Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Motel California จุดเริ่มต้นที่โมเทล นำพาชีวิตเธอกลับมาจบที่โมเทล

Motel California จุดเริ่มต้นที่โมเทล นำพาชีวิตเธอกลับมาจบที่โมเทล

ภาพจาก MBC

ต้องบอกว่านี่เป็นซีรีส์อีกเรื่องหนึ่งที่เรารออยู่นานมาก ตั้งแต่ที่มีข่าวว่าใครจะมารับบทนำของเรื่อง ตั้งแต่ที่ได้ลองอ่านเรื่องย่อ และตั้งแต่ที่รู้ว่ากำลังจะลงจอที่เกาหลี ก็แบบลุ้นอยู่ว่าแอปฯ ไหนจะได้ลิขสิทธิ์มานะ ซึ่งมันก็เงียบ ๆ มาตลอด ไม่มีใครมาแสดงตัวว่าจะลงซับไทย ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่า Monomax ซื้อลิขสิทธิ์ไว้ คือยังไงก็ได้ดูซับไทยแน่ ๆ แต่แลกกับการได้ฤกษ์ลงซับไทยตอนแรกหลังจากที่เกาหลีฉายจบไปแล้ว ระหว่างนั้นเลยได้แต่รอแล้วส่องสปอยล์ที่พวกแฟนอินเตอร์แคปฯ มา

Motel California ถ้าอ่านจากเรื่องย่อมันก็คือเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ระหว่างหนุ่มสาว 2 คนที่เติบโตมาด้วยกันและผูกพันกันมาตั้งแต่เด็กในเมืองเล็ก ๆ ในชนบท ทั้งคู่ต่างเป็นรักแรกของกันและกัน จนมาวันหนึ่ง ฝ่ายหญิงสาวกลับหันหลังให้กับทุกอย่างในเมืองเล็กมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง เพราะต้องการหนีจากทุกอย่างที่ทำให้ชีวิตของเธอมืดมนมาตั้งแต่เด็ก ฝ่ายชายหนุ่ม แม้จะไม่เต็มใจแต่ก็ไม่อยากจะขัดขวางความฝันของเธอ และเพราะรู้มาตลอดว่าเธอใช้ชีวิตอย่างอดทนแค่ไหนจากการที่เธอมีภูมิหลังไม่เหมือนคนอื่น เขาจึงยอมปล่อยเธอไป

ภาพจาก FB: MBC 드라마

แต่แล้ววันหนึ่ง เธอกลับตัดสินใจกลับมาบ้านเกิดด้วยเหตุผลบางอย่าง หลังจากที่หันหลังให้ที่นั่นมานาน 12 ปี และดันมาได้ยินข่าวลือว่ารักแรกของเธอที่เป็นสัตวแพทย์สุดฮอตประจำหมู่บ้าน กำลังจะแต่งงานกับรุ่นน้องที่เป็นสัตวแพทย์เหมือนกัน และที่เขาไม่ชี้แจงว่าข่าวลือพวกนี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ เพราะเขาเองก็กำลังหนีจากสถานการณ์ที่บรรดาเกษตรในหมู่บ้านพยายามยัดเยียดลูกสาวให้เขา เพราะอยากได้เขาเป็นลูกเขย แท้จริงแล้ว ในใจของเขามีเพียงผู้หญิงเพียงคนเดียวตลอดมา นั่นทำให้เขาทั้งคู่ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตอีกครั้ง หลังจากที่แยกย้ายกันไปเติบโต ได้ผ่านบทเรียนชีวิตและบทเรียนรักที่ต้องหันหลังให้กันมา

ภาพจาก FB: MBC 드라마

อีกเหตุผลที่ตั้งใจมาดูเรื่องนี้ ก็เพราะนางเอกกับพระเอก ส่วนตัวชอบ อีเซยอง มาตั้งแต่เล่นเป็นคุณหนูซอมบี้ในเรื่อง A Korean Odyssey แล้ว ส่วน นาอินอู ที่หล่อวันหล่อคืน เริ่มมาพีค ๆ ตั้งแต่รับบทพระรองเรื่อง Mr. Queen แต่ไป ๆ มา ๆ สตรีมได้แค่ 2 ตอน ดิฉันก็โดนพระรองทรงแบดของเรื่องนี้ตกเข้าด้อมอีกจนได้ คาแรกเตอร์แสนดีแต่กวนโอ๊ย ชวนหวั่นไหวสุด ๆ วิถีแบบนี้มันเข้าข่ายมาเพราะพระเอกนางเอก แต่อยู่ต่อเพราะพระรอง

