ไม่กี่เดือนก่อน จำได้ว่าผมเคยเขียนถึงเรื่อง “กลไก manual ที่รถยุคใหม่ถวิลหา” ที่ผมมองว่าต่อให้นวัตกรรมยานยนต์จะล้ำสมัยไปถึงขั้นไหน แต่บางทีผู้ขับขี่ก็ยังต้องการอะไรที่เป็นกลไลแบบเข้าใจง่ายอยู่วันยังค่ำ
ในยุคของโลกยานยนต์ยุคใหม่ ค่ายรถยนต์ยักษ์ต่าง ๆ พยายามแข่งกันเปลี่ยนห้องโดยสารและการขับด้วยหน้าจอสัมผัสมากขึ้นเรื่อย ๆ จอขนาดใหญ่ถูกนำมาแทนที่ปุ่มกดดั้งเดิม บางรุ่นพวงมาลัยถูกตัดทรงให้ดูล้ำยุคเหมือนคันบังคับเครื่องบิน ทว่าความล้ำยุคเหล่านี้อาจเป็นการแลกกับความปลอดภัยที่หายไป
ล่าสุดมีข่าวบอกว่า ทางการจีนกำลังเริ่มจัดระเบียบความล้ำยุคของรถยนต์ไฟฟ้าให้กลับมาอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยและการใช้งานจริงเสียที หลังจากที่ค่ายรถหลายเจ้าพยายามแข่งกันตัดปุ่มออกจนเหลือแต่หน้าจอแท็บเล็ต เท่ากับว่าเวลาเราขึ้นไปขับ การควบคุมทุกอย่างแทบจะอยู่ในหน้าจออย่างเดียว
โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน เตรียมบังคับใช้กฎหมายใหม่ปี 2026-2027 ที่ระบุว่า รถยนต์รุ่นใหม่ต้องมี “ปุ่มกด” ที่จับต้องได้ (Physical Buttons) สำหรับฟังก์ชันพื้นฐาน เท่านั้นยังไม่พอ เพราะมีข่าวว่าเตรียมสั่งแบนพวงมาลัยทรง Yoke รวมถึงมือจับประตูแบบซ่อนในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย
จากประสบการณ์ที่เคยทดลองขับรถไฟฟ้าของค่ายรถจีนและสหรัฐฯ รวมถึงรถเครื่องยนต์สัปดาห์ค่ายยุโรปรุ่นใหม่ ๆ บอกเลยว่ารู้สึกรำคาญเวลาจะปรับอะไรที่ปกติแล้วเรากดปุ่มปรับได้เลย อาทิ การปรับแอร์ ยุคนี้ต้องกดที่หน้าจอ เข้าไปที่เมนู แล้วถึงจะเลือกทำรายการได้ ขณะที่รถบางยี่ห้อทำหน้าจอเป็นรูปลมให้เราสัมผัสปรับเอง (เพื่ออะไร!)
เหตุผลหลักที่ทางการจีนบังคับให้มีปุ่มกดมาตรฐานก็คือเรื่องของความปลอดภัยครับ การละสายตาจากถนนเพื่อหาเมนูในหน้าจอขณะขับรถนั้นอันตรายมาก ซึ่งมีรายงานว่า จีนกำลังร่างมาตรฐานให้ฟังก์ชัน “ความปลอดภัยพื้นฐาน” ต้องกลับมาเป็นปุ่มกดหรือก้านควบคุมที่จับต้องได้จริง เช่น ไฟฉุกเฉิน, ไล่ฝ้า, ที่ปัดน้ำฝน, ปรับกระจกมองข้าง
ขณะที่พวงมาลัยทรงตัด หรือค่ายรถเรียกว่า Yoke แบบที่ใช้ในเครื่องบินและรถแข่งระดับซูเปอร์คาร์ GT3 ไปจนถึงฟอร์มูล่า วัน ซึ่งเริ่มมีหลายยี่ห้อทำมาติดตั้งแทนที่พวงมาลัยที่มีทรงกลมครบ 1 วงเต็ม ๆ ที่ใช้กันมายาวนาน ก็อาจจะกลายเป็นปัญหาและมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้เช่นกันหากใช้งานจริงกับรถบ้านทั่วไป
เนื่องจากในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้อง “สาวพวงมาลัย” หลายรอบ อาจทำให้คนขับมักจะคว้าพลาดเพราะพวงมาลัยไม่มีขอบด้านบน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ซึ่งมีรายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเริ่มไม่ยอมรับการจดทะเบียนรถที่ใช้พวงมาลัยทรงนี้แบบ 100% โดยไม่มีระบบทดรอบขณะสาวพวงมาลัยมาให้เหมาะสม
ซึ่งก็ไม่ใช่แค่จีนนะครับที่ตื่นตัวเรื่องนี้ เพราะหน่วยงาน Euro NCAP ซึ่งเป็นหน่วยงานทดสอบความปลอดภัยยุโรป ก็เพิ่งประกาศว่ารถที่จะได้มาตรฐานความปลอดภัย 5 ดาวในปี 2026 เป็นต้นไป ต้องมีปุ่มกดจริงสำหรับฟังก์ชันพื้นฐานเช่นกัน
จริงอยู่ที่สมาร์ตโฟนทำให้เราชีวิตง่ายขึ้น แต่การขับรถไม่ควรรวมทุกอย่างที่หน้าจอ ปุ่มเบสิกพื้นฐานอย่างก้านไฟเลี้ยว ปุ่มไฟฉุกเฉิน คันโยก หรือปุ่มกดตำแหน่งเกียร์ ยังต้องมี ทุกวันนี้ค่ายรถเอาแต่ยัดเทคโนโลยีและสมรรถนะเข้ามา แต่ไม่รู้เลยว่าเวลาลูกค้าซื้อไปขับแล้วมันไม่เวิร์ก เพราะถ้ามันดี คงไม่มีการทวงคืน “ปุ่มกด” กันหรอกครับ