
เมื่อเราเริ่มทำงาน เริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง เราก็สามารถที่จะเป็นหนี้ เป็นสินได้ แต่ต้องเป็นหนี้สิน ที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสมกับรายได้ที่มี
เรียกว่า บาลานซ์ รายรับ และ รายจ่าย(หนี้) ให้ยังมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี
มีหนี้ได้ แต่ต้องมีสภาพคล่องทางการเงินด้วย
มีหนี้ได้ แต่ต้องใช้หนี้ด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหนี้เสีย
มีหนี้ได้ ก็ต้องหาเงินเก่งด้วย เพราะเมื่อใช้เก่ง ก็ต้องหาเก่ง
แต่….ก็ยังเป็นเรื่องน่าตกใจเมื่อมีรายงานเปิดเผยว่า ภาวะสังคมไทย ปี 62 หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น *
เมื่อเทียบกับต่างประเทศ พบว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP อยู่ในอันดับที่ 10 จาก 89 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 3 จาก 29 ประเทศในเอเชีย ซึ่งไม่น่าเป็นการถูกจัดอันดับที่น่าภูมิใจนัก
นอกจากเรื่องหนี้ครัวเรือนของคนไทยติดอันดับต้น ๆ ของเอเชียแล้ว ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า คนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น **โดยสัดส่วนของกลุ่มคนวัยเริ่มทำงานในช่วงอายุ 25 – 35 ปี กว่าครึ่งหนึ่งมีหนี้จากสินเชื่ออุปโภคบริโภค และ/หรือหนี้บัตรเครดิต และในกลุ่มนี้ยังเป็นหนี้ที่ไม่มีคุณภาพ โดยมีสัดส่วนการเป็นหนี้เสียสูงถึง 1 ใน 5 และคนไทยยังเป็นหนี้มากขึ้นทุกปี หนี้สินต่อคนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในระยะเวลาเพียง 6 ปีโดยเพิ่มขึ้นจาก 70,000 บาท/คน ในปี 2553 มาอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท/คน ณ สิ้นปี 2559

สิ่งสำคัญของการแก้ปัญหาหนี้นาน และ การเป็นหนี้เร็ว คือการสร้างวินัยทางการเงินและ ความรู้ทางการเงินว่า เมื่อใดเราควรสร้างหนี้ และ ความสามารถในการสร้างหนี้ของเรานั้นมีมากน้อยแค่ไหน
*สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
**งานวิจัยของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วยอี๊งภากรณ์ เผยข้อมูลจากเครดิตบูโร






