ที่ไม่เหมาะกับบริษัท คือตัวฉันหรือดีไซน์ของฉันคะ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

จริง ๆ แล้ว สิ่งที่ผิดที่ผิดทางที่สุดในซีรีส์เรื่องนี้ คือ “อคติ” ของมนุษย์ล้วน ๆ ที่ทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องเติบโตมากับบาดแผลในใจ ทั้งที่เธอเองไม่ได้ทำอะไรผิด พ่อแม่เธอก็ไม่ได้ผิด ไม่มีใครทำผิดเลย เพียงแต่ “ความแตกต่าง” ของเธอที่คนอื่นไม่ยอมรับ กลายเป็นอคติและความเกลียดชังที่ทุกคนพากันนำมาสาดใส่หน้าของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ทุกวัน ทุกวันตั้งแต่เด็กจนโต แม้เธอจะไม่เคยยอมเป็นเหยื่อง่าย ๆ แถมเป็นนักสู้ที่คอยปกป้องเพื่อนคนอื่น ๆ ในกลุ่มที่อยู่ข้างเธอ แต่การที่เธอต้องเจออะไรที่มันบั่นทอนสภาพจิตใจแบบนี้ทุกวันมาตลอด 20 ปี เช่อเถอะว่าใจแกร่งแค่ไหนก็เอาไม่อยู่หรอก หัวใจคนไม่ใช่หินผา ไม่ใช่เหล็ก ไม่ใช่เพชร เป็นแค่ก้อนเนื้อที่มีความรู้สึก นั่นทำให้เธอตัดสินใจหนี

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ตัวละคร “จีคังฮี” เป็นเด็กผู้หญิงที่มีภูมิหลังผิดแผกแปลกไปจากคนอื่น ๆ บ้านเกิดของเธอเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่เป็นชนบท เกิดและโตในบ้านที่เป็นโมเทล มีแม่เป็นคนต่างเชื้อชาติ เธอจึงมีใบหน้าแบบเด็กลูกครึ่ง ไหนจะสีผม สีตา หน้ามีกระ ที่ทำให้เธอไม่เหมือนเด็กคนอื่น เธอจึงถูกเด็กวัยเดียวกันในหมู่บ้านบูลลี่ว่าเป็นเด็กเลือดผสม และถ้าเด็กพวกนั้นรังแกเธอไม่ได้เพราะเธอสู้กลับ พวกเขาก็จะหันมารังแกเพื่อนที่อยู่เคียงข้างเธอแทน ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังถูกชาวบ้านมนุษย์ลุงมนุษย์ป้าซุบซิบนินทาตลอดโดยที่ไม่แยแสว่าเธอจะได้ยิน (จงใจแซะให้เธอได้ยินด้วยซ้ำไป) และด้วยความที่เธอไม่ใช่เหยื่อที่จะเคี้ยวได้ง่าย ๆ เมื่อเธอสู้กลับ เธอจึงกลายเป็นเด็กนิสัยไม่ดีที่เก่งแต่สร้างปัญหาเรื่อยมา

ภาพจาก FB: MBC 드라마

การที่เธอหนีออกจากบ้านเกิดเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองหลวงก็ใช่ว่าจะมาแล้วได้ดีทันที เธอจากบ้านเกิดมานานถึง 10 ปี แต่ชีวิตเธอก็เหมือนยังย่ำอยู่กับที่เพราะเธอไม่เคยได้รับ “โอกาส” ทั้งที่เธอมีความสามารถ เธออยากเป็นมัณฑนากรและเธอก็พยายามพิสูจน์ตัวเองมาโดยตลอด แต่เธอก็ยังถูกดูถูกดูแคลน เหยียดหยามว่าเป็นเด็กบ้านนอก จบมัธยมโรงเรียนโนเนม แถมไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่เคยเรียนเฉพาะทาง มีความรู้แบบครูพักลักจำมาจากการทำงานเป็นกรรมกรในไซต์ก่อสร้าง เพราะฉะนั้น ต่อให้ผลงานการออกแบบของเธอจะดีเลิศแค่ไหน มันก็จะถูกเมิน ถูกด้อยค่าว่าก๊อปปี้งานคนอื่นมา หรืออย่างมากที่สุด คือถูกขโมยไปใช้ แล้วใส่ชื่อของคนอื่นที่มีชื่อเสียงในด้านนี้แทน

