Home Work & Living Living ยามศึกเราช่วยกันรบ ยามสงบเราตบกันเอง! รวมพลังสามัคคีฉบับไทย ๆ

ยามศึกเราช่วยกันรบ ยามสงบเราตบกันเอง! รวมพลังสามัคคีฉบับไทย ๆ

คนไทยเป็นชนชาติที่มีพฤติกรรมน่าสนใจ เพราะเราสามารถทะเลาะกันได้แทบทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องใหญ่ระดับประเทศอย่างการเห็นต่างทางการเมือง ไปจนถึงเรื่องเล็ก ๆ อย่างผัดกะเพราควรใส่ถั่วฝักยาวหรือไม่ ที่สามารถเปิดกระทู้เถียงกันได้ทั้งวี่ทั้งวันชนิดที่ต่างฝ่ายต่างหางัดหลักฐานนู่นนั่นนี่ขึ้นมาแบบไม่มีใครยอมใคร พูดได้เลยว่าในยามปกตินั้น คนไทยเราพร้อมจะหยุมหัวกันเองทุกเรื่องและทุกวัน

แต่ในขณะเดียวกัน คนไทยก็เป็นชนชาติที่สามัคคีกันได้อย่างน่าอัศจรรย์เช่นกัน เมื่อ “เป้าหมายร่วม” ขึ้นมา มันจะทำให้เรารู้สึกว่า… ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมารบกันเอง ทันใดนั้น ความเห็นต่างที่เคยมีทั้งหมดก็สามารถพักการรบกันเองไว้ก่อนได้ เพื่อเปิดศึกปกป้องประเทศหรือปกป้องคนไทยด้วยกัน ชนิดที่ว่าไม่ได้ต้องมีผู้นำ ไม่ต้องการคำสั่ง และบางครั้ง…ไม่ต้องมีใครนัดหมายด้วยซ้ำ เรารู้หน้าที่ของตัวเองโดยอัตโนมัติ ถ้ามีเรื่องที่สนุกมากพอ คนไทยเราสามัคคีกันได้เร็วกว่าที่คิด มาดูกันว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

เชียร์กีฬา

รายการแข่งขันกีฬาจะเป็นคอนเทนต์ที่คนไทยส่วนใหญ่สามารถรับชมได้ทางฟรีทีวี เมื่อก่อนเราอาจคุ้นเคยกันว่าเป็นหน้าที่ของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ที่จะทำการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬานานาชาติ ซึ่งมีทัพนักกีฬาไทยลงแข่งขันให้คนไทยได้ร่วมชมร่วมเชียร์ เช่น โอลิมปิกฤดูร้อน เอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ เป็นต้น แต่ในปัจจุบัน แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งได้เข้ามาเป็นอีกช่องทางสำหรับการรับชมการแข่งขันของคนที่ไม่ได้อยู่หน้าจอทีวีในเวลานั้น ให้ได้ร่วมเชียร์นักกีฬาไทยเช่นกัน

โดยทั่วไป คนไทยไม่ได้สามัคคีกันเชียร์กีฬาทุกอย่างที่มีคนไทยลงแข่งขันขนาดนั้นหรอก กีฬาประเภทต่าง ๆ มักจะมีผู้ชมค่อนข้างเฉพาะกลุ่มที่ติดตามดูอยู่ตลอด ในกลุ่มคนที่ชื่นชอบกีฬานั้น ๆ หรือกลุ่มคนที่เป็นแฟนคลับของนักกีฬา แต่ถ้าเป็นการแข่งขันกีฬาประเภทที่คนไทยให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว อย่างฟุตบอล วอลเลย์บอล มวย แบดมินตัน หรือตะกร้อ ซึ่งเป็นการแข่งขันแมตช์สำคัญของทีมชาติไทย ที่อาจจะจารึกได้ว่าเป็นแมตช์ประวัติศาสตร์ อย่างการได้เข้ารอบไปลุ้นเหรียญรางวัลใดเหรียญหนึ่ง การทะลุผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ หรือการแข่งขันที่คว้าตั๋วไปแข่งกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิก คนไทยก็พร้อมจะสามัคคีกันเชียร์อยู่หน้าจอเสมอ

