เมื่อหลายวันก่อน มีข่าวบันเทิงเล็ก ๆ (ที่อาจจะไม่ค่อยบันเทิงเท่าไร เรียกตามประเภทข่าว 555) จากทางฝั่งเกาหลีใต้ ที่ทำให้ปมการหย่าร้างระหว่าง “ซงจุงกิ” และ “ซงฮเยคโย” ถูกขุดขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง ดราม่าคร่าว ๆ ก็คือมีคน (ถ้าจำไม่ผิดคือชาวต่างชาติ) เจอซงจุงกิที่ไหนสักที่นี่แหละ ตอนแรกเขาก็ทักทายผู้คนและพูดคุยกับแฟน ๆ ด้วยท่าทีสบาย ๆ ตามปกติ แต่เมื่อได้ยินคนถามว่าเขาเป็นใคร และมีคนพูดตอบออกมาว่า “คนที่เคยแต่งงานกับซงฮเยคโย” สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ขมวดคิ้วและเคร่งขรึมขึ้น ก่อนจะเดินออกจากบริเวณดังกล่าวอย่างรวดเร็ว
ก็นะ เรื่องนี้มันก็มองได้หลายมุมแหละ เขาอาจจะมีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์ดังกล่าวจริง แต่คลิปสั้น ๆ ไม่กี่วินาทีคลิปเดียวก็ไม่อาจสรุปได้หรอกว่าแท้จริงแล้วเขารู้สึกอย่างไร ในมุมของเจ้าตัว การได้ยินชื่อของอดีตภรรยาที่จบกันไม่สวยก็คงไม่ได้รื่นหูเท่าไรนัก แบบคนปกติทั่วไปนี่แหละ ใครมันจะอยากได้ยินชื่อแฟนเก่าที่จบกันไม่ดี จู่ ๆ ดันได้ยินขึ้นมาโดยไม่ตั้งตัว มันก็มีชะงักกันบ้าง อีกอย่างถ้าอ้างอิงตามสถานการณ์ในตอนนั้น เขากำลังทักทายแฟนคลับ มันอนุมานได้ว่าคนที่เข้าไปมุงอยู่ตรงนั้นก็น่าจะรู้จักเขาอยู่แล้ว เขาเองก็เข้าใจว่าตัวเองเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่ง (ซีรีส์ดังขนาดนั้น) แต่ดันได้ยินคนถามว่าเขาเป็นใคร แถมคำตอบยังเอาตัวเขาไปอ้างอิงกับอีกบุคคล ว่าเป็นอดีตของคนนั้นคนนี้ ไม่ได้ตอบด้วยชื่อของเขา ใครบ้างไม่รู้สึกแย่
ขณะเดียวกัน ในมุมของชาวเน็ตผู้ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่อยากมีส่วนร่วมกับทุกสิ่งอย่าง ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นานา บางส่วนมองว่าการพูดถึงเขาโดยเชื่อมโยงกับอดีตภรรยาเช่นนี้เป็นเรื่องไม่ให้เกียรติ เพราะตัวเขาก็มีผลงานการแสดงที่โดดเด่นหลายเรื่อง บางส่วนมองไปถึงเรื่องไม่มีมารยาท ทั้งคู่แยกทางกันไปนานแล้ว และต่างคนต่างก็เดินหน้าใช้ชีวิตของตัวเอง จะเอ่ยชื่อของอีกคนที่ไม่เกี่ยวข้องกันแล้วให้เขาได้ยินทำไม ก็ไม่แปลกเหมือนกันที่เขาจะรำคาญหรือหงุดหงิดขึ้น
แต่ถ้ามองในมุมของคนที่ตอบเพื่อน จริง ๆ อาจจะไม่ได้มีเจตนาอะไรเลยก็ได้ คนถามก็อาจจะไม่รู้จักจริง ๆ ส่วนคนตอบก็ปากไวไปหน่อย พูดไม่คิด พูดตอบทันทีโดยไม่ได้ระวังว่าเขาได้ยินนะ ระยะเผาขนขนาดนั้น หรือในเวลานั้นคืออยากตอบเพื่อนแต่อาจจะนึกชื่อไม่ออกก็ได้ อีกอย่างที่สำคัญคือ คนที่ไม่รู้จักดาราคนนั้นคนนี้ ต่อให้บอกชื่อไปสุดท้ายก็ใครวะอยู่ดี