ภาพจาก FB: MBC 드라마

และนั่นแหละ คือสาเหตุที่ทำให้เธอปรี๊ดแตก โพล่งถามออกไปว่าตัวเธอหรือดีไซน์ของเธอกันแน่ที่ไม่เหมาะกับบริษัท ไม่ว่าเธอจะทำดีแค่ไหน เธอก็จะถูกปฏิเสธด้วยอคติ เธอไม่มีอะไรเลยทั้งครอบครัว การศึกษา ประสบการณ์ หน้าตา เธอโดนดูถูกว่วิถีชีวิตของเธอคือคนระดับล่าง ชนชั้นต่ำที่อาศัยอยู่ในสลัม ทำงานพาร์ตไทม์เป็นกรรมกรก่อสร้าง ไม่มีทางจะวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าที่เป็นเศรษฐีได้ ดูเหมือนว่านางเอกของเราจะต้องอดทนมากจริง ๆ ที่ไม่วิ่งเข้าไปกระโดดถีบขาคู่คนที่พูดจากดคนอื่นให้ดูต่ำแบบนี้

ฉันไม่ได้มาโซลเพื่อใช้ชีวิตแบบนี้นะ ฉันไม่ได้ทิ้งนายมาเพื่อใช้ชีวิตถอยหลังแบบนี้นะ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

จากย่อหน้าที่ผ่านมา ก็คงพอจะรู้แล้วเนอะว่านางเอกเรื่องนี้ต้องดิ้นรนขนาดไหนเพื่อเอาชนะอคติบ้า ๆ เหล่านั้น ซึ่งก็ต้องบอกว่า “อีเซยอง” เนี่ย เป็นนางเอกอีกคนที่แทบจะไม่เคยได้มีสิทธิพิเศษอะไรในฐานะนางเอกเลย 555 ชีวิตชีรันทดมันเกือบจะทุกเรื่อง ต้องล้มลุกคลุกคลานสู้ชีวิตแล้วโดนชีวิตสู้กลับตลอด ขนาดเรื่องก่อนหน้านี้อุตส่าห์ได้ข้ามพรมแดนไปร่วมงานกับพระเอกญี่ปุ่น กว่าจะได้มีความสุขก็หวานอมขมกลืนไปครึ่งค่อนเรื่อง แถมยังพาลทำคนดูอึดอัดตามไปด้วย พอมาเห็นทีเซอร์เรื่องนี้ก็แบบว่า เอาอีกแล้ว ชีเสิร์ฟชีวิตรันทดใส่คนดูอีกแล้ว ทั้งใช้ชีวิตลำบากยากเย็นแบบคนจนตรอก ไหนจะซีนร้องไห้ฉ่ำ ก็นึกสงสัยว่ามีบทชีวิตง่าย ๆ ให้นางเล่นบ้างไหมคะ 555

ภาพจาก FB: MBC 드라마

เอาจริง ๆ นางเอกเรื่องนี้สู้ชีวิตมากนะ แล้วก็แข็งแกร่งมากด้วย เพราะถึงจะโดนชีวิตสู้กลับตลอด แต่เธอก็ยังสาวหมัดกลับไปอย่างไม่ลดละ แต่บุคลิกของเธอคือ เธอมีศักดิ์ศรี เธอรู้ว่าเมื่อไรที่ควรพอ ควรปล่อยวางแล้วหาหนทางใหม่ ไม่ดันทุรังทำอะไรเดิม ๆ ที่รู้ว่าผลลัพธ์มันก็ออกมาแบบเดิม ไม่ก้มหัวงอนง้อขอโอกาสอีกครั้งจากคนที่มีอคติกับเธอ และคนที่เหยียบเธอซะจมดินขนาดนั้น ต่อใหเป็นคนแพ้ แต่เธอก็ขอยอมเดินออกมาสวย ๆ แบบคนที่เคารพในคุณค่าของตัวเองดีกว่า เธอหยิ่งในศักดิ์ศรีของเธอมากพอที่จะไม่ทำงานกับคนที่เกลียดเธอและเธอก็เกลียดคนคนนั้น

