“ซื้อทอง” ให้ตอบโจทย์ ฉบับมนุษย์เงินเดือน

ภาพจาก pixabay.com

ข่าวราคาทองคำในช่วงนี้ทำเอาหลายคนตาโตเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการปรับราคาขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณเกือบแตะบาทละ 30,000 บาทเลยทีเดียว

โดยปัจจัยที่ทำราคาทองคำพุ่ง นอกจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในต่างประเทศแล้ว ก็ยังมีปัญหาความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกากับจีน ทำให้หลายคนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างตลาดทองคำกันมากขึ้น

แม้แต่คนทำงานที่เป็นมนุษย์เงินเดือนก็ยังเล็งเห็นว่าการซื้อทองเก็บสะสมเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนให้งอกเงยได้ แต่หลายคนยังลังเลว่าควรสะสมเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณจะดีกว่ากัน แล้วควรจะซื้อทองในช่วงเวลาไหนจะดีที่สุด ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะซื้อทองเก็บแบบไหนดี

ซื้อทองแท่ง หรือทองรูปพรรณดีกว่ากัน 

การซื้อทองเพื่อเก็บเป็นทรัพย์สินนั้น ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล สำหรับทองรูปพรรณนั้นก็เหมาะกับคนที่ต้องการเก็บทองในลักษณะของทรัพย์สิน เพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ ส่วนทองคำแท่งนั้น เหมาะสำหรับคนที่หวังจะซื้อทองเพื่อเก็งกำไร เพราะราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง ถูกหักน้อยกว่าทองรูปพรรณ เมื่อเรานำทองไปขายคืน ทองรูปพรรณจะถูกหักประมาณ 5% แต่ทองคำแท่งจะไม่ถูกหัก

ควรซื้อทองช่วงไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด 

ถ้าคิดจะลงทุนเก็งกำไรจากราคาทอง คุณต้องเป็นคนที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะผลกระทบจากสถานการณ์โลกล้วนแล้วส่งผลต่อ ราคาทองทั่วโลกทั้งสิ้น สำหรับการกำหนดราคาทองในประเทศไทยนั้นมีคณะกรรมการควบคุมราคาทองของ สมาคมค้าทองคำคอยดูแลซึ่งคณะกรรมการจะประกอบด้วย ตัวแทนจากร้านทองชื่อดัง 5 แห่งคือ 1.ห้างทองจินฮั้วเฮง, 2.ห้างทองฮั่วเซ่งเฮง, 3.ห้างทองเลี่ยงเส็งเฮงพาณิชย์, 4.ห้างทองหลูชั้งฮวด, 5.ห้างทองแต้จิบฮุย

ส่วนตัวแปรในการกำหนดราคาทองคำในประเทศไทยนั้นมาจาก ราคาทองต่างประเทศ (Gold spot) 1.ราคาทองต่างประเทศ 2.อัตราค่า Premium (ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการนำเข้า/ส่งออกทองคำ )  3.ค่าเงินบาทต่อหนึ่งเหรียญสหรัฐฯ 4.Demand และ Supply ของทองคำภายในประเทศ นอกจากนี้ยังมีเรื่องสถานการณ์น้ำมัน ที่ส่งผลต่อราคาทองคำ ดังนั้น ถ้าคิดจะลงทุนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจน

รูปแบบการซื้อทองแบบมนุษย์เงินดือน 

เมื่อทราบถึงมูลค่าขึ้นลงของทองคำ และรูปแบบของทองคำที่จะซื้อว่าลักษณะไหนจะเหมาะกับคุณ เราก็มาดูตัวอย่างการซื้อทองคำเก็บไว้เป็นสมบัติแบบมนุษย์เงินเดือนกันดีกว่า

1. ซื้อทองคำแท่งเก็บ

หลายคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนและมีเงินเหลือมากพอ อยู่ในบ้านที่ปลอดภัยมักจะซื้อทองคำแท่ง เพื่อเก็งกำไร เพราะเวลาขายไม่ถูกกดราคามาก แต่สำหรับบางคนที่ไม่ได้มีเงินซื้อทองคำแท่งบ่อยๆ แต่อยากเก็บทองคำแท่ง แล้วไม่ได้มีที่เก็บที่เหมาะสม  การซื้อทองคำแท่งเก็บและใส่เป็นเครื่องประดับก็มีคนทำ เพราะทองคำแท่งที่ร้านทองทำออกมา เป็นลักษณะเหลี่ยม หรือ กลม นั้นมักจะพิมพ์ลวดลายที่สวยงาม สามารถใส่กรอบ แล้วห้อยคอได้ ซึ่งจะเป็นทองคำแท่งในลักษณะไม่เกิน 5 บาท

2. ซื้อทองรูปพรรณเพื่อใส่เป็นเครื่องประดับ

อันที่จริงแม้จะแนะนำกันว่า ถ้าซื้อทองเพื่อเก็บสะสมเงิน นั้นซื้อทองแท่งดีกว่า เพราะเวลาขายออกไปได้ราคาดี แต่บางคน ก็สะดวกใจที่จะซื้อเป็นทองรูปพรรณ เพื่อที่จะได้ใส่เพื่อเสริมฐานะให้กับตนเอง ยกตัวอย่างการเก็บทองแทนการเก็บเงินของมนุษย์เงินเดือนรายหนึ่ง ซื้อทองหนัก 50 สตางค์เป็นแหวนเกลี้ยงใส่ที่นิ้วทุกเดือน การซื้อทองแบบนี้ถือว่าเป็นกุศโลบายส่วนตัวที่ทำให้เจ้าตัวนั้น มีการเก็บทองคำในทุกเดือนและเมื่อทำบ่อยเข้าก็กลายเป็นของสะสม ที่เพิ่มมูลค่าขึ้นมาเรื่อยๆ

3. ซื้อทองแบบออมทอง (Gold Saving)  

การซื้อทองคำอีกรูปแบบที่จะกำหนดจำนวนเงินที่จะซื้อต่อเดือนแทน น้ำหนักทองที่จะซื้อ การซื้อทองคำในรูปแบบออมทองนี้จะระบุมูลค่าของเงินที่จะทำการซื้อทองคำในแต่ละเดือนไว้ชัดเจน และนำเงินจำนวนนั้นมาเฉลี่ยซื้อทองคำในทุกวันทำการ (หรือซื้อครั้งเดียวตอนต้นเดือนแล้วแต่นโยบายของแต่ละบริษัท) ซึ่งการซื้อทองในรูปแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินในปริมาณมาก(แค่หลักพัน) และเป็นวิธีปลอดภัยจากการถูกปล้น จี้ อีกด้วย เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเอาทองมาเก็บไว้กับตัว

การออมทองก็เหมือนการสะสมเงินในบัญชี เมื่อเงินเพียงพอที่จะซื้อทอง ก็สามารถซื้อในช่วงที่ราคาเหมาะสม และขายเมื่อรู้สึกว่าอยากทำกำไร