Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ อย่าดู More Than Friends ถ้ายังลืม “รักแรก” ไม่ได้

อย่าดู More Than Friends ถ้ายังลืม “รักแรก” ไม่ได้

ภาพจาก JTBC

ที่จริงก็คิดมาตลอดเลยว่าช่วงหลัง ๆ ดูแต่ซีรีส์แนวดาร์ก ๆ ฆ่ากันตายมากไปหน่อย ถึงจะเป็นซีรีส์แนวที่ชอบ แต่ดูมากเข้ามันก็แอบหลอนอยู่เหมือนกัน สัปดาห์นี้ก็เลยอยากจะหาซีรีส์รักใส ๆ มาดูเปลี่ยนอารมณ์บ้าง แต่…ไหงร้องไห้เป็นเผาเต่างี้ล่ะ

ขอเตือนไว้ก่อน! ว่าถ้ายังลืม “รักครั้งแรก” ไม่ได้ หรือแม้แต่ยังทำใจกับมันไม่ได้ล่ะก็ อย่าได้เปิด “More Than Friends” ดูเลยเชียว รับรองได้เลยว่าซีรีส์เรื่องนี้จะทำคุณทรมานใจมาก คุณจะรู้สึกหวิว ๆ มือสั่น และน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว แบบที่เรากำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

เรื่องราวของคน 2 คน ที่เป็นเพื่อนกันตอนม.ปลาย หญิงสาวตกหลุมรักชายหนุ่ม แล้วก็ดันเป็นฝ่ายสารภาพก่อน คำตอบที่ได้กลับมาคือ เขาคิดกับเธอแค่ “เพื่อน” (เหรอ อยากจะเหรอให้ถึงดาวอังคาร)

ภาพจาก JTBC

ล่วงเลยมาถึง 10 ปี มันเป็นเหมือนคำสาปที่ทำให้หญิงสาวรักใครไม่ได้อีก เธอพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ แล้วออกห่างความเจ็บปวดนั้นโดยการลืมเขาไว้ข้างหลัง แต่…เขาก็ยังวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอ ไล่ก็ไม่ไป และพยายามรั้งเธอไว้ให้อยู่ในสถานะ “เพื่อน”

ย้อนกลับไปสมัยเรียน ต้องมีบ้างแหละที่ “แอบชอบ” ใครสักคน เพื่อน รุ่นพี่ หรือรุ่นน้อง สำหรับบางคน รักใส ๆ ในวัยเรียนอาจจะเป็นรักครั้งแรก รักครั้งเดียว รักสุดท้าย รักเจ็บที่สุด รักโง่ ๆ รักไม่ลืม หรือรักที่ทำให้เราขังตัวเองเอาไว้จนไม่ยอมเปิดใจให้ใครอีก ไม่ว่าคุณจะเคยผ่านรักแบบไหนมา ขอให้คุณรู้ว่า มันเป็นอดีตไปแล้ว

ถ้าไม่ชอบ อย่าทำดีด้วย อย่าหาทำ!!!

ปัญหาโลกแตกอันดับต้น ๆ ของคนแอบรักเลยก็ว่าได้ แรกเริ่มเราหลาย ๆ คนก็คงไม่คิดอะไรหรอก แต่ถ้าไม่ได้ชอบ ไม่ได้คิดอะไรด้วย หรือแค่อยากจะมาขายมิตรภาพ “อย่าทำดีด้วยให้คนเขาหวั่นไหว” แต่ไม่ใช่ทำตัวเป็นคนเลวด้วยหรอกนะ หมายความว่าให้เข้ามาแบบที่เพื่อนปกติเขาทำกันอะ ไม่ต้องใส่ใจ ไม่ต้องทำดี ไม่ต้องพยายามทำให้เราเป็นคนที่พิเศษกว่าคนอื่น เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะใจแข็งพอ หยุดความหวั่นไหวของตัวเองไว้แค่นั้นได้ ท้ายที่สุดแล้ว เราก็อาจจะเป็นได้แค่ “พวกที่คิดไปเอง”

ภาพจาก JTBC

อันที่จริง ใคร ๆ ก็ชอบให้คนทำดีด้วยทั้งนั้นแหละ แต่การที่คุณเข้ามาทำแบบนี้ แล้วสุดท้ายบอกไม่ได้คิดอะไร เป็นเพื่อนกันเฉย ๆ หรือทำดีแบบนี้กับคนทุกคน คนที่ขายหน้าคือฝั่งเราไง ขายหน้าไม่พอ ความรู้สึกที่เหมือนกับตัวเองเป็นคนโง่ เชื่อคนง่าย หวั่นไหวง่าย ขี้มโน ความรู้สึกนี้ต่างหากที่ทำให้รู้สึกแย่เอามาก ๆ

ซึ่งมันต่างจากการแอบชอบข้างเดียวแบบที่อีกฝ่ายไม่รู้ (ไม่รู้จักเราด้วยซ้ำ) อันนั้นแฮปปี้กว่าเยอะ เพราะจะมโนแค่ไหนก็ได้ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เขาก็ไม่รู้ด้วย เพ้อเจ้อในโลกของความฝันไปวัน ๆ แล้วค่อยกลับเข้าสู่โลกความเป็นจริง อยากหนีความจริงก็หันไปมโน วนลูปไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ คือ ความสัมพันธ์แบบ “ติ่ง” นั่นเอง

แต่กับคนที่สนิทกัน เป็นเพื่อนกัน โถ่! ไม่สงสารกันหน่อยเหรอว่าเวลาเจอกันเราจะทำตัวกันยังไง เพราะก็รู้กันอยู่ว่า เมื่อสารภาพรักไปแล้ว เมื่อถูกปฏิเสธไปแล้ว ความรู้สึกระหว่างกันไม่มีทางที่จะเหมือนเดิมได้ นอกจากจะฝืน ๆ ให้จบไป แต่กับคนที่ฝืนยิ้ม ฝืนหัวเราะ ฝืนมีความสุข จะดูไม่ออกเลยเหรอ? แล้วไม่รู้สึกผิดหน่อยเหรอ?

