น้อง.พี่.ที่รัก ยกหรือฉุดระดับหนังของ GDH

ว่าด้วยหนังไทยในตอนนี้ที่กำลังมาแรงคงไม่พ้นหนังเรื่อง “น้อง พี่ ที่รัก” ที่ใครส่วนใหญ่ไปดูก็รู้สึกชื่นชอบและให้คะแนนเกินครึ่งกันหมด แต่โดยส่วนตัวผมนั้นขอบอกเลยว่า หนังเรื่องนี้ก็ไม่ต่างกับหนังอีกเรื่องนึงที่ทุกคนเฝ้าด่าเฝ้าแซะเขาเหมือนกัน ซึ่งวันนี้ผมก็จะมารวบรวมเกี่ยวกับหนัง น้อง พี่ ที่รัก ว่าทำไมตัวผมถึงคิดว่าหนังเรื่องนี้ฉุดมาตรฐานการทำหนังของ GDH ลง (ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าบทความนี้อาจจะมีการสปอยล์เนื้อหาบางส่วน)

1. บทหนังที่ไม่เมคเซ้นส์สักอย่าง

เข้าใจว่าหนัง GDH ส่วนใหญ่ จะดำเนินเรื่องโดยการเล่าว่า ฉันชื่อนั้นชื่อนี้แล้วเล่าประวัติย้อนอดีตกันไปเพื่อปูปมหนังเรื่องนั้น แต่หนังเรื่อง น้อง พี่ ที่รัก ก็ควรอิงอะไรสักอย่างในสังคมไทย ให้มันดูแล้วเข้ากันบ้าง อย่างที่ญี่ปุ่นชอบเบสบอล แต่ในไทยจะมีสักกี่คนที่ชอบมันจริง ๆ แล้วจะมีสักกี่คนที่รู้ถึงกติกาของเบสบอล อย่าลืมนะครับฟุตบอลเขาชอบกันทั่วโลก ไม่จำเป็นเลยที่ต้องใส่เรื่องของเบสบอลมา ถ้าเป็นเรื่องของฟุตบอลผมยังรู้สึกว่ามันเมคเซ้นส์กว่าซะอีก

2. ไทม์ไลน์เวลาหนังดูแปลก ๆ

หนังเรื่องนี้เล่นกับระยะเวลาที่ผ่านไป 4 ปี บ้าง 6 ปี บ้าง 3 เดือน บ้าง คือถ้าจะเล่นประเด็นระยะเวลาขนาดนี้ ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในตัวละครนักแสดงด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ผ่านไปหลายปี แต่หน้าผม การแต่งตัว ยังคงแพลตฟอร์มเดิมไม่มีเปลี่ยน แม่ก็ไม่แก่ พี่ก็ยังเฟี้ยวอยู่ ถ้าเราคำนวณเวลาดี ๆ แม่ของตัวซันนี่ควรจะอายุ 60 ปีได้แล้ว ถ้าคุณบอกว่าแม่มีลูกตั้งแต่เด็ก ๆ งั้นตัวซันนี่เองที่อายุคง 40 ต้น ๆ เสื้อผ้า หน้าผม คงไม่เหมือนเดิมเท่ากับตอนอายุ 30 หรอก ส่วนญาญ่าเองที่รับบทเป็นเจน ไม่ต้องพูดถึง คนมีครอบครัวนะครับ ยังไงก็คงไม่เหมือนเดิมตั้งแต่สมัยเรียน

3. ตัวละครประกอบที่ถูกยัดเยียดเข้ามา

อันนี้ถือว่ารับไม่ได้จริง ๆ บางคนไม่ถึงกับต้องเอานักแสดงหลัก ๆ ของ GDH มาร่วมด้วยก็ได้ เอามาแล้วก็ทิ้งขว้าง บางอย่างเช่น บทแฟนเก่า ซึ่งไม่ได้เล่าอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่กลับมาให้ความสำคัญในตอนท้าย ๆ บางคนตกปลา บางคนเป็นเพื่อนคอยว่าคอยสอนก็เอาตัวหลักมาเล่น จริง ๆ ใช้ตัวประกอบทั่วไปก็ได้ไม่จำเป็นต้องเอามานักแสดงดีกรีดีขนาดนั้นมาเล่นหรอก

4. การตัดต่อที่ไม่ถึงกับห่วย แต่รับไม่ได้จริง ๆ

เขาว่ากันว่าถ้าเปรียบการทำหนังเป็นการทำอาหาร ผู้กำกับมีหน้าที่หาวัตถุดิบ สร้างวัตถุดิบ ส่วนตัดต่อมีหน้าที่ปรุงแล้วพร้อมเสิร์ฟ ต่อให้วัตถุดิบจะใกล้เน่าแค่ไหน ถ้าปรุงมันออกมาดีอาหารจานนั้นก็อาจจะอร่อยก็ได้ แต่ในหนังเรื่องนี้การตัดต่อนั้นเป็นอะไรที่แปลกมาก ๆ บางช่วงบางฉากที่ควรทิ้งเวลามากกว่านี้ ก็ตัดออกเอาซะดื้อ ๆ ใน Trailer หนังที่ปล่อยออกมา ส่วนใหญ่ก็มาจากหนังทั้งฉากนั้นเลย ไม่มีการทิ้งไว้ให้มีอารมณ์ร่วมด้วยซ้ำ ตัดฉากไปเลยให้รู้สึกว่ามีฉากนี้มาเพื่ออะไรกัน ผมงง

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงความคิดหลังจากการดูของทาง Tonkit360 นะครับ ผมเองก็รู้สึกว่าคาดหวังกับหนังเรื่องนี้ไว้มากเหมือนกัน ว่าในหนังจะมีอะไรกว่านี้ ผมก็เลยมีความรู้สึกได้ว่าหนังที่ยกระดับของ GDH ได้สูงขึ้นก็คือ ฉลาดเกมส์โกง ครับ ส่วนหนังเรื่องนี้ยังไม่สามารถยกระดับมาตรฐานไปได้ถึงขั้นนั้นจริง ๆ

คะแนนความน่าดู : 3/10 คะแนน