เชียร์นางงาม

การประกวดนางงาม เป็นอีกหนึ่งเวทีที่มีผลต่อความสามัคคีของคนไทยค่อนข้างมาก สามารถทำให้คนไทยรักกันก็ได้หรือแตกคอกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นการประกวดในระดับไหน หากเป็นเวทีระดับประเทศที่จัดประกวดขึ้นเพื่อเฟ้นหาสาวไทยเพียงหนึ่งคนไปประกวดเวทีนานาชาติ คนไทยสายนางงามมักจะแบ่งออกเป็นก๊ก ๆ ติดแฮชแท็กเชียร์นางงามหมายเลขนั้นหมายเลขนี้ที่เป็นตัวเต็งของเวที เชียร์กันดี ๆ บางทีก็ไม่สนุกเท่ากับเชียร์ไปด้วย ข่มขวัญนางงามอีกคนไปด้วย นั่นก็เท่ากับการเปิดสงครามกับกลุ่มคนที่เชียร์นางงามอีกคนนั่นเอง เพราะต่างฝ่ายต่างก็ต้องการให้นางงามที่ตนเชียร์นั้นมงลง ก็ตีกันกดกัน คนนั้นสวยกว่า คนนี้ตอบคำถามดีกว่า คนนู้นเพียบพร้อมกว่า ฯลฯ

แต่เมื่อการประกวดระดับประเทศสิ้นสุดลง ได้เจ้าของมงกุฎประจำเวทีของปีนั้น ๆ แล้ว และนางงามคนนี้คือตัวแทนของประเทศไปคว้ามงเวทีระดับโลก กองเชียร์ไทยสายนางงามจะหยุดตีกันชั่วคราว ต่อให้ที่ผ่านมาจะเคยเชียร์ผู้เข้าประกวดคนละคน อยู่กันคนละด้อมมาก่อน แต่เมื่อมีตัวแทนคนไทยเพียงหนึ่งเดียวขึ้นเวทีระดับโลก คนไทยก็พร้อมจะสามัคคีกันร่วมส่งแรงใจเชียร์ แฟนพันธ์ุแท้นางงามอาจจะนั่งเชียร์แบบเฝ้าหน้าจอ ส่วนคนไทยคนอื่น ๆ เบื้องต้นอาจจะแค่รับรู้ว่ามีคนไทยไปประกวด และติดตามอยู่ห่าง ๆ ว่าสามารถเข้าไปถึงรอบไหนแล้ว ซึ่งถ้ารู้ข่าวว่านางงามตัวแทนประเทศได้เข้ารอบลึก ๆ และมีลุ้นที่มงจะลง คนไทยจะสามัคคีกันส่งแรงใจเชียร์โดยมิได้นัดหมาย

เปิดสงครามออนไลน์กับต่างชาติ

หนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยที่สามารถยกขึ้นแท่น “ประเทศไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” คืออินเทอร์เน็ต ซึ่งบอกเลยว่าประเทศไทยนั้นติดอันดับประเทศที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตดีที่สุดในโลกจริง ๆ ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ไทยติดอันดับประเทศที่มี Internet Speed (Fixed Broadband) อันดับ 8 ของโลก, ไทยมีอินเตอร์เน็ตครอบคลุมหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกลและชายขอบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ จากความร่วมมือ ของ DE และสำนักงาน กสทช. ในการวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และมีบริการฟรีไวไฟ, ไทยได้รับรางวัล World Summit on the Information Society (WSIS) Prizes 2019 จาก International Telecommunication Union และไทยมีฟรีไวไฟ โครงการอินเทอร์เน็ตสาธารณะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต 24,654 หมู่บ้าน ยืนยันโดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเที่ยวไทย ขนาดนั่ง speedboat ออกไปกลางทะเลลึก เน็ต 5G ยังแรงทะลุคลื่น โพสต์นั่นโพสต์นี่ลงโซเชียลมีเดียได้สบาย ๆ

