ข่าวช็อกวงการเอฟวันและวงการยานยนต์โลกในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หนีไม่พ้น “ฮอนด้า” ค่ายรถยนต์ชั้นนำของญี่ปุ่นประกาศเลิกผลิตเครื่องยนต์ป้อนให้ทีมแข่งเอฟวันหลังจบฤดูกาล 2021 เป็นต้นไป
นั่นหมายความว่าในฤดูกาลแข่งขัน 2022 ทีมแข่งเรดบูลล์ เรซซิ่ง และอัลฟ่าทอรี่ (โตโตรอสโซ่ เดิม) จะต้องลงเแข่งด้วยเครื่องยนต์ค่ายอื่น ซึ่งหากให้มองในเวลานี้ ตอบไม่ได้จริง ๆ ครับว่ารถแข่งตรากระทิงจะหันไปใช้บริการเครื่องยนต์ยี่ห้อใด
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกครับ ที่ฮอนด้าประกาศอำลาวงการเอฟวัน เพราะในอดีตพวกเขาก็เข้า ๆ ออก ๆ วงการนี้เป็นว่าเล่นอยู่แล้ว ทั้งในยุคทองที่มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ ยุคที่กระโดดลงมาทำทีมแข่งเอง มาจนถึงยุคนี้ที่ก็ดูจะไปได้สวยกับทีมเรดบูลล์
เหตุผลสำคัญที่ฮอนด้าใช้ประกาศออกสื่อในการอำลาวงการเอฟวันครั้งนี้ คือเพื่อเบนเข็มไปพัฒนารถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ให้ได้ในอีก 30 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นและดูดีไม่น้อย
ปัจจุบัน กติกาเอฟวัน กำหนดให้ใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร วี 6 เทอร์โบ ไฮบริด ซึ่งจะว่าไปก็น่าจะเป็นต้นแบบของการพัฒนามาสู่รถบ้านที่ใช้กันบนท้องถนนได้ โดยเฉพาะการลดขนาดเครื่องยนต์ให้เล็กลง และเพิ่มสมรรถนะให้มากขึ้น
ทว่ามีผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาพูดถึงเครื่องยนต์เอฟวันในยุคนี้ว่า ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและแพงเวอร์! จนเกินไป หนึ่งในนั้นคือความเห็นของ มาร์ติน บรุนเดิล อดีตนักขับเอฟวันและพิธีกรทางสกายสปอร์ตครับ
ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจครับ เพราะนั่นอาจจะเป็นหนึ่งเหตุผลที่ฮอนด้าเลิกผลิตเครื่องเอฟวันก็เป็นได้ และเมื่อไล่ดูเครื่องยนต์เอฟวันในยุคนี้ ก็จะเหลือเพียงแค่ 3 ยี่ห้อเท่านั้นเอง เริ่มจาก เฟอร์รารี่ เมอร์เซเดส และเรโนลต์
เมื่อพ้นปี 2021 น่าสนใจว่าทีมเรดบูลล์ทั้งทีมใหญ่ทีมเล็ก จะเลือกใช้เครื่องยนต์ใด หรือจะทุ่มเงินพัฒนาเครื่องยนต์เองโดยยึดเอาทีมงานเดิมของฮอนด้าเป็นต้นแบบในการต่อยอด ซึ่งหากเป็นกรณีหลัง คงต้องเริ่มต้นกันตั้งแต่วันนี้แล้ว
ส่วนฝั่งค่ายรถรถงานนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังทยอยมุ่งหน้าไปสู่ตลาดใหม่ที่เป็นพลังงานทางเลือก เพราะอย่างล่าสุดรัฐบาลอังกฤษเตรียมที่จะแบนน้ำมันเบนซิน และดีเซลแล้วภายในปี 2040 เพื่อเป้าหมายเดียวกัน
คือทำให้มลพิษเป็น “ศูนย์” ภายในปี 2050 ให้ได้นั่นเองครับ






























