
ช่วงนี้เข้าสู่เทศกาลหยุดยาว หลายคนใช้ช่วงเวลานี้ในการเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัว บางคนรวมกลุ่มกับเพื่อนฝูงไปท่องเที่ยว และอีกหลายคนเดินทางกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว แต่ก็ยังมีบางคนได้แต่นั่งมองภาพของ คนรอบข้างที่ได้ไปเที่ยวแล้วอัพรูปลงเฟซบุ๊ค หรือ อินสตราแกรมรัวๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นเลยอยากเสนอว่า “ลองไปเที่ยวคนเดียวดูไหม”
พอชวนแบบนี้ บางคนอาจบอกว่า “ไม่เอาหรอกเหงาตายเลย” หรือ “ไม่เอาหรอกไม่กล้า” หรือ “ไม่เอาหรอกกลัวว่าจะเกิดอันตราย” ซึ่งที่บอกมาทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจริง เพราะคุณต้องเดินทางกับความเหงา เอาเป็นว่าน้ำลายบูดเลยละเพราะไม่มีเพื่อนคุย แต่คุณจะมีคนแปลกหน้าระหว่างทางที่จะทำให้เกิดบทสนทนาใหม่ที่คุณคาดไม่ถึง
ไม่มีใครกล้ากับสิ่งที่คาดหมายไม่ได้ แต่นี่คือความสนุกเลยละ เมื่อเราเดินออกมาจากเซฟโซนของตัวเอง ผจญภัยในสถานที่ใหม่ๆ คุณจะได้พบกับเหตุการณ์ที่คุณไม่เคยเจอมาเลยตลอดชีวิตรวมไปถึงเรื่อง หลงทาง ถามทางคนแปลกหน้า แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วยตัวเอง ซึ่งมันจะต่อเนื่องกับความรู้สึกกลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้น แต่ความกลัวอันตรายนี่แหละ ที่คุณจะได้ใชัสัญชาตญาณของตัวเอง ในการเอาตัวรอด และ เหนืออื่นใดคุณจะระมัดระวังมากกว่าเดินทางไปกับครอบครัว หรือ เพื่อนฝูงเสียอีก
และสิ่งที่คุณจะได้เจออย่างแน่นอน คือการได้อยู่กับตัวเอง ได้เห็นศักยภาพของคุณเอง ได้รู้จักความอดทนของตัวเอง ว่ามีอยู่มากน้อยแค่ไหน และมีความสุขกับมิตรภาพระหว่างทาง
ที่กล้าชวนคุณผู้อ่านไปเที่ยวคนเดียว นั้นเพราะผู้เขียนเองก็ชอบทำเช่นนั้น ทำมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น จนถึงปัจจุบันก็ออกแนวเสพติดการเดินทางคนเดียว ส่วนหนึ่งเพราะรู้สึกว่าคล่องตัวดี แต่ที่ต้องการจริงๆ คือการเดินทางออกจากโลกที่คุ้นเคย โลกที่ต้องพูดคุยตลอดเวลา โลกที่ต้องใช้เครื่องมือสื่อสาร โลกที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามิตรภาพที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้นั้นเป็นของจริงหรือปลอม
การเดินทางคนเดียว และ ปิดเครื่องมือสื่อสาร ทำให้เราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ ได้ทบทวนสิ่งที่ทำไป ความรู้สึกหมกหมุ่นกับเรื่องราวรอบตัว รวมไปถึงเสียงที่วนอยู่ในหัว จะหายไปอย่างที่เราคาดไม่ถึง เป็นความสุขที่เหงาอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้ได้พลังในใจเพิ่มมากขึ้น
มีคำพูดนึงของนักเดินทางที่ชอบบินเดี่ยวกล่าวเอาไว้ว่า “ถ้ารอหาเพื่อนร่วมทาง คุณอาจต้องรอตลอดทั้งชีวิต แต่การเดินทางเพียงลำพังจะทำใหคุณพบว่าคุณนั้นเข้มแข็งเพียงใด”





