และด้วยสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ แถมยังเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และมีบริการฟรีไวไฟนี่เอง ที่ทำให้คนไทยเป็นนักรบออนไลน์ที่ไม่เคยแพ้ให้กับชาติใดเหมือนกัน หากมีความขัดแย้งระหว่างประเทศเกิดขึ้น ทั้งกับประเด็นที่เกี่ยวกับประเทศไทยเองหรือกับประเทศพันธมิตรที่ชอบพอกันก็ตาม คนไทยจะสามัคคีชุมนุมกัน และเปิดวอร์ถล่มได้แบบพร้อมใจสู้เพื่อชาติได้ทุกเมื่อ เรื่องหลับนอนหรือทำงานเอาไว้ก่อน แต่ศึกออนไลน์พี่ไทยต้องชนะ ไม่ว่าจะดราม่ากับคนต่างชาติที่ทำตัวไม่น่ารักกับคนไทย ดราม่าเรื่องอาหารการกินของคนไทย ดราม่าเรื่องดินแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน และอีกสารพัดดราม่าที่ชาวเน็ตต่างชาติพูดจาไม่เข้าหู คนไทยก็พร้อมเปิด google translate แปลคำด่าจากภาษาไทยเป็นภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษ สาดใส่ให้รู้ซะบ้างว่าอย่ามีเรื่องกับคนไทย ปกป้องประเทศยิ่งกว่านักการทูตอีกบอกเลย

ติดตามดราม่า/ข่าวใหญ่ อย่างใกล้ชิด

คนไทยนั้นค่อนข้างว่าง ทีแรกนึกว่าเป็นคำพูดประชดประชัน ที่ไหนได้มันอาจจะเป็นเรื่องจริง! เคยสังเกตไหมว่าเวลาที่มีประเด็นดราม่าหรือข่าวใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของคนอื่น คนไทยมักจะไม่ค่อยพลาดการติดตาม บอกเลยว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยสามารถวางมือจากอะไรก็ตามที่ทำอยู่มาใส่ใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นราวกับไม่มีงานมีการทำเลยทีเดียว อันที่จริงต้องชื่นชมว่าคนไทยนั้นมีน้ำใจ ใส่ใจเรื่องของผู้อื่นอยู่เสมอ ก็นะ มันเป็นงานจิตอาสานี่นา ทำไปโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำไปด้วยความรักและอยากรู้ล้วน ๆ

หากอยากรู้ว่าคนไทยสามัคคีกันใส่ใจดราม่าใหญ่ต่าง ๆ มากแค่ไหน ให้ลองดูจากจำนวนคนที่เข้าไปรับชมรายการสดที่สตรีมลงโซเชียลมีเดีย เคยมีบางรายการที่นำเอาผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น ๆ มานั่งพูดคุยแบบเจาะลึก พบว่าตัวเลขคนที่เข้าไปชมรายการสดนั้นสูงถึงล้านคน! พร้อมคอมเมนต์แบบเรียลไทม์ที่เด้งขึ้นมารัว ๆ จนตาลาย อ่านกันแทบไม่ทัน และถ้าเป็นรายการที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ ก็ให้ลองเข้าไปดูเรตติงของรายการนั้นว่าขณะที่กำลังออกอากาศเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อน เรตติงจะสูงกว่าปกติ คือไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องรู้จักคู่กรณี คนไทยก็พร้อมทำหน้าที่พลเมืองดีด้วยการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่พลาดอะไร

