
ปัญหาสายตาที่เราพบกันบ่อย ๆ นอกจากสายตาสั้น และสายตายาวแล้ว “สายตาเอียง” ก็เป็นอีกปัญหาที่รบกวนชีวิตประจำวันของเราได้เช่นกัน ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่าคนที่เขียนหนังสือเอียงไม่ตรงบรรทัด คือคนที่สายตาเอียง แต่ในความจริงแล้ว ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว
การที่เราเขียนหนังสือเอียง ขีดเส้นไม่ตรงนั้น เป็นเรื่องของทักษะการใช้กล้ามเนื้อแขนให้สัมพันธ์กับดวงตาที่เรียกว่า (Eye-Hand Coordination) ซึ่งเป็นทักษะที่เกิดจากการฝึกฝน จึงสามารถพบเจอได้แม้เป็นคนที่สายตาปกติ
ขณะที่สายตาเอียงถือเป็นภาวะผิดปกติทางสายตา ที่ทำให้การมองเห็นผิดปกติ เนื่องจากกระจกตาโค้งไม่เท่ากัน ส่งผลให้การรวมแสงของดวงตาเกิดขึ้นมากกว่า 1 จุด และตกไม่ตรงพอดีกับจุดรับภาพ จึงทำให้มองเห็นภาพซ้อน และไม่ชัดทั้งระยะใกล้และไกล
จะรู้ได้อย่างไรว่าสายตาเอียง?
เบื้องต้นเราสามารถสังเกตอาการด้วยตัวเองก่อนได้ว่ามีแนวโน้มสายตาเอียงหรือไม่
- มักหรี่ตาเป็นประจำ – การหรี่ตาเพื่อปรับความคมชัดในการมองเห็นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเราอาจจะประสบปัญหาสายตาเอียงได้ เพราะเริ่มมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ไม่คมชัด
- มึนศีรษะง่ายเมื่อใช้สายตานาน ๆ – หากนั่งทำงาน อ่านหนังสือ ใช้คอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน ๆ แล้วมักมีอาการปวดหัวและวิงเวียน ก็มีความเป็นไปได้ที่จะสายตาเอียงเช่นกัน เพราะไม่สามารถจับภาพที่มีลักษณะเบลอ รวมถึงภาพที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วได้ชัดเจน
- มองเห็นตัวเลขหรือตัวอักษรบางตัวไม่ชัด – สายตาเอียงจะมีความแตกต่างจากสายตาสั้นตรงที่จะมองเห็นตัวอักษร หรือตัวเลขบางตัวได้ไม่คมชัด แต่สายตาสั้นจะเห็นไม่ชัดเท่ากันทุกตัวนั่นเอง
- มองเห็นภาพได้ไม่ชัด – เมื่ออยู่ในสถานที่มีแสงน้อย หรือแสงไม่เพียงพอ จะมองเห็นภาพได้ไม่คมชัด ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดีในช่วงเวลากลางคืน
หากมีอาการเหล่านี้ก็ควรไปตรวจเช็กให้ละเอียด เพื่อจะได้รับการรักษาให้ถูกต้องตามแนวทาง ซึ่งสายตาเอียงสามารถตรวจวินิจฉัยได้ 2 วิธี
- วัดระดับการมองเห็น (Visual Acuity Test) เพื่อวัดความสามารถในการมองเห็น จากการอ่านตัวเลขหรือตัวอักษรบนแผนภูมิสเนลเลน (Snellen Chart) ซึ่งตัวอักษรจะมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ในแถวถัดลงมา
- วัดค่าความโค้งของกระจกตา (Keratometer Test) ซึ่งแพทย์จะใช้เครื่องเคอราโตมิเตอร์ (Keratometer) ส่องไฟไปที่กระจกตา จากนั้นเครื่องจะวัดระดับความโค้งของกระจกตาจากแสงสะท้อนที่ตกกระทบบริเวณกระจกตา
สายตาเอียงไม่ควรละเลย!
หากพบว่าสายตาเอียงมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ไม่สามารถขับรถในตอนกลางคืนได้ ก็ไม่ควรละเลย ซึ่งการใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ จะช่วยให้การมองเห็นกลับมาเป็นปกติได้
โดยการใส่แว่นเป็นวิธีที่ปลอดภัยและไม่มีการสัมผัสกับบริเวณดวงตา ซึ่งเลนส์แว่นสายตาเอียงจะช่วยในปรับการหักเหของแสงให้ตกกระทบบนจอตา จึงช่วยให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น
ขณะที่การใส่คอนแทคเลนส์ จะช่วยปรับการหักเหของแสงให้ตกกระทบบนจอตา ทำให้มองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเช่นเดียวกับการสวมแว่นตา แต่จะมีให้เลือกหลายรูปแบบ อาทิ เลนส์สัมผัสชนิดอ่อนแบบใช้แล้วทิ้ง เลนส์ชนิดที่ไม่ต้องถอดทุกวัน เลนส์ชนิดแข็งที่ให้ก๊าซออกซิเจนซึมผ่านไปยังกระจกตาได้ และเลนส์ 2 ชั้นที่ทำให้ผู้ใส่มองเห็นได้ 2 ระยะ คือใกล้กับไกล
ผ่าตัดได้ถ้าไม่อยากใส่แว่น-คอนแทคเลนส์
หากรำคาญกับการใส่แว่น หรือเกิดอาการระคายเคืองเวลาใส่คอนแทคเลนส์ ก็สามารถทำการผ่าตัดได้เช่นกัน ซึ่งแพทย์จะผ่าตัดปรับเปลี่ยนรูปร่างและความโค้งของกระจกตา เพื่อให้แสงตกกระทบบนจอตาและทำให้สามารถมองเห็นภาพต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนขึ้น
โดยวิธีการผ่าตัดแก้ไขสายตาเอียง มีดังนี้
- เลสิก (LASIK) แพทย์จะผ่าตัดนำเนื้อเยื่อในเลนส์กระจกตาออกมา แล้วใช้เลเซอร์ปรับแต่งให้ได้รูปร่างและส่วนโค้งที่เหมาะสม แล้วใส่กลับเข้าไปในตำแหน่งเดิม
- เลเสก (LASEK) เลเสกต่างจากการทำเลสิกตรงที่แพทย์จะใช้แอลกอฮอล์ชนิดพิเศษลอกเนื้อเยื่อกระจกตาชั้นนอกออกมา จากนั้นจึงใช้เลเซอร์ปรับแต่งให้ได้รูปร่างและส่วนโค้งที่เหมาะสม แล้วใส่กลับเข้าไปในตำแหน่งเดิม
- พีอาร์เค (PRK) จะมีขั้นตอนคล้ายกับการทำเลเสก แต่แพทย์จะผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อกระจกตาออกไป เพื่อให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเจริญเติบโตขึ้นมาใหม่ และเกิดเป็นรูปร่างใหม่ โดยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยอาจต้องใส่คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษที่มีออกซิเจนผ่านสูงเป็นเวลา 2-3 วัน
- อีพิเลสิก (Epi-LASIK) เป็นการผ่าตัดที่คล้ายกับเลเสก แต่แพทย์จะใช้มีดผ่าตัดแทนการใช้แอลกอฮอล์ชนิดพิเศษในการผ่านำเนื้อเยื่อกระจกตาออกมาเป็นแผ่นบาง ๆ และปรับแต่งรูปร่างด้วยเลเซอร์ก่อนใส่กลับเข้าไปในตำแหน่งเดิม
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้เช่นกัน อาทิ มีค่าสายตาน้อยกว่าหรือมากกว่า ตาแห้ง มองเห็นแสงเป็นวงหรือกระจายเป็นแฉก เกิดรอยแผลเป็นบนกระจกตา ตาติดเชื้อได้ ดังนั้น หากต้องการักษาปัญหาสายตาเอียงด้วยการผ่าตัด จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ถึงขั้นตอน วิธีการ ข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ดีก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด
ที่มา : พบแพทย์ / หมอแว่น / laservisionthai.com






























