดเพชรบูรณ์นั้นถือว่าความคิดดีในแง่การใช้เพื่อนบ้านให้เป็นประโยชน์ อย่างน้อยที่สุดกับคนที่ไม่มีจิตสำนึกในการป้องกันตัวเอง และแพร่เชื้อให้คนอื่นไปเรื่อย ๆ การระบาดของโรคคงไม่สิ้นสุด แต่การช่วยกันสอดส่องดูแลจะช่วยให้จัดการได้ไวกว่า อันที่จริง โครงการนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อให้คนสอดรู้สอดเห็น เพียงแต่ถ้ารู้มาก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ จะได้หยุดการระบาด เราควรมองในแง่ดี ในสถานการณ์ที่มีทางเลือกไม่มากนัก

โดยโครงการนี้น่าจะประสบความสำเร็จ เพราะป้าข้างบ้านจะให้ความร่วมมือกับโครงการเป็นอย่างดี ไม่รู้ต้องทำให้รู้ แล้วถ้ารู้แล้วคนอื่นต้องรู้ด้วย เชื่อสิ แกรู้เบาะแส COVID-19 ดีกว่าคนในบ้านจริง ๆ อีก แต่ถ้าใครอยากรู้ความสำเร็จหรือการดำเนินโครงการ “ป้าข้างบ้าน” ของผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์นี้ สามารถตามไปดูได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ป้าข้างบ้าน

ภาพจาก Facebook.com/ป้าข้างบ้าน