การให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน

คนไทยมีน้ำใจ ย้ำนะว่าเป็นเรื่องจริงไม่ใช่การประชดประชันเหมือนข้อที่ผ่านมา การมีน้ำใจใส่ใจเรื่องของคนอื่นนั้นอาจทำไปเพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว แต่เมื่อไรก็ตามที่ได้รับรู้ข่าวคนเดือดร้อน ไม่ว่าจะอุบัติเหตุ ภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ คนไทยก็พร้อมหยุดทุกอย่างเพื่อให้การช่วยเหลือ ชนิดที่ว่าช่วยกันคนละไม้ละมือทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ไม่รู้จักคนที่เดือดร้อน ไม่รู้จักคนข้าง ๆ ที่กำลังพยายามช่วยใครอีกคนเหมือนกัน มันเหมือนกับว่าไม่สามารถทนยืนดูเฉย ๆ ในสถานการณ์ที่มีคนกำลังต้องการความช่วยเหลือได้ ในนาทีนั้นใครทำอะไรได้ก็ช่วยกันทำ ถึงขนาดที่ว่าบางครั้งการรีบช่วยคือการช่วยที่ผิดวิธี หรือเจอแก๊งต้มตุ๋นด้วยซ้ำไป

นี่เป็นอีกประเด็นที่คนไทยสามัคคีกันมาก ไม่ว่าในเวลานั้นใครจะเดือดร้อนอยู่ คนไทยด้วยกัน คนต่างชาติ หมา แมว อยู่ในไทยหรืออยู่มุมไหนของโลก ถ้าเป็นข่าวขึ้นมาแล้วล่ะก็ ทุกคนรู้สึกอยากจะช่วยเหลือในทันที เช่น ตามหาคนหาย ตามหาหมาแมวหาย มีสัตว์ได้รับบาดเจ็บ มีคนต้องการเลือดสำรองกรุ๊ปนั้นกรุ๊ปนี้ ผู้ประสบเหตุอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย ธรณีพิบัติภัย ข่าวคนยากคนจนที่ยากลำบาก หรือแม้แต่คนสู้ชีวิตที่จู่ ๆ ก็เป็นไวรัล อย่างคนทำมาหากินที่ขายของไม่ได้และกำลังลำบาก ก็ช่วยกันทำให้เป็นกระแสเพื่อเรียกคนไปอุดหนุน ทุกครั้งที่มีใครสักคนกำลังต้องการความช่วยเหลือ คนไทยสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยในทันทีโดยไม่ตั้งคำถาม บางคนมีเงินก็ช่วยเงิน บางคนมีรถก็ช่วยรถ บางคนมีนั่นมีนี่ก็ช่วยในส่วนที่ตัวเองช่วยได้ ขนาดที่บางคนไม่มีอะไร ก็ยังช่วยกดแชร์ไปก่อนเพื่อกระจายข่าวให้เป็นไวรัล คนจะได้เห็นกันแยอะ ๆ เลย

ตบมุกโบ๊ะบ๊ะ

“คนไทยเป็นคนตลก” คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลย เรียกได้ว่าอย่าได้มีใครเปิดมุกตลกขึ้นมาเด็ดขาด ไม่งั้นยาว! บางครั้งอาจเริ่มจากคอมเมนต์เดียวใต้โพสต์อะไรสักอย่าง กลายเป็นมหากาพย์การเล่นมุกที่รวมเอาคอมเมนต์อีกนับสิบนับร้อยไว้ใต้โพสต์นั้น แล้วก็พากันลากยาวแบบไม่มีใครห้ามใคร ชนิดที่ไม่มีใครสนใจต้นโพสต์ว่าพูดถึงเรื่องอะไร หรือคนที่คอมเมนต์ก่อนหน้าเป็นใครก็ไม่รู้ แค่จะเข้ามาร่วมวงตบมุกแค่นั้น! จากเรื่องที่ไม่มีอะไร ผ่านไปไม่กี่นาที กลายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ว่าเริ่มจากตรงไหน แต่ทุกคนขำพร้อมกัน แล้วก็พากันเข้าร่วมการสนทนานั้นแบบงง ๆ

