Home Trending Story Trend ในประเทศ 7 วิธี “เอาตัวรอด” เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้

7 วิธี “เอาตัวรอด” เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้

ภาพจาก Pixabay

ไฟไหม้ หรืออัคคีภัย เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่าจะมีระบบป้องกันที่ดีอย่างไรก็ตาม หากประมาทหรือหละหลวมในการระมัดระวัง

ด้วยเหตุไฟไหม้จะเกิดขึ้นเมื่อไรไม่มีใครรู้ จึงจำเป็นต้องมีการป้องกันในขั้นต้นไว้บ้าง เช่น หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่เสมอ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็นต้นเหตุไฟฟ้าลัดวงจร เก็บวัสดุที่ติดไฟง่ายหรือสามารถเป็นเชื้อเพลิงให้ดี เรียนรู้วิธีการใช้ถังดับเพลิง หากอยู่ตามอาคารสูง ควรสังเกตทางหนีไฟ และตำแหน่งที่เก็บอุปกรณ์ช่วยเหลือไว้บ้าง อย่าละเลยการซ้อมหนีไฟ และเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ

แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว นี่คือ 7 วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น

1. ตั้งสติ แล้วพาตัวเองออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด

ตั้งสติให้ดี อย่าตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก จากนั้นหยิบฉวยหยิบเอาสิ่งที่จำเป็นติดตัวไปด้วย อย่างกระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือ แล้วพาตัวเองออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด หากพบกริ่งสัญญาณเตือนไฟไหม้ให้กดเตือนภัยด้วย (หากทำได้) เมื่อหนีออกมาแล้ว โทรแจ้งตำรวจดับเพลิง หมายเลข 199 อย่างไรก็ตาม ถ้าติดอยู่ภายใน ให้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อบอกตำแหน่ง หรือพยายามทำสัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น โยนของออกมา ใช้ไฟฉาย ไฟจากโทรศัพท์มือถือ แต่อย่าตะโกน เพราะอาจสำลักควัน และยังทำให้ร่างกายใช้ออกซิเจนมากจนเกินไปด้วย

2. อพยพตามแผนการหนีไฟ

นี่คือเหตุผลสำคัญที่เราต้องฝึกซ้อมหนีไฟตามโอกาส โดยอพยพตามแผนที่ซักซ้อมไว้ โดยอพยพลงข้างล่าง ถ้าไม่จำเป็น อย่าหนีขึ้นข้างบน เพราะปกติไฟจะโหมจากข้างล่างขึ้นข้างบน การขึ้นข้างบนจะทำให้เราจนมุมได้หากไฟลามตามขึ้นมา แต่ถ้าไม่มีทางให้ลงไปจริง ๆ ให้วิ่งขึ้นไปที่ชั้นสูงสุดเพื่อรอการช่วยเหลือบนนั้น เนื่องจากในปฏิบัติการช่วยชีวิตของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเริ่มจากชั้นล่างและชั้นบนสุดก่อน ไปบรรจบที่ช่วงกลางของตึก ห้ามกระโดดหนีลงมาเอง เพราะอาจจะไม่มีโอกาสรอดชีวิต

3. อย่าสูดดมควันไฟ

สาเหตุการเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มาจากการสำลักควันไม่ใช่ถูกไฟคลอก ดังนั้น หากต้องเผชิญกับควันไฟที่ปกคลุม พยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุด เพราะอากาศที่ลอยอยู่ด้านบนจะเป็นก๊าซพิษและไอร้อน (เมื่อไฟไหม้ ควันไฟจะกระจายอย่างรวดเร็ว ใน 1 วินาที ควันไฟลอยได้สูงถึง 3 เมตร) ส่วนก๊าซออกซิเจนที่ใช้หายใจได้จะอยู่ด้านล่างเหนือพื้นห้องไม่เกิน 1 ฟุต (1 ไม้บรรทัด) พยายามหายใจสั้น ๆ เพื่อลดการสูดก๊าซพิษ ซึ่งก๊าซพิษจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  • ประเภทที่ทำให้หมดสติและเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ได้แก่ คาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) และไฮโดรเจนไซยาไนด์ (HCN)
  • ประเภทที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุต่าง ๆ ได้แก่ ก๊าซในกลุ่มฮาโลเจนเฮไลด์ ก๊าซในกลุ่มออกไซด์ของไนโตรเจน ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ธาตุคาร์บอน เขม่าควัน ฝุ่นละออง และไอร้อน

