สวัสดีเช้าวันจันทร์ที่หลายท่านคงได้กลับมานั่งทำงานเหมือนเดิมนะคะ ส่วนบางท่านที่ชีวิตเกิดความเปลี่ยนแปลง ขอให้สู้ต่อค่ะ และชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป สัปดาห์ที่แล้วคอลัมน์ My Dear มีเดีย ได้รับการตอบรับจากคุณผู้อ่านเป็นจำนวนไม่น้อย ทั้งช่วยแชร์ ช่วยเมนต์ ก็ต้องขอขอบพระคุณที่ให้การต้อนรับกันอย่างอบอุ่น พุ่งมาหากันโดยไม่ได้นัดหมาย
สัปดาห์ที่แล้วเขียนถึงวงการผู้บรรยายกีฬาไป (จากประสบการณ์ที่เคยเจอและทำงานด้วย) สัปดาห์นี้ต้องเรียกว่าเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตนเอง และรู้สึกว่ามันยากเหลือเกินที่จะหา “พิธีกรคุณภาพ” ใช่ค่ะ ในยุคที่มีพิธีกรเกิดใหม่นับร้อย มี Youtuber เป็นหมื่น และมี Influencer เต็มโซเชียลมีเดีย ดิฉันยังกล้าเขียนว่า “ยากที่จะหาพิธีกรคุณภาพ”
อย่างที่ทราบว่า บริษัท ต้นคิด มีเดีย เป็นบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ และสื่อดิจิทัล (ถ้าไม่ทราบมาก่อนก็ขอเรียนให้ทราบตรงนี้ค่ะ) สิ่งที่ยากอย่างหนึ่งในเวลานี้ของคนผลิตรายการอย่างดิฉัน นอกเหนือจากการคิดชื่อรายการให้ปังให้โดนแล้วคือการหาพิธีกรที่สามารถทำให้ Character ของรายการนั้นชัดเจนขึ้นมาได้ และดึงดูดให้ผู้ชมติดตามได้จนจบรายการ
ถามว่าทำไมถึงยาก ความยากอยู่ตรงที่การหาพิธีกรซึ่งจะทำให้ Character ของรายการชัดเจนขึ้นมานั่นแหละค่ะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ผลิตรายการกีฬาอย่าง ต้นคิด มีเดีย เพราะภาพจำของคนส่วนใหญ่กับรายการกีฬา พิธีกรถ้าไม่เป็นคนที่ชอบแสดงตัวเป็นกูรู ข่มแขกรับเชิญ ก็ต้องเป็นตลกที่ออกลามกหน่อย ๆ หรือไม่ก็เอาผู้หญิงเซ็กซี่ มาช่วยจัด นอกเหนือจากความบันเทิงที่ได้รับ และการเชียร์แมนฯ ยูไนเต็ด หรือลิเวอร์พูล จนออกนอกหน้าแล้ว แฟนทีมอื่น หรือคนที่ไม่ได้สนใจกีฬา ก็แทบจะไม่อยากรับชมรายการ
และด้วยภาพจำดังกล่าว ทำให้การเลือกพิธีกรรายการกีฬานั้น จำกัดวงอยู่แค่กลุ่มคนไม่กี่คน ซึ่งก็ใช้ซ้ำ ๆ วนกันไป ยิ่งตอกย้ำภาพคนกีฬาว่า ถ้าไม่ใช่แฟนผี ก็ต้องแฟนหงส์ ต้องเป็นคนตลกนิด ๆ ทะลึ่งหน่อย ๆ แถมต้องใส่เสื้อวอร์ม ตลอดเวลา (ตรงนี้ก็อยากฝาก Costume ไว้นิดค่ะว่า พิธีกรกีฬาไม่จำเป็นต้องใส่แต่เสื้อวอร์มก็ได้)
เมื่อเกิดรูปแบบทำซ้ำเรื่อย ๆ และทีมงานส่งรายชื่อพิธีกรมาให้เลือก ดิฉันเริ่มรู้สึกเบื่อเพราะยังคงเป็นกลุ่มคนเดิม ที่นอกเหนือจากแฟนกีฬาแล้ว ผู้ชมในแวดวงอื่นคงไม่สนใจ เพราะความรู้สึกของคนดูเมื่อเห็นหน้าพิธีกร ก็จะรู้สึกว่านี่เป็นรายการกีฬา และเป็นรายการกีฬาในรูปแบบที่พวกเขาไม่ได้รู้สึกอยากดู
คำว่าพิธีกรคุณภาพของวงการกีฬาที่ดิฉันเขียนถึงในสัปดาห์นี้ ไม่ได้หมายความแค่พิธีกรที่สามารถสื่อสารกับคนดูให้เห็นถึงคาแรคเตอร์ของรายการได้อย่างชัดเจนอย่างเดียว แต่ยังเป็นพิธีกรที่สามารถสื่อสารกับผู้ชมได้ทุกกลุ่ม ไม่ทำให้รายการเป็นรายการเฉพาะกลุ่มจนเกินไป เพราะท้ายที่สุดแล้วคุณก็ได้ผู้ชมกลุ่มเดิม ทั้งที่เนื้อหาของรายการนั้นสามารถไปได้กว้างกว่ากลุ่มเดิมที่มีอยู่
การเป็นพิธีกร หรือผู้ดำเนินรายการในทุกวันนี้ ดูเหมือนจะผิดเพี้ยนจากสิ่งที่ควรเป็นเข้าไปทุกวัน เพราะพิธีกรที่ดีต้องทำหน้าที่ส่งเนื้อหาของรายการให้โดดเด่นได้ ไม่ใช่ให้ตนเองโดดเด่น ต้องทำให้คนดูจำคาแรคเตอร์ของรายการให้ได้ ไม่ใช่ให้คนจำคาแรคเตอร์ของตนเอง ขณะเดียวกันก็ต้องสนใจผู้ชมทุกกลุ่ม ไม่ใช่จะเอาเฉพาะแต่กลุ่มของตนเอง เพราะเท่ากับว่าคุณได้ทิ้งผู้ชมที่กำลังจะมีความสนใจในเนื้อหาที่คุณทำ แต่พอพวกเขาเห็นธงในรายการ รีโมทในมือก็ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนช่องไปแล้ว
โรเบิร์ต บลาย นักเขียนชาวอเมริกัน เคยพูดถึงอาชีพพิธีกรไว้อย่างน่าสนใจว่า “พิธีกรที่ดีนั้นคือคนที่สามารถพูดคุยกับคนดูของเขาได้” ถึงตรงนี้คุณผู้อ่านลองนึกดูในใจดูนะคะว่า มีพิธีกรคนไหนที่คุณรู้สึกว่าเขาสามารถพูดคุยกับคุณผ่านรายการของพวกเขากันได้บ้าง
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ






