กลไกของคนไทยในการสร้างสรรค์ความสนุกสนานใต้โพสต์ มักเริ่มต้นจากมีใครคนหนึ่งเปิดมุกขึ้นมา ซึ่งหลายครั้งเป็นมุกดาษดื่นที่คนทั่วไปรู้จัก ไม่ได้มีอะไรน่าขำ แต่กลับมีอีกคนมารับมุก มีใครอีกหลายคนมาต่อมุกแบบไม่มีใครยอมใคร จากนั้นก็ตามมาด้วยคนรับมุกอีกจำนวนมากที่เข้ามาส่งเสริม พอต่อมุกกันยาวเข้า ๆ คนที่เหลือก็ไม่รู้หรอกว่าเรื่องมันเริ่มมาจากไหน เริ่มมาจากเรื่องอะไร รู้แค่ว่ามันขำดี จังหวะมันได้ นี่แหละความสามัคคีที่แท้จริง คือไม่มีใครยอมปล่อยให้มุกเพื่อนแป้ก มุกไม่ฮาก็ยังเข้ามาทำให้มันฮาได้ จากความร่วมมือของคนที่ไม่รู้จักกันแต่เข้าใจมุกตรงกัน

ระดมรถทัวร์ไปหน้าบ้านใครสักคน!

นี่คือจุดสูงสุดของความสามัคคีในยุคดิจิทัล ทุกครั้งที่มีดราม่าเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าคนทำผิดจะเป็นคนชนชาติใด สิ่งที่ตามมามักจะไม่ได้หยุดอยู่แค่การวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่สามารถลุกลามไปสู่การขุดค้นตัวตนของบุคคลนั้นตลอดทั้งชีวิต เริ่มมีการระดมผู้คนจำนวนมากให้มาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย ร่วมมือกันแฉหลักฐานนั่นนี่ รวมถึงช่วยกันค้นหาว่าบุคคลนั้นเป็นใคร ลากยาวไปจนถึงจุดที่รู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร ครอบครัวเป็นยังไง เวลาว่างทำอะไร รู้จักใครบ้าง แฟนเก่าคือใคร เรียกได้ว่าขุดลึกยันแก่นโลก ตั้งแต่โพสต์เมื่อหลายปีก่อน ความคิดเห็นในอดีต ความสัมพันธ์ส่วนตัว ประวัติการศึกษา ภาพถ่าย ไปจนถึงเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นต้นทางเลยแม้แต่น้อย

และด้วยความมีน้ำใจของคนไทย เมื่อมีคนมาขอวาร์ป ก็จะมีคนเข้ามาชี้ช่องทางว่าสามารถไปหาที่จอดรถทัวร์ได้ที่ไหนบ้าง หรือบางครั้งคำขอวาร์ปอาจจะมาช้า ก็จะมีคนใจดีเข้ามาเปิดวาร์ปให้ก่อน ยิ่งถ้าคนก่อเรื่องเป็นพวกที่มีพฤติกรรมในลักษณะที่เรียกทัวร์ได้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หรือหลังจากเป็นไวรัลขึ้นมาไม่ได้มีท่าทีสำนึกผิดต่อพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนที่ตัวเอง ชาวเน็ตไทยก็จะมีมติว่า “คนนี้ต้องโดน ถ้าพ่อแม่ไม่สั่งสอน เดี๋ยวสังคมจะสอนให้” รถทัวร์ก็พร้อมออกจากอู่ทันที จึงมีคำพูดติดตลกว่าอย่าได้หามีเรื่องกับชาวเน็ตไทย ชีวประวัติของคุณอาจถูกขุดคุ้ยทุกอย่างออกมาประจาน ประณาม ด่าทอ คุกคาม จนแทบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลยทีเดียว