การไปเที่ยวต่างประเทศ อาจเป็นเป้าหมายหรือความใฝ่ฝันของใครหลายคน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นกันเป็นธรรมดา สำหรับคนบางคนไม่ได้มีโอกาสที่จะไปเที่ยวต่างแดนได้บ่อย ๆ เมื่อไปต่างประเทศทั้งที จึงมักมีแผนที่จะลองทำอะไรบางอย่างในต่างแดน เพื่อเก็บบันทึกเป็นประสบการณ์ชีวิตและความทรงจำที่ดีว่าครั้งหนึ่งฉันเคยได้ทำอะไรแบบนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม การกระทำใด ๆ ก็ตามควรจะอยู่บนพื้นฐานของ “มารยาท” เป็นสำคัญ ไม่ใช่การทำอะไรตามใจฉัน พึงระลึกไว้เสมอว่านี่ไม่ใช่ที่บ้านที่จะทำอะไรอย่างไรก็ได้ ดังนั้น ต่อให้ที่บ้านจะไม่เคร่งเรื่องมารยาทสักเท่าไร แต่การเข้าสังคมมารยาทเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่ได้แปลว่าที่อื่นจะไม่เคร่งเหมือนที่บ้านของเรา
ถ้าพิจารณาดูจากสามัญสำนึกแล้ว รู้สึกว่าสิ่งที่คิดจะทำมันดูไม่เข้าท่า ดูไม่มีมารยาท ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพยายามไปสร้างตำนานในต่างแดนก็ได้ เพราะเราอาจถูกรุมประณาม ทัวร์ลง อันเนื่องมาจากการกระทำที่ขาดการไตร่ตรอง ไม่ใช้ความคิด ไม่คำนึงถึงมารยาททางสังคม อีกทั้งยังแสดงให้เห็นด้วยว่าที่บ้านเลี้ยงดูมาอย่างไร และหลาย ๆ กรณี มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้คนท้องถิ่น “เหมารวม” เชื้อชาติของคนที่ไปสร้างเรื่องงามหน้าว่าเป็นแบบนั้นกันทั้งประเทศด้วย ซึ่งก็ไม่แปลกเลย เขาไม่สนใจหรอกว่าคนทำผิดชื่ออะไร แต่เขาเรียกรวมว่า “คนไทย”
ขอย้ำเตือนอีกครั้งว่าวัฒนธรรมของแต่ละประเทศนั้นต่างกัน พฤติกรรมบางอย่างของเราที่ทำในต่างแดนอาจจะไม่ถูกต้องตามแบบที่คนท้องถิ่นเขาทำกัน ก่อนเดินทางไปเที่ยว เราควรศึกษามารยาทของสังคมนั้น ๆ ล่วงหน้าว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ หรือถ้าให้ง่ายที่สุด แค่เรียนรู้ “มารยาทสากล” ก็เพียงพอแล้ว เนื่องจากคนทั่วทุกมุมโลกถือปฏิบัติกันเป็นปกติ เพราะฉะนั้น การไปเที่ยวต่างประเทศนั้น แค่มีเงินไปเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ ตกพกมารยาทสากลที่สามารถนำติดตัวไปใช้ได้ทั่วโลกไปด้วย แม้แต่เที่ยวในไทยก็ต้องสำเหนียกเช่นกัน
ให้เกียรติสถานที่ที่ไป
ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ประเทศไหน พึงระลึกไว้เสมอว่าทุก ๆ สถานที่มีข้อกำหนด กฎระเบียบ กติกา หรือเงื่อนไขบางอย่างที่กำหนดไว้ว่าต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น หากวางแผนจะไปเที่ยวที่ไหน ควรศึกษาข้อกำหนดของแต่ละสถานที่ให้ดีก่อน อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ เพื่อที่จะได้รักษามารยาทการเข้าใช้สถานที่นั้น ๆ โดยเฉพาะสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญทางศาสนา พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ ความสุภาพสำรวม การรักษาความสงบเรียบร้อย การไม่ส่งเสียงดัง การรักษากฎหมาย สถานที่เหล่านี้ไม่ใช่บ้านที่จะทำอะไรได้ตามใจชอบ
รักษาความสะอาด
อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นมารยาทพื้นฐานในการเดินทางไปไหนมาไหน ก็คือเรื่องของการรักษาความสะอาด เชื่อว่าคงไม่มีที่ไหนบนโลกที่จะปลาบปลื้มกับความสกปรกหรอกนะ ใครมันจะไปชอบล่ะ เดินไปไหนก็เจอแต่ขยะ แล้วก็ผู้คนที่สร้างความสกปรกให้กับถนนหนทางต่าง ๆ ตามใจชอบ นึกอยากจะทิ้งก็ทิ้ง ภาพลักษณ์ดูไม่ดีเอาเสียเลย โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวยิ่งต้องช่วยกันดูแล อย่าคิดว่ามันไม่ใช่บ้านเมืองเรา ดังนั้น ถ้ามีขยะในมือก็ควรหาที่ทิ้งดี ๆ (บางประเทศต้องทิ้งแบบแยกขยะด้วย) ถ้าไม่เจอก็เก็บไว้ก่อน รอเจอถังขยะที่อื่นหรือเอากลับไปทิ้งที่ที่พักก็ได้
มารยาทการเข้าร้านอาหาาและมารยาทบนโต๊ะอาหาร