ภาพจาก JTBC

เพราะฉะนั้น ขอร้องคุณ ๆ ทุกคนนะคะ อย่า ใจ ร้าย! ถ้าไม่ได้ชอบใคร “อย่าปฏิบัติเพื่อปฏิเสธ” อย่าทำกับเขาเหมือนเขาเป็นคนพิเศษ แล้วสุดท้ายก็ปฏิเสธกันหน้าตาเฉย ที่ใส่อารมณ์ขนาดนี้ ใช่ค่ะ! เรามีประสบการณ์ มันแย่มาก แล้วก็รู้สึกโง่มาก ๆ ด้วย เพื่อนก็คือเพื่อน อย่าหาทำให้เป็นเพื่อนที่พิเศษ (หวังว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่มาเห็นคอลัมน์นี้)

อย่าคบใคร เพราะหวังจะลืมคนอีกคน

เจ็บกว่าการที่เขาไม่รัก คือ การที่เขาหลอกว่ารัก คนเรา ถ้าได้ลองอกหักกับรักแรกแล้ว จำฝังใจไปอีกนาน (ชั่วชีวิต) เพราะงั้น เราไม่มีทางลืมรักแรกได้ลงหรอก ถ้า move on เจอรักใหม่ได้ก็ดีไป ยินดีด้วย แต่ถ้าพยายามจะ move on แล้วคบกับคนใหม่เพราะอยากจะลืมคนเก่า อย่าหาทำอีกเหมือนกัน คุณอาจจะสบายใจชั่วครั้งชั่วคราวกับสิ่งที่คุณหลอกทั้งเขาและตัวเองว่าคุณลืมคนเก่าได้แล้ว แต่คุณโกหกตัวเองได้ไม่ตลอดไปหรอก หลอกเขาไม่ได้ด้วย

ภาพจาก JTBC

ไม่แฟร์กับทั้ง 2 ฝ่าย คุณคบเขา เขาก็คิดว่าใจคุณอยู่กับเขา ท้ายที่สุดใจคุณกลับอยู่กับคนที่ยังลืมไม่ได้ ตัดใจก็ไม่ขาด แล้วก็หลอกตัวเองไปวัน ๆ ไม่คิดบ้างเหรอว่าในวันที่คุณรู้สึกตัว คุณเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน ดังนั้น วิธีแก้ที่ดีที่สุดในการที่จะลืม คือ อดทน เวลาอาจไม่ช่วยให้ลืม แต่เวลาจะช่วยให้เจ็บน้อยลง ยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ ถึงจะไม่ลืม แต่ก็มันก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปตลอดชีวิต สำหรับคนที่ยังลืมไม่ได้ ตัดใจไม่ลง เราขอเป็นกำลังให้นะ (โชคดีที่ไม่เคยเจอเรื่องนี้)

สิ่งที่เลือกได้ ก็พยายามเลือกเถอะ

2 ตอนที่ออนแอร์ (งานเสร็จช้าเพราะพยายามจะดูให้ครบ 2 ตอน) แม้ว่า 75 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นเรื่องของการแอบรักเพื่อน แต่ก็มีเรื่องของการตามความฝันอยู่ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ สมัยเรียนม.ปลาย นางเอกเป็นคนที่เก่งในการเขียนเรื่องมาก แถมลายมือสวยด้วย ประกวดมาได้ตั้งหลายรางวัล ความฝันในตอนนั้นก็เลยอยากเป็นนักเขียน และนักเขียนอักษรวิจิตร (เขาแปลมาแบบนี้) แต่พอเรียนจบ นางกลับเข้าทำงานออฟฟิศที่ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ชอบ แถมยังโดนตอกย้ำว่า ถ้าเขายังให้ทำหน้าที่เหมือนเด็กฝึกงาน ยากมากที่จะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ หรือไม่มีโอกาสเลย

ภาพจาก JTBC

ก็เข้าใจนางอยู่นะ บางทีงานที่เราชอบ สิ่งที่เราถนัด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ แต่พระเอกของเราก็ยังเตือนนางเอกไว้ว่า “เชื้อชาติ เพศ ศาสนา พ่อแม่ งาน คู่สมรส อื่น ๆ ปัจจัยพวกนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิต แต่ปัจจัยที่เลือกเองได้ คือ งาน และคู่สมรส ถ้ายังเลือกไม่ได้อีก ชีวิตจะไม่เศร้าไปหน่อยเหรอ” ก็เลยทำให้นางกลับมาพยายามทำตามฝันอีกครั้ง แม้ว่าคนที่เตือนสติจะเป็นคนเดียวกันกับที่หักอกก็เถอะ (น้ำตาไหล)

ก็นะ ชีวิตคนเราก็มีอยู่แค่นี้ ถ้าไม่อยากเสียใจที่ไม่ได้ทำ ก็ทำให้รู้ไปเลยว่าได้ทำแล้ว ไม่เสียดายแล้ว แต่…กับบางเรื่อง ทำแล้วเสียใจกว่าตอนยังไม่ทำอีก และเสียดายด้วย ไม่น่าทำเลย เช่น การสารภาพรัก เป็นต้น TT