ภาพจาก FB: MBC 드라마

แต่…คิดว่าคนเราสามารถทนแบกเรื่องราวหนักหน่วงพวกนั้นได้โดยไม่รู้สึกอะไรจริง ๆ เหรอ ไม่มีทางหรอก! เธอก็เป็นแค่คนธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น เธอเศร้าเป็น เสียใจเป็น และเจ็บปวดได้ ที่สำคัญคือ รู้สึกว่าตัวเองพังทลาย เพราะตลอด 10 ปีที่เธอทิ้งทุกอย่างที่บ้านเกิดหนีมาที่เมืองหลวงแห่งนี้ เธอพยายามสู้ด้วยลำแข้งของตัวเองมาโดยลำพัง ซึ่งถ้าสู้มาขนาดนี้และมันก็ไม่สำเร็จสักที มันก็ไม่ได้แปลกอะไรที่เธอจะรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว และสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด คือความรู้สึกกัดกินใจ เธอทิ้งทุกอย่างมา ตัดใจทิ้งรักแรกของเธอมาเพื่อมาตามหาความฝันและความสำเร็จ อย่างน้อยที่สุด เธอไม่ควรต้องรู้สึกผิดหวังหรือเสียใจที่ทำแบบนั้นไม่ใช่เหรอ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ใช่…เธอไม่ได้ทิ้งทุกอย่างมาที่เมืองหลวงเพื่อมาใช้ชีวิตแบบเดินถอยหลังแบบนี้ ในเมื่อวันนี้มันยังไม่ประสบความสำเร็จ เธอก็จะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่ต้องอดทนพิสูจน์ตัวเองแบบนี้ต่อไป วันนี้เธอทำได้แค่รู้สึกท้อแท้เท่านั้น แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยล้างหน้าล้างตา แต่งหน้าจัด ๆ กลบคราบน้ำตาลุกขึ้นมาสู้ใหม่ เธอหันหลังให้ทุกคนที่เคยดูถูกเธอมาตลอดชีวิตแบบนั้น เธอก็ต้องได้ดีให้ได้ ไม่เช่นนั้น พวกเขาจะเหยียบเธอซ้ำลงไปมิดกว่าเดิม แบบไม่ต้องผุดไม่ต้องเกิดเลย แบบว่านึกว่าหนีไปแบบนั้นแล้วจะได้ดี ที่ไหนได้ เป็นพวกขี้แพ้เหมือนเดิม

ใช่ ฉันแค่ไม่มีเงิน ไม่ได้ไม่มีฟอร์ม

ภาพจาก FB: MBC 드라마

อย่างที่บอก นางเอกเรื่องนี้หยิ่งในศักดิ์ศรีมาก เธอต้องการการยอมรับ อยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ อยากมีชีวิตที่ไม่ต้องมาคอยพิสูจน์อะไรอีก แต่เธอก็อยากเป็นตำนานเหมือนกัน มันเท่กว่านี่นา 555 ผลงานการออกแบบของเธอที่โดนเขี่ยทิ้งโดยที่แทบจะไม่ถูกเปิดดูด้วยซ้ำ แถมยังเกือบโดนคนที่ดูถูกเธอนั่นแหละขโมยเครดิตไปใช้หน้าด้าน ๆ ดันถูกใจลูกค้า ซึ่งการได้มาซึ่งผลงานที่ลูกค้าซื้อนี้ก็ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย ไม่ได้ได้มาเพราะความสงสาร แต่ได้มาเพราะเธอใส่ใจในตัวตนของลูกค้า การจะออกแบบบ้านให้ใครสักคนอยู่ ก็ต้องฟังเสียงของคนที่จะอยู่บ้านหลังนั้นว่าเขาอยากได้อะไร คนออกแบบต้องปรับบ้านให้เข้ากับคน ไม่ใช่ให้คนมาปรับตัวเข้ากับบ้าน

ภาพจาก FB: MBC 드라마

สิ่งที่ทำให้เธอเป็นตำนาน คือการที่ลูกค้าซื้อแบบที่เธอออกแบบ มากกว่างานสั่ว ๆ ที่ตั้งใจออกแบบเพื่อผลาญงบแต่ไม่โดนใจคนอยู่ ทว่าเธอกลับไม่รับเงินจากลูกค้าเลยสักวอนเดียว เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะการที่ลูกค้าชื่นชอบในงานของเธอที่เธอมุมานะทำอย่างใส่ใจ มันแสดงให้เห็นว่าเธอสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าตัวเองได้รับการยอมรับในฐานะมัณฑนากร ถึงเธอจะต้องเดินกลับมานอนห้องรูหนูเหมือนเดิม แต่เธอกู้ศักดิ์ศรีที่คนกลุ่มหนึ่งเหยียบย่ำเธอไว้คืนมาจนได้ รวมถึงเธอยังปฏิเสธที่จะกลับไปทำงานบริษัทใหญ่ร่วมกับคนที่เกลียดเธอและเธอก็เกลียดเขา คนที่ต้องกลับมาง้องอนให้เธอกลับไปทำงานเพราะลูกค้าดันเลือกงานของเธอ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

