คำอำลาแด่ “คนจุดโคม”

บทที่ 14 ของบทประพันธ์ชื่อก้องโลกอย่าง “เจ้าชายน้อย” คือการเดินทางที่เจ้าชายน้อยได้พบกับคนจุดโคม บนดวงดาวเล็ก ๆ ที่เวลาหนึ่งวันเท่ากับหนึ่งนาที คนจุดโคม มีหน้าที่จุดโคมในตอนกลางคืนและดับโคมในตอนกลางวัน เขาไม่มีเวลาที่จะพักผ่อนเท่าไรนัก เพราะต้องทำตามหน้าที่ และเป็น “หน้าที่” ที่เจ้าชายน้อย ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่คนจุดโคมให้คำตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า “ก็ไม่มีอะไรต้องเข้าใจนี่ คำสั่งตามหน้าที่คือคำสั่งตามหน้าที่”

ซึ่งก็จริงดังคนจุดโคมว่า “หน้าที่คือหน้าที่” และสำหรับผู้เขียนแล้ว หน้าที่มาพร้อมกับคำว่า “รับผิดชอบ” หน้าที่ในฐานะสื่อ คือการรายงานสถานการณ์ตามจริง ไม่แต่งแต้มจนเกินจริง ไม่ใส่ความคิดเห็นของตนเองเพื่อทำให้ผู้รับสื่อเกิดอคติ ก็เฉกเช่นเดียวกับหน้าที่ของคนจุดโคม ที่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ตนเอง แม้ว่าดวงดาวของเขาจะหมุนเร็วภายในหนึ่งนาที

ถนนพระอาทิตย์ ถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา มีอาคารโบราณอยู่สองฝั่งถนน ฝั่งซ้ายคือบ้านพระอาทิตย์ ฝั่งขวาคือบ้านเจ้าพระยา ฝั่งบ้านพระอาทิตย์ เป็นที่ตั้งของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ส่วนบ้านเจ้าพระยาคือที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV (ปัจจุบันคือ NEWS1)

งานหลักของผู้เขียนเมื่อครั้งยังทำหน้าที่สื่ออยู่นั้น จะอยู่ฝั่งซ้ายของถนนพระอาทิตย์ มีโอกาสข้ามไปฝั่งขวาของถนนในปี 2548 เมื่อมีโอกาสได้ทำรายการโทรทัศน์ ทำให้ได้เห็นการทำงานของรายการที่เรียกว่าเป็นรายการ “เรือธง” ของสถานี อย่างรายการ นิวส์อาว (NEWS HOUR)

รายการนี้จัดโดยสองผู้ประกาศที่มีพื้นหลังเป็นผู้สื่อข่าวทั้งสองท่าน คือคุณเติมศักดิ์ จารุปราณ และคุณอัญชลีพร กุสุมภ์ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นคุณอุษณีย์ เอกอุษณีย์) รายการนี้เป็นรายการเล่าข่าวยามบ่ายยุคแรก ๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งแม้จะไม่อยู่ในระบบฟรีทีวี ส่วนผสมของผู้ดำเนินรายการที่ลงตัว การรายงานข่าวที่ทำให้ผู้ชมได้รับข่าวสารที่ถูกต้องโดยไม่จำเป็นต้องใส่สีตีไข่จนเกินเลยกลายเป็นเสน่ห์ของรายการและทำให้เกิดแฟนรายการประจำ

โดยส่วนตัวผู้เขียนจะคุ้นเคยกับคุณอัญชลีพร ที่เปรียบเสมือนครูคนหนึ่งที่ให้วิชาในการทำรายการโทรทัศน์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาเลือกพิธีกร) และมักจะเรียกติดปากว่า “พี่อัญ” ส่วนคุณเติมศักดิ์ นั้นเมื่อพบกันก็ได้แต่ยกมือไหว้ในฐานะรุ่นพี่

แต่การทำงานที่อยู่ในสำนักเดียวกัน แม้จะคนละฝั่งก็ได้เห็นความชัดเจนในการทำ “หน้าที่” ของคุณเติมศักดิ์ มาโดยตลอด แม้แต่ในช่วงเวลาที่สถานีถึงจุดที่แย่ที่สุด คุณเติมศักดิ์ก็ยังชัดเจนในหน้าที่ จนกระทั่ง สถานีกลับมาคึกคักอีกครั้งก็ยังได้เห็นคุณเติมศักดิ์ ทำหน้าที่เช่นเดิม

ในโลกปัจจุบันที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วกว่าดวงดาวของคนจุดโคม การหาคนที่รักษาหน้าที่ในฐานะสื่อได้อย่างคุณเติมศักดิ์นั้นยากยิ่ง และการจากไปของคุณเติมศักดิ์ ก็เปรียบเสมือนการจากไปของคนจุดโคมอีกหนึ่งคน และทำให้จำนวน “คนจุดโคม” ของวงการสื่อสารมวลชนในปัจจุบันเหลืออยู่น้อยเต็มที

ด้วยความอาลัยแด่ คุณเติมศักดิ์ จารุปราณ ผู้เขียน ขอยกเอาคำรำพึงของเจ้าชายน้อยเมื่อเขาต้องเดินทางออกมาจากดวงดาวของคนจุดโคม เพื่อเป็นการบอกลา “คนจุดโคม” ของดวงดาว ASTV “ชายผู้นี้อาจถูกคนอื่น เช่นพระราชา คนหลงตน นักดื่ม และนักธุรกิจเหยียดหยาม อย่างไรก็ตามสำหรับฉันแล้ว เขาเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่ไม่น่าขันเลย…ชายผู้นี้เป็นคนคนเดียวที่ฉันพอจะคบเป็นเพื่อนได้”