
ความสำเร็จของเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ที่ระบาดไปทั่วประเทศเมื่อต้นปี ทำให้เวลานี้ไม่มีศิลปินวงใดที่มาแรง เป็นที่พูดถึงในกระแสเท่ากับ BNK48 ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป 26 ชีวิต อีกแล้ว และด้วยความนิยมพุ่งขึ้นต่อเนื่องทำให้ผู้บริหารของวง / แซลมอน เฮาส์ ผู้ผลิตภาพยนตร์โฆษณาต่าง ๆ และผู้กำกับขวัญใจวัยรุ่น นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ จับมือกันผลิตภาพยนตร์สารคดีของวง BNK48 ออกมารับกระแสความสำเร็จ แม้จะรู้สึกว่าเร็วไปหน่อยก็ตาม

สารคดีความยาวเกือบ 2 ชั่วโมง เล่าเรื่องของวัยรุ่น 26 คน ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาเป็นสมาชิกวง BNK48 ก่อนนำไปสู่เหตุการณ์ต่าง ๆ นานา ตามลำดับไล่ตั้งแต่การประกาศสมาชิกตัวจริงในเพลงซิงเกิลแรก – อยากจะได้พบ / ซิงเกิลยอดฮิต – คุกกี้เสี่ยงทาย / ซิงเกิลสาม – วันแรก โดยมีสมาชิกสาว ๆ สลับกันมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นให้ฟัง ซึ่งความเข้มข้นก็ทวีคูณขึ้นไปตามวินาทีที่ผ่านเลยไป และเรื่องราวที่พวกเธอเล่า สิ่งที่ปรากฏออกมาไม่ได้มีเพียงน้ำเสียง แต่มีน้ำตาร่วงหล่นมาเป็นสาย

ก่อนดูหนังเรื่องนี้ ผู้เขียนได้รับคำถามจากเพื่อนฝูงมากมายว่า ถ้าไม่รู้จักวง BNK48 / รู้จักสมาชิกไม่กี่คน / รู้จักแต่เพลงคุกกี้เสี่ยงทาย จะดูรู้เรื่องไหม ก็ขอตอบตรงนี้ว่า ดูได้ ดูรู้เรื่องแน่นอน หนังปูพื้นกันตั้งแต่เปิดเรื่องเลย และระหว่างเล่าเรื่องก็มีสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับวงเข้าไป เช่น การคัดเลือก 16 ตัวจริง สำหรับการโปรโมตซิงเกิลแต่ละครั้ง, วิธีการสร้างความนิยมผ่านทางโซเชียล, การออกงานสังคม ฯลฯ แม้ความจริงแล้ว “ทุกคนคือเพื่อนกัน” แต่เวลามี Event ประกาศสมาชิกเพลงซิงเกิลที่มีแค่ 16 ที่นั่งเมื่อไหร่ นั่นคือ “สงคราม”
ตลอดทั้งเรื่อง เราจะเห็นปัญหาของเด็กวัยรุ่นเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นชุดเซนบัตสึ 16 คน หรืออันเดอร์เกิร์ล (ไม่ติดซิงเกิล) ต่างฝ่ายต่างมีปัญหาของตัวเอง คนติดเซนฯ ต้องรักษากระแส ความโดดเด่น ทำทุกอย่างให้สปอตไลท์ฉายจับตนเองตลอดเวลา โดยมีช็อตที่สมาชิกคนหนึ่งในวง ซึ่งเคยเป็นตัวประกอบซีรีส์ก่อนเข้าวง อธิบายว่า “การเป็น Extra การไม่เป็นที่จดจำ การไม่เป็นที่รู้จักและยอมรับ คือ สิ่งน่ากลัวและทำใจไม่ได้”