นี่แหละนะ ถึงใครต่อใครจะบอกว่าศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ จะบ้าศักดิ์ศรีไปทำไม แต่มีไว้บ้างก็ดีนะศักดิ์ศรีน่ะ มันกินไม่ได้ มันไม่รวย มันไม่ออกดอกออกผลมาเป็นเงิน แต่มันคือเกียรติและคุณค่าในตัวของคนเรา เงินก้อนนั้นถ้านางเอกรับมา ชีวิตของเธอจะดีขึ้นมากก็จริง แต่เงินน่ะใช้ได้แป๊บ ๆ ก็หมด ศักดิ์ศรีต่างหากที่จะทำให้เธอได้รับการยอมรับในฐานะของคนทำงาน โดยเฉพาะความเป็นมัณฑนากรอย่างที่เธอใฝ่ฝัน มันจะทำให้เธอต่อยอดวิชาชีพของเธอให้เติบโตได้อย่างสง่างาม แม้ว่าเธอจะเป็นเด็กบ้านนอก ไม่มีหัวนอนปลายเท้า เกิดและโตในโมเทล เป็นคนชั้นล่าง ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย ไม่มีวุฒิการศึกษาเฉพาะทาง ไม่ได้จบสถาบันดัง ๆ จากเมืองนอก แต่เธอมีความสามารถ แค่นี้ก็พอแล้ว

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ใช่…เธอแค่ไม่มีเงิน แต่ไม่ได้ไม่มีฟอร์ม ถึงจะต้องเดินกลับมาซุกหัวนอนในห้องนอนรูหนูแคบ ๆ ใช้ห้องน้ำรวมที่ทุกอย่างพังจนแค่จะอาบน้ำยังทำไม่ได้ แต่เธอได้ภูมิใจในตัวเอง ได้พิสูจน์ฝีมือและความสามารถของตัวเอง และได้รับการยอมรับในวิชาชีพ ถึงจะมีชีวิตอยู่คนละโลกกับลูกค้า แต่เธอสามารถถ่ายทอดความต้องการของลูกค้าออกมาเป็นบ้านที่ลูกค้าชอบ นี่แหละ มันมีคุณค่ามากกว่าเงินที่ซื้อไอเดียของเธออีก

2 ตอนแรกที่ซีรีส์เรื่อง Motel California ปล่อยออกมา บอกเลยว่าไม่ค่อยเป็นที่พูดถึงเท่าไร อาจเป็นเพราะเอามาลงสตรีมตอนที่ของเกาหลีจบไปแล้วกระแสมันเลยไม่มา บวกกับการเดินเรื่องที่จืด ๆ ช่วงแรกของเรื่องนี่ไม่มีเรื่องราวอะไรมาบิวด์ให้รู้สึกอินตามเลย แต่มันก็น่าเบื่อแค่ช่วงไม่กี่นาทีแรกแค่นั้น ถ้าผ่านมาได้ก็จะรู้สึกว่ามันดูได้เรื่อย ๆ ไม่น่าเบื่อ เรตติ้งจนจบเรื่องจากฝั่งเกาหลีเองก็ไม่ได้แย่ขนาดออนแอร์ชนของใหญ่ สูงสุดยังขึ้นไปถึงเลข 6 และไม่เคยได้ต่ำกว่า 3 ด้วย

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ที่สำคัญ มันยังนำเสนอเรื่องราวที่ชวนให้ปวดใจแบบที่ปุถุชนอย่างพวกเราสามารถพบเจอได้ด้วยเอง การที่ไม่ได้รับการยอมรับ การที่ต้องอดทนสู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับอย่างไม่ลดละ การยอมหันหลังให้กับทุกอย่างเพื่อมาตามฝันและประสบความสำเร็จ หรือการที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวที่ชวนให้เข้าใจผิดอยู่ตลอด เหมือนซีรีส์เรื่องนี้จะบอกเราว่าต่อให้ต้องแพ้อีกครั้งก็สู้ต่อไปเถอะ ไม่ชนะ ไม่มีใครเห็นก็ไม่เป็นไร สู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความภาคภูมิใจของตัวเองก็ได้นี่ ต้นกำเนิดเราจะมาจากไหนมันไม่สำคัญ แค่ได้ทำในสิ่งที่เรียกว่า “เคารพตัวเอง” ก็พอ ใครจะเกลียดเราก็ช่าง แต่เราอย่าทำอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าเกลียดตัวเอง🏩