
แม้ว่าบ้านเราเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ช่วงกลางวันก็ยังมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนระอุ ทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทันจนเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นได้ ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ จึงควรดูแลรักษาสุขภาพกันเป็นพิเศษ เพื่อไม้ให้ต้องป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจต่าง ๆ โดยเฉพาะไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัด vs ไข้หวัดใหญ่
หากมีอาการไข้หวัด จะมีไข้ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บ หรือแสบคอ และอาจมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย แต่หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการหนาวสั่น ตัวร้อนจัด มึนศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว ปวดกระดูก และอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมด้วย
ถ้ามีอาการไม่สบาย มีไข้ ควรเลี่ยงการออกนอกบ้าน และพักผ่อนอยู่บ้าน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นจากอาการไข้ แต่ถ้าตัวร้อนมาก ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวและรับประทานยาลดไข้ทุก 4 ชั่วโมง หากอาการยังไม่ดีขึ้น เช่น มีอาการไอมาก แน่นหน้าอก มีไข้นานเกิน 2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
การดูแลสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม อาการป่วยเหล่านี้สามารถป้องกันได้ หากใส่ใจสุขภาพ ดูแลร่างกายให้แข็งแรง ก็จะช่วยให้มีภูมิคุ้นกันโรคภัยไข้เจ็บได้ ซึ่งเป็นวิธีง่าย ๆ ในการดูแลสุขภาพที่ทุกคนสามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น การเดิน การวิ่งเหยาะๆ การปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
- ดื่มน้ำสะอาด และรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอสุก สับปะรด
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ระบบภูมิต้านทานโรคในร่างกายต่ำลง จึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
- รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม และปรุงอาหารให้สุกก่อนการบริโภค
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือคลุกคลีกับผู้ป่วย รวมทั้งไม่ใช้สิ่งของรวมกับผู้ป่วย เช่น จาน ช้อนส้อม แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ และควรสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคด้วย
นอกจากนี้ ก็ควรใส้ใจเรื่องการรักษาความสะอาดเป็นพิเศษหลังจากทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการนำมือมาสัมผัสใบหน้าด้วย โดยเฉพาะตา จมูก และปาก เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย





