ส่วนแก๊งอันเดอร์ ก็ต้องดิ้นรนสร้างความนิยม ต่อให้มีความสามารถเต้นร้องเหนือกว่าแก๊งเซนบัตสึ แต่ถ้าคุณไม่ทำให้สปอตไลท์ฉายมาที่คุณได้ คุณก็เหนื่อยเปล่า ตกเป็นนางรองต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอทางขึ้นมาอยู่พ้นน้ำ กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน จากที่เคยซี้ ๆ กัน พออีกคนติดเซนฯ แต่ตัวเองไม่ติด กำแพงที่เรียกว่า “ชนชั้น” ก็ปรากฏตัวขึ้นมาทันที จนกลายเป็นความเหินห่าง หมางเมิน แล้วนั่นก็นำไปสู่ทางแยกสำคัญว่า จะอยู่ต่อหรือจากไป เพราะระบบที่แท้จริงของวงนี้ “หน้าตา” มีผลมากกว่าความสามารถ (ซึ่งก็มีน้องตัดสินใจลาออกไปแล้ว 5 คนในปัจจุบัน)
ระหว่างดูจะพบว่า ไอ้เรื่องการแข่งขันต่าง ๆ นานา ของวงนี้ มันก็คือ สิ่งที่อาจเคยเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา เคยไหมบางทีทำงานหนักแทบคลั่ง แต่ก็ไม่ถูกผลักดันสักที ขณะที่บางคนความสามารถด้อยกว่า ไม่เก่งอะไรเลย แต่ดันได้รับโอกาสมากกว่า เพราะผู้บริหารชอบ และมีจุดขายที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ทำให้คนที่ไม่เคยได้รับการผลักดันต้องพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นแบบที่คนอื่นชอบ แต่กลับต้องสูญเสียความเป็นตัวเอง ลืมไปแล้วว่า เคยเป็นใคร เพราะเสแสร้งเป็นคนอื่นมากไป

อีกฉากหนึ่งที่ผู้เขียนชอบมาก คือ ช่วงสาดคารมกันระหว่าง “สมาชิกอันเดอร์คนหนึ่ง” ที่บอกว่าเจ็บปวดที่เห็น “สมาชิกตัวท็อปคนหนึ่ง” ปรากฏตัวออกสื่อมากมายจนรู้สึกรำคาญ / ส่วนสมาชิกตัวท็อปคนนั้น ก็ตอบกลับอย่างเลือดเย็น “ก็ในเมื่อโอกาสเข้ามาแล้ว จะให้ปล่อยหลุดมือหรือไง ถ้าเธอได้โอกาส จะยอมปล่อยไหม” แล้วหนังก็ตัดฉากสองคนนี้โต้เถียงกันได้ดุมาก ประหนึ่งว่า ถ้าสองคนนี้เห็นตัวเองในหนัง กลับไปคงมองหน้ากันไม่ได้

กระนั้นเอง อาจเพราะหนังตั้งใจโฟกัสอยู่ที่เรื่องภายในวงมากกว่า ทำให้รู้สึก “เสียดาย” ที่หนังไม่พาไปสำรวจประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ อย่างการ Bully ต่าง ๆ นานา เพราะอย่างที่รู้กันว่า วงนี้มีข่าวดราม่าเยอะ ถูกคนด่ามากมายทางโซเชียลฯ เช่น การทำตัวแอ๊บแบ๊ว ดัดจริต ของสมาชิกหลาย ๆ คนจนมี Anti-Fan รอกระทืบซ้ำเป็นโขยง แต่หนังไม่มีคำตอบให้รู้ว่าเด็ก ๆ รับมือกับสิ่งนี้อย่างไร รวมถึงเรื่องความรักต้องห้าม เรื่องห้ามมีแฟน เรื่องภาพหลุดของสมาชิกบางคนที่อยู่กับแฟนที่เป็นข่าวใหญ่โตอีก ซึ่งคิดว่าคนที่ไม่ได้ติดตาม BNK48 แบบจริงจังน่าจะสนใจอยู่ แต่นั้นแหละ เมื่อหนังไม่นำเสนอให้เมมเบอร์ที่มีข่าวฉาวได้แก้ต่าง ก็ทำใจคิดซะว่า “รู้ในสิ่งที่เขาอยากให้รู้ ก็แล้วกัน”

Girls Don’t Cry อาจมีจุดที่ไม่สมบูรณ์แบบบ้าง กับคำถามบางอย่างที่ยังไม่ได้รับคำตอบ แต่มันก็คือสารคดีที่ “ดี” ในการตีแผ่ชีวิต “เด็กวัยรุ่นสมัยใหม่ 26 คน” ที่มีเลือดเนื้อ ความคิด จิตใจ ที่แข็งแกร่งไม่แพ้ผู้ใหญ่วัยทำงาน
เพราะประสบการณ์บางอย่างของเด็กกลุ่มนี้ซึ่งมีอายุเฉลี่ยราว 15-23 ปี ต่อให้คุณอาบน้ำร้อนมากี่อ่างก็เชื่อว่าไม่ง่ายที่จะรับมือเหมือนกัน






























