Home Work & Living Work เช็กสัญญาณเตือนจากร่างกาย “เครียด” เกินไปหรือไม่?

เช็กสัญญาณเตือนจากร่างกาย “เครียด” เกินไปหรือไม่?

ภาพจาก freepik.com

หากคุณเคยรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยมาก แม้ไม่ได้ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เหนื่อยกับการนั่งประชุมงานกับลูกค้า เหนื่อยที่ต้องเขียนรายงานส่งหัวหน้า ความเหนื่อยเหล่านี้กำลังบ่งบอกว่าคุณกำลังเผชิญกับความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นจากสภาพจิตใจ และอารมณ์ที่ต้องทนกับแรงกดดันรอบด้านแต่อาจไม่รู้ตัว

หากใครไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังเผชิญกับสภาวะเช่นนี้หรือไม่ เรามาดูกันดีกว่าว่าสัญญาณเตือนจากร่างกายลักษณะใดบ้างที่บอกได้ว่า ร่างกายของคุณมาถึงจุดที่รับมือกับความเครียดไม่ไหวอีกต่อไปแล้วและต้องการพักผ่อน

1. คุณรู้สึกหงุดหงิดง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน

ความรู้สึกหงุดหงิด เห็นใครทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปหมด เป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าคุณกำลังอยู่ในความเครียดที่ใกล้จะขาดผึงเต็มที ที่เป็นเช่นนั้นเพราะสภาพจิตใจของคุณรู้สึกกดดันและมองสิ่งรอบตัวเป็นลบไปหมด ทำให้คุณอารมณ์เสียได้ง่าย ขณะที่ลึก ๆ แล้วในใจคุณรู้สึกผิดหวังกับโลกใบนี้และเบื่อหน่ายต่อสภาพผู้คนรอบข้าง ถ้ารู้สึกเช่นนี้จงรีบพาตัวออกมาจากความเครียดที่คุณเผชิญอยู่สักสองสามวัน ไปพักผ่อนต่างจังหวัด เพื่อให้ จิตใจปรับสภาพให้ดีขึ้นแล้วค่อยกลับไปสู้ชีวิตกันต่อ

2. คุณรู้สึกว่าไม่มีเวลาพอสำหรับทำอะไรเลย

บางครั้งการเรียน การงานรอบข้างเข้ามารุมเร้าเต็มไปหมด จนคุณรู้สึกว่าไม่มีเวลาให้กับตัวเองเลย ถ้ารู้สึกแบบนั้นขอให้หยุดเวลาไว้ชั่วขณะแล้วออกไปพักผ่อน จะเข้าสปา ไปนวด ปรนเปรอตัวเองให้มีความสุข หรือแม้แต่ออกไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ เหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและทำให้คุณเองกลับมาจัดการกับภาระที่ค้างอยู่ได้อย่างสบายใจ

3. คุณรู้สึกหมดไฟ ไม่อยากทำอะไรต่อไปแล้ว

ถ้าคุณรู้สึกว่าการดำเนินชีวิต หรือการทำงานไม่ได้สร้างความสุขให้คุณเลย รู้สึกหมดศรัทธากับการทำชีวิตให้ดีขึ้น หรือแม้แต่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ทำให้คุณก้าวหน้าในชีวิตสักเท่าไร

ถ้าคุณรู้สึกเช่นนั้นจงบอกตัวเองว่า “พักเถอะ” เพราะคุณกำลังอยู่ในช่วงที่ยากลำบาก และต้องยอมรับความจริงว่า ชีวิตคนเราต้องเจอมรสุมกันบ้าง และถ้าผ่านไปได้ก็จะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราสู้กับมรสุมลูกใหม่ได้ ถ้ารู้สึกว่าปัญหาที่อยู่ตรงหน้ามันยากลำบากนัก ลองอยู่นิ่ง ๆ อย่าเพิ่งลงไปโรมรัน พักผ่อนให้สติและความมั่นใจ กลับคืนมาสู่ตัวคุณอีกครั้งแล้วคุณจะพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับปัญหา

4. คุณมีอาการนอนไม่หลับ หรือหลับได้ไม่เต็มตื่น

ถ้าคุณเคยเป็นคนนอนหลับง่าย แล้วมีอาการนอนไม่หลับ หรือหลับไปแล้วแต่รู้สึกว่าไม่ได้หลับลึกอย่างที่เคยเป็นมา ขอให้หันกลับมาสำรวจตัวเองกันว่าคุณกำลังมีความเครียดเรื่องใดอยู่ภายในใจหรือไม่ วิธีที่จะแก้ปัญหาได้ดีที่สุดคือการทำสมาธิก่อนนอน เพราะเปรียบเสมือนเราได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และปล่อยวางเอาไว้ ไม่เก็บเอาไปคิดมาก การนอนหลับที่ดีส่งผลอย่างยิ่งต่อการคิดหรือตัดสินใจแก้ปัญหา

5. คุณรู้สึกคลื่นไส้ และไม่ค่อยกระตือรือร้นกับภารกิจในแต่ละวัน

ถ้าคุณคลื่นไส้อาเจียนโดยไม่มีสาเหตุมาจากอาการทางร่างกาย แต่อาเจียนเพราะเครียดมาก หรือรู้สึกไม่กระตือรือร้นที่จะทำงานหรือเรียน อาการที่เกิดขึ้นทั้งสองแบบ เป็นสัญญาณไฟแดงที่บอกให้คุณพักได้แล้ว เพราะอาการที่เกิดขึ้นนั้นบ่งบอกว่าคุณกำลังเครียดมากและร่างกายต้องการการพักผ่อน