
เด็กเรียนไม่เก่งไม่ได้แปลว่าเขาโง่ เพียงแต่ความสามารถเขาไม่ตอบโจทย์ระบบการวัดผลการศึกษาในประเทศ ใช่! การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ แต่การประเมินคุณภาพของเด็กสักคนไม่ควรดูจากผลลัพธ์คะแนนสอบเพียงอย่างเดียว เพราะปัจจุบันตัวแปรด้านการใช้ชีวิตและความสามารถนั้นมีมากมาย
ในระบบการศึกษาที่เหมือนจะเป็นตัวชี้วัดการท่องจำมากกว่าการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง ผู้ใหญ่หลายคนต่างพบเจอความสามารถเฉพาะทางของเด็กหลายคนแต่เลือกที่จะปล่อยผ่านหรือมองข้าม เพื่อตีกรอบให้เด็กหมกมุ่นอยู่กับตำราเรียนตรงหน้าเท่านั้น
เชื่อว่ามนุษย์นั้นมีความสามารถหลากหลายด้านแตกต่างกันไป มีความโดดเด่นหลายอย่างที่ผู้ใหญ่มองข้ามเพราะอาจมองว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็นต่ออนาคตของเด็ก ทั้งที่จริงแล้วหากมีการผลักดันอย่างถูกจุดความโดดเด่นทางความสามารถทั้งหลายแหล่เหล่านั้นอาจเป็นพลังที่มีความแข็งแรงได้ในอนาคต
อีกหนึ่งสิ่งที่คอยบั่นทอนกำลังใจของเด็กส่วนใหญ่คือ ขนบนิยมการเลือกเชิดชูใครคนใดคนหนึ่งเพียงเพราะทำคะแนนสอบได้สูงกว่าคนอื่น ดังจะเห็นได้จากการปิดป้ายประกาศหน้าโรงเรียน ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นใจและเกิดการดูถูกตัวเองของเด็กที่ถนัดในด้านอื่นนอกเหนือจากวิชาการตามตำรา ทำให้พวกเขาเหล่านี้รู้สึกไร้ที่ยืนแม้จะเปี่ยมไปด้วยความสามารถของตัวเอง และไร้ซึ่งการเหลียวแล
ทุกคนเกิดมาแตกต่างกัน
แน่นอนว่าไม่มีใครเหมือนกันร้อยเปอร์เซน ทุกคนเกิดมาแตกต่างกัน มีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งอยู่ในตัว ไม่มีใครที่ไร้ประโยชน์แบบหมดจด และจะเห็นได้ชัดเลยว่าสังคมการทำงาน ความสามารถในเชิงวิชาการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยให้คุณต่อสู้กับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพพอ เช่น
- เก่งด้านภาษา ถนัดการพูด ฟัง เขียน ได้อย่างเข้าใจและเรียนรู้เร็ว
- เก่งด้านตรรกศาสตร์คณิตศาสตร์ มีความสามารถด้านการคิดคำนวณ หาเหตุผล หรือด้านสถิติ
- เก่งด้านมิติสัมพันธ์ ชื่นชอบในด้านรูปแบบหรือรูปทรง สามารถสร้างภาพต่าง ๆ ในหัวได้ชัดเจน และถ่ายทอดออกมาได้ดีผ่านผลงาน
- เก่งด้านธรรมชาติ ชอบการสังเกต มีความคิดเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ตั้งคำถามและเหตุผลที่มาของสิ่งต่าง ๆ
- เก่งด้านร่างกาย มีความแข็งแรง คล่องแคล่ว ใช้ร่างกายในการแสดงออก
เหล่านี้เป็นต้น

ดังนั้นสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า “เด็กไทยไม่ได้โง่” เพียงแต่ขาดอิสระในการแสดงความสามารถที่โดดเด่นของตัวเอง เพราะการสร้างกระบวนการประเมินและชี้วัดความรู้เด็กจากเพียงข้อสอบ และการชักจูงอย่างผิดทางจากพ่อแม่ คล้ายกับการบังคับให้ปลาปีนต้นไม้ ทั้งที่ปลาตัวนั้นถนัดว่ายน้ำเป็นที่สุด
เชื่อเถอะว่า ถ้าเด็กได้เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และสังคมหรือคนรอบข้างส่งแรงผลักดัน การเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าของเด็กเหล่านี้ จะใช้ความสามารถที่แตกต่างกันนี้ช่วยกันผลักดันสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ






