4. ผ้าชุบน้ำช่วยชีวิต

ในการอพยพหนีเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ไฟไหม้ ให้หาผ้าชุบน้ำปิดปากปิดจมูก หรือใช้ถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่ตักอากาศบริสุทธิ์แล้วคลุมศีรษะออกมา เพื่อป้องกันการสูดดมก๊าซพิษ และใช้ผ้าเปียกคลุมร่างกายขณะหนีด้วย เพื่อลดโอกาสที่จะถูกไฟลามติดตัวระหว่างที่หนีออกมา อย่างไรก็ตาม หากมีไฟลามมาติดที่ตัว ห้ามวิ่งโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ไฟยิ่งลุกลามไปทั่วตัว ให้หยุดนิ่ง ๆ อยู่กับที่ นอนราบกับพื้น ใช้มือปิดหน้า แล้วกลิ้งตัวไปมาให้ไฟดับแทนจะปลอดภัยกว่า

5. อย่าเปิดประตูออกจากห้องทันที

หากไฟไหม้จากนอกห้อง แล้วตัวเราอยู่ในห้อง อย่าพรวดพราดเปิดประตู เนื่องจากเราไม่รู้ว่าไฟอยู่ใกล้ตัวเรามากแค่ไหน ให้ใช้หลังมือแตะลูกบิดประตูดูก่อนว่าร้อนหรือไม่ ถ้าร้อนมากแสดงว่าไฟอยู่ใกล้ ห้ามเปิดประตู หาผ้าหนา ๆ ชุบน้ำแล้วอุดช่องพื้นประตู ปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศที่จะดูดควันเข้ามา แล้วหาวิธีหนีหรือขอความช่วยเหลือทางอื่น แต่ถ้าลูกบิดไม่ร้อน ค่อย ๆ เปิดประตูอย่างช้า ๆ ใช้ไหล่ดันหนุนประตูไปด้วย อย่าเปิดประตูอย่างรวดเร็ว เพราะแรงดันไฟจะทำให้ไฟลามเข้าห้องอย่างรวดเร็วเช่นกัน จะถูกไฟคลอกเอาได้

6. ใช้บันไดหนีไฟแทนบันไดธรรมดา และห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาด

ในกรณีที่ไฟไหม้ตึกสูง ห้ามใช้ลิฟต์หนีไฟ เพราะอุปกรณ์จะหยุดทำงานเมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้า อาจทำให้ติดอยู่ในลิฟต์ จนขาดอากาศหายใจและเป็นเหตุให้เสียชีวิต อีกทั้งลิฟต์ยังมีลักษณะเป็นปล่องให้ควันลอยขึ้นสู่ด้านบนด้วย นอกจากนี้ให้ใช้บันไดหนีไฟแทนบันไดธรรมดา เนื่องจากบันไดทั่วไปในอาคารมีลักษณะเป็นช่องอากาศ ไฟสามารถโหมขึ้นมาตามบันไดได้ ส่วนบันไดหนีไฟจะมีช่องระบายอากาศ ซึ่งจะช่วยลดการสูดดมควันได้ วิ่งลงบันไดด้วยความรวดเร็วแต่เป็นระเบียบ หากมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำ ต้องฟัง และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

7. หนีไปที่โล่ง อย่าหนีเข้ามุมอับ

หากหนีไฟไหม้ ให้พยายามหนีไปที่จุดรวมพลด้านล่าง ถ้าทำไม่ได้ ก็อย่าหนีเข้ามุมอับเด็ดขาด เพราะเสี่ยงมากที่จะเสียชีวิตอยู่ที่นั่น เนื่องจากตามมุมอับจะไม่มีประตูหน้าต่างระบายอากาศ อาจจะหนีไม่ได้ตัวอาคารถล่มล้มทับ อีกทั้งยังทำให้เจ้าหน้าที่หาตัวได้ยากด้วย หากต้นเพลิงอยู่ในห้องอีกห้องที่ไม่ใช่ห้องที่มีคน ให้ปิดประตู-หน้าต่างห้องให้สนิทที่สุดทันที (หากทำได้) การเกิดภาวะอับอากาศในห้องต้นเพลิง จะช่วยให้เพลิงไหม้ลามได้ช้าลง และง่ายต่อการดับเพลิงของเจ้าหน้าที่