สิ้นเสียงนกหวีดยาวที่สนาม เรคแทงกูลาร์ สเตเดียม นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย นอกจากแฟนฟุตบอลไทย ประทับใจกับฟอร์มการเล่นของทีม “ช้างศึก” ที่สู้กับทีมขาประจำฟุตบอลโลกได้แบบเกินร้อยแล้ว อีกหนึ่งความประทับใจหลังจมเกมคือการประกาศอำลาทีมชาติของผู้รักษาประตูที่รับใช้ทีมชาติไทยมายาวนานถึง 18 ปี
ใช่แล้วครับ “สินทวีชัย หทัยรัตนกุล” นายทวาร ที่ตั้งแต่ผมจำความได้ น่าจะเป็นผู้ที่ยืนระยะการเป็นผู้รักษาประตูทีมชาติไทยได้ยาวนานที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะนับจากยุคของ ชัยยง ขำเปี่ยม ต่อด้วย วัชรพงษ์ สมจิตร มาถึง กิตติศักดิ์ ระวังป่า และวิรัช วังจันทร์ ก็มี สินทวีชัย นี่แหละครับที่ยืนหยัดในระดับสูงสุดได้กว่า 10 ปี
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ผมเห็น “ปรากฎการณ์” ที่บรรดานักฟุตบอลทั้งทีมชาติชุดปัจจุบัน รวมถึงอดีตทีมชาติ ต่างโพสต์ข้อความในโลกโซเชียลเป็นการเชิดชูนายทวารวัย 35 ปีรายนี้ กับการที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเคียงบ่าเคียงไหล่เล่นทีมชาติร่วมกันมา
ส่วนตัวแล้ว ผมเป็นแฟนบอลของ “ตี๋” มาตั้งแต่ที่ยังไม่เปลี่ยนชื่อจาก โกสินทร์ จวบจนช่วงหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน 2013 เมื่อบทบาทของผมเปลี่ยนไปจากแฟนบอล มาเป็นนักข่าวและผู้ประกาศข่าวกีฬา ผมยังจำได้แม่นกับการไปที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และยื่นไมค์สัมภาษณ์แข้งทีมชาติที่กำลังเตรียมทีมสู้ศึกฟุตบอลโลก 2014
ในขณะที่แข้งซูเปอร์สตาร์ของไทยหลายคนเมินไม่ให้สัมภาษณ์กับผมในวันนั้น แต่นายประตูนามสินทวีชัย กลับยิ้มแย้มแจ่มใส หยุดให้สัมภาษณ์แบบไม่มีอิดออด นั่นคือครั้งแรกที่ผมเจอ “ตี๋” ในระยะเผาขน บอกเลยว่านายทวารรายนี้ได้ใจผมไปแบบเต็มๆ
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อนายทวารทีมชาติเอ่ยปากบอกว่า “ผมจำคุณได้นะ ที่อ่านข่าวกับนินที่ช่องทรู” ยิ่งทำให้นักข่าวตัวเล็กๆจากรายการ “สปอร์ตรับอรุณ” ที่ออกอากาศทางช่องทรูวิชั่นส์ในเวลานั้น ยิ่งแทบจะตัวลอยไปอีก ก่อนจะกลับมาคิดได้ว่า ตี๋เขาจะดูแฟนเขา(น้องนิน ชื่นชนก ศิริวัฒน์)อ่านข่าวหรือเปล่า แต่เราดันไปอ่านคู่กับน้องนินพอดี (ฮา)
ส่วนอีกความประทับใจที่มีต่อนายประตูจากสุพรรณบุรี เอฟซี รายนี้ คือการวางตัวทั้งในและนอกสนาม โดยเฉพาะความพยายามในการก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมและลงเล่น โดยที่ไม่ตอบโต้เสียงด่าของแฟนบอล ต่างกับนักฟุตบอลไทยหัวร้อนในยุคนี้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจครับที่เขาจะได้รับเลือกจากกุนซือทีมชาติให้เป็นกัปตันทีมถึง 3 สมัย
จากนี้ไปแฟนบอลจะยังคงได้เห็น “ตี๋ นอยเออร์” ลงเฝ้าเสาให้กับต้นสังกัดของเขาต่อไป แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ ผมเองในฐานะโปรดิวเซอร์ของรายการกีฬารายการหนึ่ง กำลังทาบทาบเขาเพื่อมารับอีกหนึ่งบทบาทที่แฟนบอลอาจไม่เคยเห็นมาก่อน แต่จะเป็นบทบาทอะไรนั้น ไว้ลุ้นกันจนถึงวันนั้นแล้วกันครับ
































