“ช่างมัน” บ้างก็ได้ แบกให้หนักแล้วได้อะไร?

ยิ่งอายุมากขึ้น ก็ยิ่งมีเรื่องให้ต้องขบคิดมากขึ้น ทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว การงาน และผู้คนที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สามารถควบคุมทุกเรื่องให้เป็นไปอย่างที่ใจต้องการได้

เมื่อเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุม แต่ยังดึงดันที่จะฝืน จึงหนีไม่พ้นความทุกข์ใจเป็นธรรมดา เพราะส่วนใหญ่มักคิดว่าตนเองสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านั้นได้ และคาดหวังไปแล้วด้วยว่าจะทำได้สำเร็จ

ยิ่งคิดจะเปลี่ยนแปลงคนอื่น ก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก เพราะแม้แต่ตัวเราเอง บางครั้งก็ยังไม่สามารถบังคับจิตใจให้ทำในสิ่งที่รู้ว่าดี รู้ว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องออกกำลังกาย หรือดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น

ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะปัจจัยที่มาจากคนอื่นเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก และมักทำให้เราเกิดความหงุดหงิดใจ ทำไมไม่ลองหัด “ช่างมัน” ไปเสียบ้าง

แม้ว่าทุกคนอยากมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่ในความเป็นจริงนั้น ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่มีความสุขได้ตลอดเวลา เพียงแต่คนที่เราเห็นว่าเขามีความสุขในชีวิต เขาสามารถจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้อย่างเหมาะสม

คนที่มีความสุขจะปล่อยวางเป็น ไม่ยึดทุกเรื่องมาเป็นสรณะ บางเรื่องไม่จำเป็นต้องเก็บมาคิดให้รกสมอง บางเรื่องผ่านเข้ามาเพียงชั่วครั้งชั่วคราว บางเรื่องไม่ได้สลักสำคัญถึงขนาดที่ต้องให้คุณค่าจนบั่นทอนจิตใจของตัวเอง

หากบางเรื่องไม่สามารถควบคุมได้ ก็แค่ปล่อยมันไปหรือช่างมันไปบ้าง แทนที่จะไปแบกมันไว้เสียทุกเรื่อง แค่ยอมรับความจริงและอยู่กับมันให้ได้ ความทุกข์ใจก็จะบรรเทาเบาบางลง

หรือถ้าช่างมันไม่ได้จริง ๆ ลองหันกลับมามองที่ตัวเองก่อนว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น สามารถแก้ไขที่ตัวเราได้หรือไม่ เพราะอย่างน้อย ๆ เรายังเป็นผู้ที่ควบคุมสถานการณ์นั้นเองได้

อย่าให้คำพูด หรือการกระทำของคนอื่นมาทำให้เราต้องทุกข์ใจ ตรงไหนที่อยู่แล้วไม่มีความสุข ไม่สบายใจ ก็แค่ย้ายตัวเองออกมาจากตรงนั้น ถ้าทำไม่ได้ก็แค่ปล่อยมันไป

อย่าลืมว่า “ความสุข” เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเราเอง แค่ยอมรับความจริง ปล่อยวางให้เป็น และช่างมันไปเสียบ้าง ชีวิตก็จะสุขได้ง่ายขึ้น