Home Trending Story Trend ในประเทศ เมื่อ “อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล” ในโลกโซเชียล

เมื่อ “อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล” ในโลกโซเชียล

แฮชแท็กร้อนแรงที่เราได้เห็นกันในโลกออนไลน์สุดฮิตอย่างทวิตเตอร์วันนี้ เห็นจะหนีไม่พ้น #Topsเปลี่ยนแอดมิน ที่หลายคนต้องตามไปสืบว่าดราม่าที่เกิดขึ้น แท้ที่จริงมีต้นสายปลายเหตุเป็นอย่างไร ก่อนจะมีแฮชแท็ก #Topsเปลี่ยนแอดมินทุกวันเพราะทำกันเป็นทีม ตามมาในช่วงบ่าย ให้เกิดความดราม่าที่ซับซ้อนขึ้นไปอีก

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้  หากจะบอกว่าดราม่าบังเกิดเพราะคนวงในกันเองก็คงไม่ผิดอะไรนัก หลังมีทีมงานทำคอนเทนต์โฆษณาของท็อปส์ในทวิตเตอร์ ไม่พอใจการให้สัมภาษณ์ของอดีตทีมงานที่ใช้ชื่อว่า @SIQHEART จนเกิดเป็นอารมณ์

โดยมองว่า เป็นการให้สัมภาษณ์แบบเอาดีเข้าตัว ไม่ให้เครดิตฝ่ายกราฟิกที่ทำภาพประกอบคอนเทนต์จนได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ จึงเข้าไปแสดงความคิดเห็นเชิงต่อว่าผ่านบทสัมภาษณ์ดังกล่าว แม้ว่าในบทสัมภาษณ์จะให้เครดิตรวมว่าเป็นผลงานของทีมงานก็ตาม

นอกจากนี้  แอคเคาต์ทวิตเตอร์ทางการ @TopsThailand ของท็อปส์ ก็ยังบล็อกแอคเคาต์ของอดีตทีมงานที่ให้สัมภาษณ์ด้วย  จึงทำให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา  รวมถึงตั้งข้อสงสัยด้วยว่า ทีมงานแอดมินของท็อปส์น่าจะไม่ใช่คนเดิม เมื่อคอนเทนต์โฆษณาไม่โดนใจ หรือกระตุกต่อมฮาได้เหมือนแต่ก่อน จึงเกิดการติดแฮชแท็ก #Topsเปลี่ยนแอดมิน ตามมา แม้ว่าทางท็อปส์จะยืนยันว่าทีมงานยังเป็นชุดเดิมก็ตาม

ก่อนที่ภายหลังจะมีจดหมายแถลงผ่าน @TopsThailand  ว่า “ขออภัยกับข้อผิดพลาดในการบล็อกแอคเคาต์ของอดีตทีมงาน @SIQHEART ที่เกิดขึ้นจากการกระทำโดยพลการส่วนบุคคล  และได้ว่ากล่าวตักเตือนพนักงานคนดังกล่าวแล้ว”

แต่แทนที่ถ้อยแถลงดังกล่าวจะทำให้เรื่องจบลงด้วยดี  @TopsThailand กลับติด #Topsเปลี่ยนแอดมินทุกวันเพราะทำกันเป็นทีม ไว้ในโพสต์จดหมายชี้แจงด้วย จึงทำให้สถานการณ์ที่น่าจะเบาบางลงกลับบานปลายไปอีก

แม้ว่าคนนอกจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางจากประเด็นที่เกิดขึ้น แต่จากการที่มี“แอคหลุม”  หรืแแอคเคาต์ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่ออำพรางตัว คอยใช้ถ้อยคำตอบโต้ชาวเน็ตอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ก็ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจจะเป็นหนึ่งในทีมงานที่ใช้ @TopsThailand บล็อก อดีตทีมงาน @SIQHEART ก็เป็นได้

เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้จะว่าไปก็เหมือน  “Déjà vu”  หรือเหตุการณ์ที่เคยผ่านตากันมาให้ได้เห็นเป็นบทเรียนกันบ่อยครั้ง  เมื่อยอมให้  “อารมณ์” มาอยู่เหนือ “เหตุผล” จนไม่ทันได้ไตร่ตรองถึงผลกระทบที่จะตามมา

สุดท้ายเลยเกิด “มือลั่น”  ในโลกโซเชียล เพราะระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ครั้นจะตามมาแก้ไขทีหลังก็บอกได้คำเดียวว่า “ไม่ทันการณ์” เสียแล้ว!