
จากกรณีที่ ไทบ้านเดอะซีรีย์ 2.2 ถูกแบนและเลื่อนฉายอย่างไม่มีกำหนด แต่ปัจจุบันอนุญาตให้ฉายได้แล้วนั้น เกิดจากที่คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ได้ตรวจสอบดูเนื้อหาของหนังแล้วรู้สึกว่ามีผลกระทบต่อศาสนา จึงไม่สามารถนำมาฉายได้ โดยฉากที่ว่านั่นก็คือฉากพระร้องไห้ข้างโลงศพ
ซึ่งความจริงแล้วหนังบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระไม่ว่าจะสนุกสนานขนาดไหนกลับได้ฉายอย่างไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น วันนี้ทาง Tonkit360 จึงมาเขียนถึงข้อกำหนดกฏปฏิบัติในการสร้างภาพยนตร์ว่า สิ่งใดที่ไม่ควรมีในหนังไม่งั้นก็โดนแบนอย่างแน่นอนกัน
1. เนื้อหาที่กระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ภาพยนตร์ที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ในหนังนั้นไม่ควรที่จะทำให้ท่านนั้นเสื่อมเสียทางที่ดีควรขออนุญาตที่ต้องการจะกล่าวถึง หรือ ไม่ควรถ่ายน่าจะดีที่สุด
2. สาระสำคัญของเรื่องเป็นการเหยียดหยามหรือนำความเสื่อมเสียมาสู่ศาสนาหรือไม่เคารพต่อปูชนียบุคคล ปูชนียสถาน หรือปูชนียวัตถุ
การทำหนังมาไม่ควรนำศาสนามาล้อเลียนซึ่งนอกจาก ไทบ้านเดอะซีรี่ย์ 2.2 ก็ยังมีหนังอีกหลายเรื่อง เช่น นาคปรก, อาปัติ, โกยเถอะโยม แต่สุดท้ายเมื่อหนังได้ลดทอนบางฉากออกไปก็นำกลับมาฉายได้อยู่ดี
3. เนื้อหาที่ก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีระหว่างคนในชาติ
หนังที่เสี้ยมสอนให้คนทั่วไปแตกความสามัคคีก็ถือว่าไม่ควร แต่ถ้ามีบางกรณีก็อาจจะต้องไม่กล่าวถึงเฉพาะเจาะจงจนเกินไปอาจจะสมมติขึ้นมา
4. เนื้อหาที่กระทบกระเทือนต่อสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ เกาหลีเหนือ มีปัญหากับ อเมริกา ก็เลยมีการทำหนังที่ฝั่งร้ายเป็นประเทศนั้นๆ แต่ประเทศไทยก็มีเหมือนกันซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังในประวัติศาสตร์นั่นเองเลยทำให้บิดเบือนไม่ได้
5. สาระสำคัญของเรื่องเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์
ในหนังไทยไม่ควรมีลักษณะการสอนมีเพศสัมพันธ์เนื่องจากวัยรุ่นและเด็กมีอยู่จำนวนมากอาจจะทำให้เกิดการเลียนแบบได้ ซึ่งหนังไทยส่วนใหญ่สมัยก่อนเลยใช้จังหวะแพนกล้องเข้าหาโคมไฟซะส่วนมากนั่นเอง
6. เนื้อหาที่แสดงการมีเพศสัมพันธ์ที่เห็นอวัยวะเพศ
ไม่ว่าจะเป็นส่วนบริเวณอกของผู้หญิงหรือของลับทั้งชายทั้งหญิง ก็ไม่ควรให้มีปรากฏอยู่ในหนังถ้ามีเห็นเนินอกหญิงสาวเมื่อไหร่ก็ไม่ควรที่จะให้เห็นถึงบริเวณหัวนั่นเอง
ทั้งหมดนี้คือข้อบังคับของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ที่จะสามารถกำหนดได้ถ้ามีฉากอย่างที่กล่าวมาข้างต้นนั้นไม่สมควรที่จะถูกอนุญาตเผยแพร่นั่นเอง ถ้าอนาคตข้างหน้ามีคนสนใจที่จะทำภาพยนตร์ก็ควรที่จะศึกษาไว้ถึงแม้บางทีมันจะเป็นส่วนที่เราไม่คิดอะไรแต่มันอาจจะเป็นส่วนที่คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ไม่ชอบใจและมองว่าอาจทำให้เสื่อมเสียก็เป็นได้






























