ศิลปะจากนักโทษประหาร : หดหู่ เงียบเหงา สำนึกเมื่อสาย แต่เข้าใจและยอมรับ

อีกมุมหนึ่งจาก “นักโทษประหาร” คนที่โดนตัดสินโทษสูงสุดจากการกระทำผิดของตนเอง บ้างว่าสมควร บ้างว่ายุติธรรม บ้างว่าไม่ถูกต้อง เราจึงอยากลองดูในมุมมองของคนที่รู้จุดจบของตัวเอง ว่าพวกเขาถ่ายทอดอะไรกันออกมาบ้างผ่านภาพวาด

Windows On Death Row : Art from inside and outside the prison walls นิทรรศการจากแคลิฟอร์เนียที่แสดงให้เห็นถึง “หัวจิตหัวใจ” ของนักโทษประหาร (อย่าเพิ่งขบเคี้ยวฟัน อ่านต่อไปก่อน) ส่วนใหญ่คนจะมองว่านักโทษประหารมีจิตใจที่โหดเหี้ยม เกินความเป็นมนุษย์ ไม่ได้มีสามัญสำนึกในการอยู่ในสังคมเหมือนคนทั่วๆ ไป แต่นิทรรศการนี้เลือกมองในจุดที่คนเหล่านั้นนำเสนอออกมาผ่านความสวยงาม ผ่านงานศิลปะ นั่นคือจุดประสงค์หลักของแพททริก แชปเพทต์ ผู้จัดนิทรรศการ

ลองอ่านๆ ดูแล้ว คนที่จัดนิทรรศการนี้ไม่ได้เห็นด้วยกับการตัดสินโทษประหารเท่าไรนัก ในเมื่อการฆ่าคนคือสิ่งผิด การประหารก็คือการฆ่าคน นั่นก็คือสิ่งที่ไม่ควรเช่นกัน เขาบอกเอาไว้แบบนั้น

สิ่งที่ผู้ชมจะได้จากนิทรรศการ ไม่ใช่การโน้มน้าวให้เราเห็นว่าไม่ควรมีการประหารชีวิตแต่อย่างใด แต่เป็นความรู้สึกภายในของนักโทษประหาร ที่สำนึกในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปในวันที่สายไปแล้ว บางคนวาดวิถีชีวิตตัวเองในห้องขัง บางคนวาดสิ่งที่อยากทำ บางคนวาดสิ่งที่รู้สึก ล้วนสะท้อนให้คนที่ได้ชมเห็นว่า เราจะต้องไม่เข้าไปอยู่ในนั้นเพื่อเจออะไรแบบนั้น

ภาพจาก windowsondeathrow.com

My Christmas Tree 

ความเหงาและโดดเดี่ยว คือสิ่งที่สะท้อนออกมาผ่านผลงานของนักโทษชายคดียาเสพติดคนหนึ่ง วันคริสต์มาสที่ควรจะได้อยู่ในครอบครัว แต่ต้องมาติดอยู่ในห้องขังเดี่ยวที่จะทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่ ทำกิจวัตรประจำวันแบบเดิมซ้ำๆ เขาจึงฝากข้อคิดไว้กับคนที่มาดูว่า หากคุณรู้จักใครที่กำลังยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่ ช่วยบอกให้พวกเขาออกห่างจากมัน เพราะมันไม่เคยพาใครไปไหนเลยนอกจากห้องขัง

ภาพจาก windowsondeathrow.com

Expression of Faith

ภาพจากนักโทษที่แสดงให้เห็นถึง “ความสำนึกผิด” กับสิ่งที่เขาทำลงไป แต่ก็นั่นแหละ เมื่อมันสายไปแล้วอีกเหมือนเดิม

ภาพจาก windowsondeathrow.com

Starry Night

ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ผลงานจากนักโทษที่ติดคุกมาเป็นเวลา 26 ปี ซึ่งเป็น 26 ปีที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นดาวและท้องฟ้าเวลากลางคืน มันสอนให้เราเห็นความสำคัญของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว มีความสุข เอนจอยกับการใช้ชีวิตก่อนที่จะสายไป

นิทรรศการนี้จัดแสดงครั้งแรกที่แคลิฟอร์เนีย ในปี 2015 และถูกนำไปจัดแสดงในอีกหลายเมืองในอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และโคลัมเบีย

ใช่ว่าเรือนจำไทยจะไม่มี..

ไม่ว่าจะเป็นการใช้ศิลปะเพื่อบำบัด หรือเพื่อสร้างอาชีพในตอนที่ออกจากคุกไปแล้ว ช่างสิบหมู่ เป็นหนึ่งศาสตร์ที่กรมราชทัณฑ์เลือกใช้ฝึกนักโทษเพื่อให้พอจะมีฝีมือไปสร้างรายได้ตอนที่พ้นโทษไปแล้ว (ผลงานที่ถูกนำออกไปขาย ยังสร้างรายได้ให้กับนักโทษตอนที่อยู่ในคุกด้วย) ซึ่งก็ได้ผล เพราะมีนักโทษจำนวนไม่น้อยที่ออกจากคุกไปแล้วได้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนรู้ในคุก และ Fine Art ก็เป็นอีกหนึ่งวิชาที่ “นักโทษประหาร” และนักโทษจำคุกตลอดชีวิตของไทยได้เรียน เพื่อความคิดสร้างสรรค์ ฝึกสมาธิ บำบัดจิตใจ และใช้เวลาว่างในเรือนจำให้เป็นประโยชน์

สิ่งที่นักโทษเหล่านั้นทำได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อรอความตายอย่างเดียว แต่ยังทำประโยชน์และทำสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้ตอนอยู่ในคุก เพื่อให้รู้ว่าชีวิตเหลือคุณค่า มีความหวัง และมีศรัทธา

คงเป็นงานศิลปะที่เราไม่มีทางได้เห็นกับตา เพราะศิลปะจากนักโทษประหารและนักโทษจำคุกตลอดชีวิตเหล่านั้นถูกเพ้นท์ลงบนกำแพงเรือนจำบางขวาง สถานที่ต้องห้ามสำหรับคนภายนอก ที่ที่ไม่มีใครอยากเข้าไปอยู่ และหวังว่าจะเป็นที่ที่ไม่ต้องมีใครเข้าไปอีก

เป็นเรื่องน่าสนใจเหมือนกันนะที่จะจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการกระทำความผิด นักโทษ โทษที่จะได้รับ ให้เราได้ตระหนักถึงทุกสิ่งที่กำลังจะทำ ว่าทุกสิ่งจะมีผลตามมา เผื่อจะให้ข้อคิด มีสติ และปลูกฝังคนรอบข้างให้มีความคิดหวาดกลัวการกระทำความผิดด้วย

อ้างอิงข้อมูลจาก มูลนิธิ Art For All , bbc.com , windowsondeathrow.com , theguardian.com