เลยพยายามเชื่อมโยงข้อมูลกับบางสิ่งที่ช่วยให้อีกคนเข้าใจได้ทันที คนถามอาจรู้จักฝ่ายหญิง คนตอบเลยโยงหาอัตโนมัติ เพราะนี่เวลาไปเดินห้างแล้วเจออีเวนต์ที่มีดารามาร่วมงาน แฟนคลับรุมกรี๊ดห้างแตก พอชะโงกดูหน้าชัด ๆ ก็ถามใครวะเหมือนกัน เดินไปเจอป้าย pr เห็นชื่อแซ่เขาก็ใครวะเหมือนเดิม บางทีอาจต้องให้มีคนบอกว่าคนที่เล่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ เล่นเป็นคนนั้นคนนี้ถึงจะอ๋อ
แต่สุดท้าย มันก็เป็นแค่ความสงสัยในช่วงเวลาสั้น ๆ แค่นั้น เพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงขนาดที่จะต้องไปเปิดเน็ตค้นหาเพื่อที่จะรู้จักให้ได้ว่าเขาเป็นใคร!
เกริ่นเปิดคอลัมน์มาซะยืดยาว จริง ๆ แล้วใจความสำคัญมีแค่นิดเดียว คือดราม่าเล็ก ๆ นี้ทำให้เรานึกถึงซีรีส์เรื่องดังที่เขาทั้งคู่เล่นด้วยกันนั่นแหละ แค่นั้นเลย 555 และเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่เคยหวานในวันวาน นี่เชื่อว่าหลายคนคงรู้แล้วว่าเรื่องอะไร เพราะสำหรับคนไทย ซีรีส์เรื่องนี้ดังถึงขนาดที่นายกฯ ลุงในเวลานั้นยังพูดถึงและเชิญชวนให้ดู แถมพร้อมสนับสนุนทุนให้ด้วย หากผู้จัดละครไทยคนไหนอยากทำละครแนวนี้
Descendants of the Sun เป็นซีรีส์เกาหลีที่ฉายในปี 2016 ซึ่งก็คือผ่านมา 10 ปีแล้ว! (เฮ้ย! ตกใจนะเนี่ย รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน) มีชื่อเรื่องภาษาไทยว่า ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ ซีรีส์แนวโรแมนติก ดราม่า และแอ็กชัน บอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารหนุ่มหัวหน้าทีมกองกำลังพิเศษทหารเกาหลีใต้ กับศัลยแพทย์สาวมือฉมังของโรงพยาบาลแฮซอง ท่ามกลางภารกิจปกป้องชีวิตและประเทศชาติ เมื่อหน้าที่หลักของคนหนึ่ง คือการถือปืนออกไปเสี่ยงตายทำภารกิจของชาติ และสามารถกลายเป็นมือสังหารได้ทันทีหากมีภัยคุกคาม ส่วนหน้าที่ของอีกคน คือถือมีดผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตคน และต้องยึดมั่นในจรรยาบรรณตามคำปฏิญาณตน ว่าจะรักษาทุกชีวิตอย่างเท่าเทียม
เปิดเรื่องมาก็เหมือนซีรีส์โรแมนติกทั่วไป คือเริ่มต้นจากความเข้าใจผิด “คังโมยอน” เข้าใจว่า “ยูชีจิน” เป็นแก๊งนักเลงขโมยมือถือและทำร้ายร่างกายคน เธอตั้งแง่ใส่เขาทันที แต่ในทางตรงข้าม เขากลับรู้สึกประทับใจเธอมาก จึงพยายามแก้ไขความเข้าใจผิดนั้นด้วยข้อเท็จจริง และเริ่มเดินหน้าจีบเธออย่างเปิดเผยทันที หลังจากที่เรื่องราวเคลียร์ เธอรู้ว่าเข้าใจเขาผิด และรู้ว่าเขากำลังจีบ ทั้งคู่จึงเริ่มต้นพูดคุยกันอย่างเปิดใจ จนเริ่มพัฒนาความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน แต่ด้วยหน้าที่ทหารของเขาที่มักจะหายไปปฏิบัติภารกิจลับของประเทศชาติอยู่ตลอดเวลา ขณะที่เธอกลับรู้แค่ว่าเขากำลังไปเสี่ยงอันตราย โดยที่ไม่รู้อะไรอย่างอื่นอีกประกอบกับหน้าที่การงานที่สวนทางกัน ทำให้ทั้งคู่เลือกที่จะยุติความสัมพันธ์ แล้วเดินหน้าใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป
เวลาผ่านไป 8 เดือน คังโมยอนถูกส่งตัวไปเป็นหัวหน้าทีมแพทย์อาสาที่ประเทศอูรุก ดินแดนสมมติที่กำลังเผชิญภัยสงครามและโรคระบาด ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิต มูลเหตุมาจากการที่เธอโดนสกัดขาในเรื่องความก้าวหน้าในอาชีพเพราะไม่มีเส้นสาย แถมยังปฏิเสธทางลัดจากประธานบริหารของโรงพยาบาล ที่เสนอให้เธอไปเป็นผู้หญิงของเขาเพื่อแลกกับการสนับสนุนความก้าวหน้าในอาชีพหมอ ด้วยการใช้กระเป๋าถือฟาดใส่หน้าท่านประธานอย่างแรงและเดินหนีออกมาทันที เขาโกรธมาก จึงแก้แค้นด้วยการใช้อำนาจสั่งเนรเทศเธอและทีมแพทย์ส่วนหนึ่ง ให้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจอาสาสมัครในพื้นที่พื้นที่ห่างไกลและอันตรายอย่างอูรุกนั่นเอง
ซึ่งที่นั่น เธอได้พบกับยูชีจินอีกครั้งในฐานะกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (UN) การพบกันในช่วงแรกเต็มไปด้วยความอึดอัด ทว่าทั้งคู่ยังมีความรู้สึกดี ๆ ให้กันอยู่ บวกกับการที่ทั้งคู่ต้องเผชิญกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งภัยพิบัติแผ่นดินไหวรุนแรง การระบาดของเชื้อไวรัสอันตราย การต่อสู้กับกลุ่มมาเฟียค้าอาวุธข้ามชาติ ภารกิจช่วยตัวประกัน และภารกิจช่วยชีวิตผู้ป่วย ความใกล้ชิดและการผ่านความเป็นความตายร่วมกันหลายครั้ง ทำให้ความรักของพวกเขาหวนกลับคืนมาท่ามกลางสมรภูมิ โดยที่เธอเองก็เริ่มเข้าใจและยอมรับในเกียรติยศและหน้าที่ของชายคนรักมากขึ้น ว่าถึงแม้เขาจะถือปืน แต่สุดท้ายทั้งทหารและแพทย์ ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือการปกป้องชีวิตและมนุษยธรรม
ซึ่งนอกจากความรักของคู่หลักแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังมีความรักของคู่รองให้ตามลุ้นอีกประมาณ 2-3 คู่ คือคู่ของ “ซอแดยอง” นายทหารเพื่อนสนิทของยูชีจิน ผู้ที่เป็นเพียงนายทหารชั้นประทวน แต่ดันไปรักกับ “ยุนมยองจู” แพทย์ทหารสาวผู้มีตำแหน่งสูงกว่า แถมยังมีพ่อเป็นนายทหารระดับสูง พ่อตั้งใจให้ลูกสาวแต่งงานกับยูชีจิน เลยส่งซอแดยองไปให้ห่างไกล โดยที่พ่อประเมินลูกสาวต่ำเกินไป เธอดื้อรั้นกว่าที่คิด แม้เขาจะถูกสั่งย้ายไปอยู่คนละซีกโลก เธอก็ตามไปหาเขาจนได้ คู่ของ “ซงซังฮยอน” รุ่นพี่หมอสายฮาของคังโมยอน กับ “ฮาจาเอ” หัวหน้าพยาบาล คู่นี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่วัยเด็ก มีใจให้กันมาตลอด แต่ก็ไม่มีใครก้าวข้ามเส้นมาตลอดหลายสิบปี และคู่ของพลทหาร “คิมกีบอม” กับพยาบาล “ชเวมินจี” นี่ก็เป็นอีกคู่ที่น่ารักดีเหมือนกัน
ความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้ คือการที่เนื้อหามันเน้นไปที่ความรักต่างอาชีพที่มีอุดมการณ์ต่างกันอย่างสุดขั้ว ระหว่างทหารหนุ่มที่ต้องพร้อมสละชีพและปลิดชีวิตศัตรูเพื่อชาติ กับแพทย์หญิงที่ปฏิญาณตนว่าจะรักษาทุกชีวิตอย่างเท่าเทียม ทำให้เกิดปมความรักที่ลึกซึ้งและต้องฟันฝ่าอุปสรรคเชิงหน้าที่การงานตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็สอดแทรกความรักชาติ หน้าที่พลเมือง ความเสียสละ ความสามัคคี และการเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์โดยไม่แบ่งแยกชนชาติ ซึ่งเป็นแก่นสำคัญที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับคำชมจากผู้นำหลายประเทศ
ที่สำคัญ คือฉากการปฏิบัติภารกิจลับของหน่วยรบพิเศษ การต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย มาเฟียค้าอาวุธข้ามชาติ การชิงตัวประกัน และการดวลปืนทางยุทธวิธีที่ตื่นเต้นเร้าใจ ทำให้ซีรีส์ดูสนุกขึ้นและทำให้พระเอกยิ่งเท่ ยิ่งหล่อเข้าไปใหญ่ ขณะเดียวกัน ฝั่งนางเอกก็มีภาพของการทำงานของทีมแพทย์ในสภาวะสงครามและภัยพิบัติ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ การผ่าตัดในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีข้อจำกัด และการควบคุมโรคระบาดร้ายแรง ที่แม้ว่าจะเต็มไปด้วยความกดดัน แต่ศักยภาพในความเป็นหมอและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเธอถือว่าอยู่ในระดับอัจฉริยะเลยทีเดียว หลาย ๆ องค์ประกอบ ส่งให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์เกาหลีที่สร้างปรากฏการณ์ความนิยมสูงสุดทั่วเอเชียในปี 2016 นั่นเอง
ก็นะ ยอมรับเลยว่าซีรีส์ Descendants of the Sun เป็นซีรีส์เรื่องหนึ่งที่สนุกมากสำหรับเรา ถึงขนาดที่เคยเปิดวนดูฉากฟิน ๆ เปิดดูซ้ำ ๆ เวลาที่ไม่รู้จะดูอะไร ทว่าข่าวคราวที่เกิดขึ้นก็ทำให้เรากลับไปดูซีรีส์เรื่องนี้ด้วยสายตาแบบเดิมไม่ได้แล้วเหมือนกัน ไม่ได้ถึงขั้นอคติ แต่มองไม่เหมือนเดิม ในเวลานี้ก็เลยไม่ค่อยอินเรื่องนี้เท่าไรแล้ว (และถ้าถามว่างั้นช่วงนี้อินอะไรล่ะ สารภาพตรง ๆ เลยว่าอินแนวตั้ง AI 555) ส่วนถ้าใครอยากหาดูซีรีส์เรื่องนี้ พากย์ไทยปกติและพากย์ไทยภาษาถิ่น มีให้ดูที่ viu ส่วนซับไทย น่าจะมีใน Netflix สะดวกแบบไหนก็ลองไปหาดูกันได้ตามสะดวกเลย 🇰🇷





























