ในที่นี้ มีใครที่เคยมีประสบการณ์การลดความอ้วนแล้วได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ หรือบรรลุเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้แล้วบ้างไหมนะ? ที่จั่วหัวถามเรื่องนี้ขึ้นมาในบรรทัดแรกของคอลัมน์ชะนีติดซีรีส์ในวันนี้ ประการแรกก็คือ อยากจะชื่นชมและแสดงความยินดีกับทุก ๆ คนที่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาได้ คุณเก่งมาก! ประการที่สองคือ อยากจะแสดงความดีใจ รวมถึงให้กำลังใจตัวเองและทุก ๆ คนที่ยังคงอดทนอย่างแน่วแน่ ตั้งใจ และยังไม่ยอมแพ้ ยังคงพยายามไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย (ส่วนตัว มาได้ไกลมาก ๆ แล้ว แค่ยังไม่ถึงเป้าหมายสุดท้าย) และประการสุดท้าย เพราะมันเกี่ยวข้องกับซีรีส์ที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้!
สัปดาห์ที่ผ่านมา มีซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ที่ปักหมุดตามข่าวมาสักพักแล้วว่าใครจะสอยซับไทยถูกลิขสิทธิ์มา ซึ่งหวยก็มาออกที่ viu ในที่สุด นั่นทำให้การจ่ายเงินให้ Viu Premium ยังคงต้องดำเนินต่อไป ย้อนกลับไปที่จั่วหัวไว้ข้างต้น ว่าซีรีส์เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการลดความอ้วน ถ้าหากว่าใครเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและแสนจะเจ็บปวดใจนั้นมาได้ ซีรีส์เรื่องนี้น่าจะทำให้คุณอินไปกับมันได้ไม่ยากเลย

Pump Up the Healthy Love หรือชื่อภาษาไทยจาก viu ว่า ฟิตใจให้พร้อมรัก เป็นซีรีส์ที่บอกเล่าเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงตัวเองของคน 2 คน จากคนที่ใคร ๆ ก็ยอมแพ้ในตัวพวกเขา สู่คนที่สามารถเอาชนะคำปรามาสจากปากคนอื่น และเอาชนะความอ่อนแอของตนเองได้ และจากการลงมือทำเพื่อเปลี่ยนชีวิตของตัวเองในวันนั้น มันจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล โดยระหว่างทางก็ยังคงมีความท้าทายอีกมากมายที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับมันและผ่านมันไปให้ได้ ซึ่งปมชีวิตของทั้งคู่ก็มีอะไรที่คนดูอย่างเราต้องค่อย ๆ เก็บรายละเอียดกันไป ซีรีส์แนวรอมคอมแบบนี้ บทจะขายดราม่าขึ้นมาก็ damage กับใจเราแรงอยู่เหมือนกัน
ตัวละครหลักของซีรีส์เรื่องมีอยู่ด้วยกัน 2 ตัวละคร ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของตัวเองที่เคยพัง 2 ตอนแรกจะเน้นไปที่นางเอก “อีมีรัน” นักวางแผนการท่องเที่ยวที่กำลังเผชิญหน้ากับการเลิกราอันเจ็บปวด แฟนหนุ่มบอกเลิกเธอด้วยเหตุผลที่ว่าเห็นรูปร่างของเธอแล้วหมดอารมณ์! ในระหว่างที่กำลังหมดอาลัยตายอยากและหดหู่กับจุดจบที่น่าเศร้าของตัวเอง เธอเดินเข้าไปในคลับแห่งหนึ่งเพราะเข้าใจว่ามันเป็นสถานบันเทิงทั่ว ๆ ไป เธอตั้งใจจะเข้าไปเมามันให้เต็มคราบเพื่อลืมรักครั้งเก่าที่เพิ่งจบลง แต่…คลับที่ว่ามันไม่ใช่คลับธรรมดา

เพราะคลับที่เธอเดินเข้าไป แท้จริงแล้วมันคือ Health Club 24 ชั่วโมง หรือแปลง่าย ๆ ก็คือฟิตเนสที่เปิด 24 ชั่วโมงนั่นแหละ ปัจจุบันคลับแห่งนี้บริหารงานโดย “โดฮยอนจุง” อดีตนักเพาะกายระดับโลก ผู้คว้ารางวัลชนะเลิสจากเวทีมิสเตอร์เดวิดแชมเปียนทัวร์ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2023 แต่ไม่รู้ว่าเพราะความติสต์แตกที่ใครก็เข้าไม่ถึง หรือความลับเบื้องหลังบางอย่างที่เรื่องยังไม่ได้เปิดเผยให้เรารู้ เขาหันหลังเดินหนีออกจากสปอตไลต์ไปอย่างลึกลับ และมาปรากฏตัวว่าเป็นผู้จัดการอยู่ที่ฟิตเนส 24 ชั่วโมงแห่งนี้ที่กิจการไม่ค่อยรุ่งเรืองเท่าไร จะเจ๊งแหล่ไม่เจ๊งแหล่นั่นแหละ
ในขณะที่พระเอกต้องหาทางบริหารฟิตเนสของตัวเองให้ไปรอดด้วยการหาเงินและหาสมาชิกเข้ามาใช้บริการ และนางเอกที่พยายามเชิดหลังผู้ชายบอกเลิก แล้วลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเต็มที่ พวกเขาก็ได้เข้ามาอยู่ในโลกของกันและกัน โดยที่พระเอกรับหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ให้นางเอกผู้ไม่เคยมีประสบการณ์การออกกำลังกาย ปั้นหุ่นพัง ๆ ของนางให้กลับมาปังเพื่อไปฟาดหน้าแฟนเก่า แต่ชีวิตนางเอกนั้นไม่ได้ง่าย เพราะเขาดันเป็นพวกที่คลั่งการออกกำลังกาย และเข้มงวดกับการปั้นหุ่นแบบไม่มีอะไรมากั้น ขนาดอกหักแฟนบอกเลิกยังไม่ยอมร้องไห้ เพราะน้ำตาจะทำให้กล้ามเนื้อหาย 555 และเขาเชื่อว่าไม่มีอะไรในชีวิตที่คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ยกเว้นร่างกายของตัวเอง

ฉะนั้น ใครที่กำลังหาซีรีส์แนวฟีลกู๊ด แต่มีความหมายในเรื่องของการรักตัวเองและการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อสิ่งที่ดีกว่า เชื่อว่าซีรีส์เรื่องนี้น่าจะถูกจริต ซึ่งไม่ใช่แค่พล็อตเรื่องที่ทรงดี แต่นักแสดงนำก็ตัวตึงทั้งคู่ พระเอก “อีจุนยอง” ช่วงนี้รับงานเหมือนเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบมาดักทวงหนี้หน้าบ้าน (หรือจริง ๆ น้องแกอาจมีลุง “จูจีฮุน” เป็นไอดอล) แต่ต้องยอมในฝีมือจริง ๆ เป็นนักแสดงอีกคนที่มีศักยภาพสูงมาก เล่นได้หลากหลายแนว คนดีก็เล่นได้ คนชั่วก็เล่นถึง ติดอยู่ที่ไม่ค่อยแมสเท่าไร เรื่องนี้เล่นเป็นไอ้ต้าวกล้ามโตก็ชวนใจละลายไม่น้อย ส่วนนางเอก “จองอึนจี” รายนี้ก็ไม่เน้นขายสวย ขายเกรียน คาแรกเตอร์เมาเรื้อนนี่เชื่อใจเจ๊แกได้เลย พอมาจับคู่กันเลยพากันรั่ว พากันกาว ขายขำไม่พัก
เราต้องใช้เงินกับร่างกายตัวเองมากเท่านั้น จะได้เสียดายจนไม่กล้าล้มเลิกกลางคัน
นี่คืออีกสาเหตุล่ะมั้งที่เลือกดูซีรีส์เรื่องนี้ 555 นอกเหนือจากการตามความเกรียน ความกาวไอ้ต้าวจุนยองกับยัยเจ๊อึนจีมาแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังทำให้เราเหมือนเห็นภาพของตัวเองทับซ้อนกับนางเอกของเรื่องด้วย เพราะเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์ตรงคล้าย ๆ กับนางเอกเหมือนกัน (ขอย้ำว่าแค่คล้าย ๆ ในรายละเอียดไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว) หลังจากที่เจอเรื่องแบบนั้น เชื่อไหมว่ามันเหมือนมีไฟลุกอยู่ในตัวอะ วินาทีนั้นคือให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันยอมทำทุกอย่าง ขอแค่เอาชนะคนปากเปราะที่เห่าเก่งก็พอ ตอนนั้นคือไม่สนใจเลยนะว่าจะพาตัวเองไปลำบากขนาดไหน แล้วจะต้องลงทุนเท่าไร เหมือนปลุก passion สุดร้อนแรงในตัวคุณขึ้นมา

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากมี passion ไฟลุกก็คือ การคุมอาหารอย่างเข้มงวด ตัดอาหารที่ชอบ งดกินของอร่อยทุกอย่าง (ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่อร่อยปากลำบากหุ่น) พยายามอดทนกินอาหารที่ไม่ชอบแต่ดีต่อสุขภาพ จากนั้นก็เริ่มออกกำลังกายทั้งที่เป็นคนขี้เกียจขยับร่างกายสุด ๆ ซื้อชุดออกกำลังกายแบบครบชุด (ไม่เคยมีมาก่อน เพราะไม่เคยคิดทำจริงจัง) รวมถึงศึกษาเรื่องการสมัครสมาชิกฟิตเนส ด้วยเหตุผลที่ว่ามันจำเป็นต้องเสียเงินบ้างเพื่อให้เกิดความเสียดาย ถึงจะยอมบังคับตัวเองให้ไปโผล่ที่ฟิตเนสทุกวัน แล้วมันก็ได้ผลจริง ๆ นะตามหลักจิตวิทยา แรก ๆ ก็พยายามฝืนไปฟิตเนสให้ได้ตามแผนทุกวัน ถ้าไม่ไปก็เสียดายเงิน เหมือนเอาเงินครึ่งหมื่นไปทิ้งฟรี ๆ ไหนจะชุดที่ซื้อมาแล้วอีก

ซึ่งก็ต้องบอกว่า passion ส่วนใหญ่แล้วมันมักจะอยู่กับเราได้ไม่นานหรอก passion ที่ว่าก็คือ ความกระตือรือร้นจากความเจ็บปวด ความเกลียด หรือความแค้นฝังหุ่น ที่กลายเป็นแรงผลักดันจากภายในให้เราฮึดทำบางสิ่งบางอย่างด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้า เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สำเร็จ หรือเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่เราปรารถนา โดยช่วงที่ passion ทำงานหนัก ทุกคนรู้ดีว่ามันคือ “ช่วงแรก” ที่เรากำลังหัวร้อน ในใจคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ด้านลบนั่นแหละ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อยากจะแก้แค้น อยากจะเอาชนะ อยากจะรีบเอาความสำเร็จไปฟาดหน้าให้หงายเงิบกันไปข้าง ดังนั้น ตอนนั้นให้ทำอะไรก็ทำหมดแหละ ทำด้วยความโกรธ ความฉุนเฉียว เพราะเหมือนได้ระบายอารมณ์ไปในตัว

แต่หลัง ๆ มา ไอ้ passion แรงกล้าที่ว่ามันก็ค่อย ๆ แผ่วลง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติแหละที่มันจะแปรตามไปกับอารมณ์ เมื่อเวลาผ่านไป และเราได้ระบายความรู้สึกเคียดแค้นนั้นไปบ้างแล้ว ความกระตือรือร้นก็ลดลงตามอารมณ์ที่เย็นขึ้น นี่คือข้อพิสูจน์ที่เราเจอมากับตัวเอง ทำให้เห็นด้วยกับคำพูดของพระเอกมาก ๆ ที่ว่า “เราต้องใช้เงินกับร่างกายตัวเองมากเท่านั้น จะได้เสียดายจนไม่กล้าล้มเลิกกลางคัน” จากการที่ลงทุนไปค่อนข้างมหาศาลกับสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบและไม่เคยคิดที่จะทำในวันนั้น จนถึงปัจจุบันก็ยังคงทำต่อไปเรื่อย ๆ อาจจะด้วยความชินแล้วหนึ่ง มันก็เลยไม่ยากเท่าตอนเริ่มต้น แต่อีกใจที่ไม่กล้าจะล้มเลิกกลางคันก็เพราะเสียดายเงินนี่แหละ ทั้งที่ passion มันแผ่วลงไปเยอะแล้ว
สิ่งที่ยากที่สุดในยิมคืออะไรรู้ไหมครับ การมายิมทุกวันไงครับ และคุณคือคนที่…ทำเรื่องยาก ๆ นั่นได้
ถ้าให้พูดตามความจริงจากใจก็คือ ที่ยอมไปยิมทุกวันก็เพราะเสียดายเงินแหละ จ่ายเงินสมัครสมาชิกไปแล้วไม่ใช่น้อย จะให้ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เงินก้อนนั้นไปง่าย ๆ โดยที่ไม่กลับไปใช้บริการมันก็ไม่ได้หรอก กว่าจะหามาได้แต่ละสลึงเลือดตาแทบกระเด็น แล้วยิ่งถ้าฉันเป็นนางเอกที่ทุ่มสุดตัวกับยิมของพระเอกด้วยเงินมากถึง 5 ล้านวอน ซึ่งตีเป็นเงินไทยราว ๆ แสนกว่าบาทนั่นนะ ให้ฉันไปกินไปนอนอยู่ที่ยิมทั้งวัน ให้ลองเล่นทุกเครื่องที่ยิมยังได้เลย passion ที่จะเอาชนะคนปากเปราะที่กล้าวิจารณ์หุ่นคนอื่น (โดยไม่ดูตัวเอง) กลายเป็นเรื่องเล็กไปแล้ว เมื่อเทียบกับความเสียดายเงิน ดังนั้น จะมาเป็นคนเก่งที่ทำเรื่องยาก ๆ นี่ได้เหมือนกันไม่ได้นะจ๊ะ 555

แต่จริง ๆ แล้วคนเรามันไม่เหมือนกันหรอกนะ คนที่เขายังยึดมั่นใน passion ขั้นแรงกล้าตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นยันวันสุดท้ายที่ตัวเองได้เข้าถึงคำว่าประสบความสำเร็จมันก็มี ตัวอย่างก็คือ “อีมีรัน” นางเอกของเรื่องนี้แหละที่ใกล้เคียงคนประเภทนั้น ถึงจะมีอิดออดบ้างก็เถอะเพราะต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ในอีพี 2 จะเห็นว่าเธอพยายามมากแค่ไหนกับการฝืนสังขารตัวเองทั้งที่เจ็บปวดตัวสุด ๆ จากการออกกำลังกาย ร้องโอดโอยตลอดเวลาที่เคลื่อนไหวตัว ไปไหนมาไหนด้วยสภาพเหมือนซอมบี้หัดเดิน ความทรมานเหมือนร่างจากแหลกสลายทำให้เธอคิดถอดใจไปฉีดสลายไขมันด้วยซ้ำ และในท้ายที่สุดเธอก็ถูกลากมาออกกำลังกายด้วยโปรแกรมสุดเข้มงวดจากคนที่คลั่งไคล้ในการออกกำลังกาย

ที่สำคัญ เธอยังใจกล้าบ้าบิ่นมากพอที่จะซื้อชุดสวยที่ตัวเองอยากใส่ให้ได้ แต่ยัดร่างลงไปไม่เข้าด้วยซ้ำตอนลองชุดกลับมาเก็บไว้ก่อนด้วย กรณีแบบนี้ ถ้าไม่มั่นใจในตัวเองมากพอไม่กล้าทำหรอกนะ เพราะชุดนั้นมันเป็นได้ทั้งแรงจูงใจชั้นดีที่ทำให้เธอหันกลับมาพยายามให้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อาจจะกลายเป็นตรามารแห่งความอัปยศด้วยเช่นกัน หากเธอยอมแพ้ไปซะก่อน แล้วชุดนั้นก็จะกลายเป็นชุดที่เธอใส่ไม่ได้ไปตลอดกาล ตลอดช่วงเวลาของการเทรน เธอทำทุกอย่างตามที่พระเอกสั่งแบบไม่มีหยุดในทุก ๆ วัน โดยที่ไม่รู้เลยว่าร่างกายตัวเองเปลี่ยนไปหรือเปล่า ทำไปงั้นทั้งที่ไม่อยากทำ วันไหนหงุดหงิดก็ทำไปแบบหงุดหงิด มันคือสิ่งเดียวที่เธอทำได้เพื่อกอบกู้ตัวเอง