มารยาทพื้นฐานของการเข้าร้านอาหารนี่ง่ายมาก ไม่ว่าจะร้านอาหารระดับไหนก็ตาม หลัก ๆ คือการที่ไม่นำอาหารและเครื่องดื่มจากภายนอกเข้าไปในร้านอาหารแห่งนั้น การกินอย่างสุภาพชน รักษามารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่พูดคุยในขณะที่อาหารอยู่เต็มปาก ไม่ตักอาหารข้ามหัวคนอื่น หากเป็นบุฟเฟต์ ควรตักมาแต่พอดี ไม่พอค่อยลุกไปตักใหม่ก็ได้ ซึ่งแต่ละประเทศอาจมีธรรมเนียมแตกต่างกันออกไป (ง่ายที่สุดให้ลองสังเกตคนอื่นรอบตัว) ในหลาย ๆ ประเทศ เราไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ลึกถึงเรื่องของการใช้ช้อนส้อมจานชามบนโต๊ะขนาดนั้นก็ได้ (แต่รู้ไว้ก็ไม่เสียหาย)
เข้าแถว ต่อคิว รอให้เป็น อย่าแซงหน้าใคร
ก่อนอื่นลองคิดแบบเล่น ๆ ดูก่อนก็ได้ โดยที่ยังไม่ต้องจริงจังว่าการเข้าแถวหรือการรอคิวมันเป็นมารยาทพื้นฐานทางสังคม โดยพื้นฐานก็คือ ถ้าเราเข้าแถวรออยู่ก่อน แต่แล้วก็ถูกใครที่ไหนไม่รู้มาปาดหน้าแซงคิว เราก็ย่อมรู้สึกไม่พอใจถูกไหม นั่นแหละ ถ้าเราเองยังไม่ชอบ ไม่อยากเจอกับสถานการณ์แบบนี้ คนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครชอบเหมือนกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะไปที่ไหน ต้องเคารพกฎการต่อแถวและรอคิวเสมอ ไม่ว่าแถวจะยาวแค่ไหนก็อย่าได้ไปแซงคิวใครเขาเด็ดขาด ถ้าไม่มีความอดทนมากพอที่จะรอคิวนาน ๆ ก็ผ่านคิวนั้น ๆ ไปเลย ไปหาที่อื่นที่ไม่มีคิวหรือคิวน้อยกว่าแทน
ระวังพฤติกรรมในที่สาธารณะ
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น “ที่สาธารณะ” มันแปลว่าใคร ๆ ก็สามารถใช้พื้นที่นี้ได้ เมื่อเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนรวมที่ทุกคนในสังคมใช้ร่วมกัน ความเกรงอกเกรงใจคนอื่นมันต้องมี ต้องเคารพสิทธิและความเป็นส่วนตัวของใครก็ตามที่ใช้สถานที่ร่วมกันกับเราด้วย พฤติกรรมที่สร้างความรำคาญ สร้างความวุ่นวาย ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน หรือละเมิดสิทธิและความเป็นส่วนตัวของคนอื่น เป็นเรื่องที่ไม่มีมารยาทในทุก ๆ สังคม เพราะฉะนั้น ต้องคอยระวังพฤติกรรมของตัวเองเสมออย่าให้ไปกระทบกับความปกติสุขของผู้อื่นทั้งทางกายและทางความรู้สึก ทำตัวปกติแบบที่คนอื่นเขาทำกัน
ระวังทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา
มองเผิน ๆ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหา แต่จริง ๆ แล้วมันค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่เลยล่ะ เพราะความหมายของอวัจนภาษา (ภาษามือและภาษากาย) ในแต่ละวัฒนธรรมมักจะแตกต่างกัน ตอนที่เราอยู่ไทย เราอาจทำสัญลักษณ์มือแบบนี้ได้ เพื่อนฝูงเข้าใจความหมาย แต่ในต่างแดนอย่าเสี่ยงทำ ด้วยความหมายอาจไม่เหมือนกัน และยังเป็นไปได้ด้วยว่าที่เราแสดงออกไปนั้นมีความหมายที่ไม่ดีในวัฒนธรรมท้องถิ่น นอกจากนี้ ระวังวัจนภาษา (คำพูด) ด้วยก็ดี พวกชื่อที่มีความหมายอ่อนไหวในภาษาอื่น การตะโกนเรียกชื่อคนคนนั้นอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดจนเป็นเรื่องใหญ่โตได้
เคารพวัฒนธรรมที่แตกต่างเมื่อไปต่างถิ่น
สิ่งที่เราจะเจอแน่ ๆ เมื่อไปเที่ยวต่างประเทศก็คือ ความแตกต่างทางวัฒนธรรม การที่วัฒนธรรมของเรา (ที่อยู่ในฐานะนักท่องเที่ยว) แตกต่างกับคนท้องถิ่นไม่ได้เป็นเรื่องแปลก มันมีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นตัวกำหนดวัฒนธรรม บางอย่างอาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราทำตัวกลมกลืนไปด้วยได้ไม่ยาก แต่บางอย่างอาจเป็นเรื่องใหญ่ที่ชวนอึ้งทึ่งช็อกก็ได้ แต่มารยาทที่ดีก็คือ เคารพในความแตกต่างเหล่านั้น พยายามกลมกลืนไปให้ได้มากที่สุด แม้ว่าเราอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่คนท้องถิ่นทำเลยก็ตาม ดังนั้น ก่อนจะไปไหน ควรศึกษาวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้น ๆ เป็นความรู้ก่อน





