นางเอกสารภาพกับพระเอกว่าจริง ๆ แล้วเธอไม่เชื่อเรื่องบริการดูแลชีวิตแบบครอบคลุมที่พระเอกเสนอให้กับเธอ เพื่อที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอให้ได้ใน 3 เดือน แต่ในวินาทีที่สิ้นหวังที่สุด เธอดันคิดว่ามันก็ยังดีกว่าเธอไม่ทำอะไรเลย เพราะถ้าเธอไม่ทำอะไรเลย ความเจ็บปวดที่กัดกินใจคงทำให้เธอตายแน่ ๆ ทว่าในที่สุด พระเอกก็ค่อย ๆ ทำให้เธอเชื่อว่าเธอทำได้จากการที่เขาคอยย้ำกับเธอเสมอ จนเธอสัมผัสได้ว่าเขาจริงใจต่อร่างกายของเธอมากกว่าตัวเธอเอง ดังนั้น เธอจึงเชื่อใจเขามากกว่าที่เชื่อใจตัวเอง ด้วยเขาทำให้เธอได้ค้นพบความแข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจของตัวเอง และพาเธอมาได้ไกลขนาดนี้
ตอนที่อ่านเรื่องย่อซีรีส์เรื่อง Pump Up the Healthy Love ก็พอจะเดาได้อยู่ว่าเรื่องมันต้องออกมาแนวนี้ แต่ไม่คิดเลยว่าจะรู้สึกอินกับมันได้ขนาดนั้น ยิ่งถ้าใครเคยมีประสบการณ์ตรงแบบเดียวกันกับนางเอก คุณจะรู้สึกว่าเหมือนซีรีส์เรื่องนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของคุณและฉายให้คุณได้ชมซ้ำอีกครั้ง แต่เป็นแง่มุมที่น่าประทับใจ การเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องที่ “แค่คิด” ก็ทำได้ แต่มันต้องลงมือทำ อาศัยทั้งความรู้ การมีวินัย ความตั้งใจ ความอดทน และความแข็งแกร่งของจิตใจที่จะเอาชนะความท้อแท้ให้ได้ ไม่ยกธงขาวยอมแพ้ไปก่อน เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอจุดที่ท้อแท้กันมาทั้งนั้นแหละ แต่จะไปต่อ อดทนจนกว่าจะแลนด์หรือพอแค่นี้ นี่ต่างหากคือจุดวัดใจ!
สำหรับใครที่อยากได้สปอยล์แบบเบา ๆ เพื่อกระตุ้นความอยากให้ไปเปิดซีรีส์เรื่องนี้ดูด้วยตัวเองล่ะก็ ขอบอกเลยว่า “ความเพียรพยายาม” ไม่เคยทรยศใครจริง ๆ นะ ซีนที่นางเอกสามารถยัดร่างตัวเองเข้าไปในชุดเล็ก ๆ นั่นได้ น่าจะเป็นซีนที่น่าประทับใจที่สุดใน 2 ตอนแรกเลย และทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีเรื่องน่าเศร้า แต่มันอาจจะทำให้คุณร้องไห้! ถ้าคุณเข้าใจความรู้สึกของนางเอกในวินาทีนั้น และเคยผ่านประสบการณ์การยัดร่างตัวเองลงไปในชุดที่เคยใส่ไม่ได้มาก่อนเหมือนกัน คุณจะมีปฏิกิริยาตอบสนองแบบเดียวกันกับนางเอกเลย ที่แทบไม่เชื่อว่าตัวเองจะใส่ชุดนั้นได้จริง ๆ ใส่ได้ นั่งได้ วิ่งได้ เปลี่ยนอิริยาบถอื่น ๆ ได้ จนต้องรีบพุ่งตัวไปอวดกับคนที่คอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ คุณมาโดยตลอด💃






























