
ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมามีหลากหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งมีทั้งเรื่องราวที่เป็นคดีความรุนแรงและกระทบกระเทือนจิตใจของคนหมู่มากอยู่หลายเรื่องด้วยกัน โดยแต่ละคดีต่างก็เป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ในสังคมอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายก็ประจักษ์และให้ข้อคิดกับผู้คนที่ติดตามกันอยู่อีกด้วย และคดีที่ผู้คนจับตาอย่างมากมายที่เกิดขึ้นในปีนี้ที่ผ่านมา มีดังนี้
ฮาคีม
ข่าวการควบคุมตัว นายฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรน อายุ 25 ปี ผู้ลี้ภัยทางการเมืองและได้การรับรองสถานะผู้ลี้ภัยพำนักอยู่ในประเทศออสเตรเลีย ในขณะที่กำลังเดินทางมาฮันนีมูนที่ประเทศไทยและถูกเข้าจับกุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยถูกคุมขังกว่า 60 วัน ตามคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากบาห์เรน
กรณีนี้ทางกระทรวงยุติธรรมไทยถูกกดดันอย่างหนักจากหลายฝ่าย รวมถึงสังคมโซเชียลและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนด้วย เป็นที่มาของแฮชแท็ก #SaveHakeem และ #BoycottThailand ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ตลอดช่วงสัปดาห์ที่เกิดประเด็นร้อน ด้วยความที่เป็นคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและประเทศไทยถูกจับตาจากชาวโลก
สถานการณ์จบลงด้วยทางบาห์เรนไม่ติดใจคำร้องขออีกต่อไป และอัยการยื่นถอนคำร้องศาลจึงอนุมัติปล่อยตัว
เสี่ยเบนซ์
ข่าวกรณี นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี ก่อเหตุเมาแล้วขับ รถเบนซ์ อี250 ชนรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ ในคืนวันที่ 12 เม.ย. 62 ทำให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล เสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกสาวที่นั่งมาด้วยบาดเจ็บ และ นางนุชนาถ งามสุวิชชากุล ภรรยา เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
โดยศาลตัดสิน 3 ข้อหาคือ 1.ขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถในขณะมึนเมาเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย 3.ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส
ในคดีนี้นายสมชายได้ชดเชยค่าเสียหายกว่า 45 ล้านบาทแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และศาลได้ให้ประกันตัวออกไปในวงเงินสองแสนบาท โดยนายสมชายกล่าวว่าจะประพฤติตัวให้ดี เลิกยุ่งเกี่ยวกับสุราอย่างเด็ดขาด และเลี้ยงดูส่งเสียลูกสาวของผู้ตาย 2 คน เดือนละ 40,000 เป็นเวลา 8 ปี จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ
ลัลลาเบล
เป็นข่าวครึกโครมอย่างยาวนานสำหรับพริตตี้สาว ลัลลาเบล ถูกพบเสียชีวิตอย่างปริศนาบริเวณล็อบบี้คอนโดมิเนียม นายน้ำอุ่น หลังรับงานปาร์ตี้จากผู้จ้างย่านบางบัวทอง โดยปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นภาพขณะที่ น้ำอุ่น พาร่างของ ลัลลาเบล กลับจากงานปาร์ตี้และเข้าไปที่ห้องพักตนเอง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าในขณะนั้น ลัลลาเบล ไม่มีสติพยุงตัวเองได้แม้แต่น้อยและสรุปได้ว่า น้ำอุ่น อยู่กับลัลลาเบลเป็นคนสุดท้าย
ในคดีช่วงแรกที่ยังเป็นปริศนา สังคมโซเชียลต่างกระพือข่าวกันอย่างสะพัด ซึ่งโดยส่วนใหญ่ล้วนเป็นข่าวที่ไร้ซึ่งมูลความจริงพาให้สังคมเอนเอียงและเข้าใจผิดต่อข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งความคิดเห็น คลิปวิดีโอ ภาพแชต และจากข่าวนี้ทำให้สังคมวงกว้างได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานเอนเตอร์เทนในเรตราคาต่าง ๆ
โดยท้ายที่สุดจากผลชันสูตร ผลชี้ว่าสาเหตุของการเสียชีวิตของลัลลาเบล เกิดจากปริมาณของแอลกอฮอล์ในเลือดที่มีปริมาณสูงกว่า 400 มิลลิกรรม และไม่พบสารคัดหลั่ง สารเสพติด สารแปลกปลอม ส่วนร่องรอยฉีกขาดที่อวัยวะเพศแพทย์ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการข่มขืนกระทำชำเรา
หนุ่มแว่นหัวร้อน
จากคลิปวิดีโอที่แชร์กันสนั่นโซเชียล ภาพของหนุ่มเสื้อขาวสวมแว่นโวยวายด่ากราดลามปามดูถูกผู้อื่น ในขณะที่แฟนสาวและผู้ถ่ายคลิปพยายามห้ามปรามอย่างใจเย็น หลังขับรถเก๋งชนท้ายรถกระบะ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนอย่างมากโดยตั้งฉายาว่า “หนุ่มแว่นหัวร้อน”
ซึ่งในคืนวันเดียวกัน หนุ่มแว่น เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทซึ่งหน้า” และ “ทำร้ายร่างกาย” ที่ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยระหว่างเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้มีชาวบ้านไปดักรอเป็นจำนวนมาก โดยได้ด่าทอทั้งเจ้าตัว แฟนสาว และแม่ ทั้งยังอัดคลิปและไลฟ์สดด่า หนุ่มแว่น อยู่ตลอด ทำให้สังคมอีกส่วนหนึ่งตั้งคำถามในประเด็นใหม่ว่า “หรือที่หนุ่มแว่นหัวร้อนด่านั้นจะเป็นความจริง”
นอกจากข้อกล่าวหาข้างต้นแล้ว หนุ่มแว่นยังถูกให้ออกจากงานที่ทำอยู่ด้วย
ฆ่ายัดตู้เย็น
พาสังคมตื่นตะลึงอย่างมาก จากเหตุสลดรับแจ้งว่ามีคนพบศพถูกฆ่ายัดตู้เย็น โดยในคดีนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 2 ราย โดยเริ่มจากเพื่อนของผู้ตายไม่สามารถติดต่อกับผู้ตายได้ จึงมาตามหาถึงที่บ้านแต่ก็พบเพียงลูกชายของผู้ตายและสังเกตเห็นพิรุธจึงค้นหาทั่วบ้านและสุดท้ายมาพบศพของเจ้าของบ้านในตู้เย็นซึ่งอยู่ในสภาพถูกหั่นเป็นหลายส่วน โดยหลังจากพบศพลูกชายของผู้ตายได้หยิบปืนมายิงตัวเองบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ด้วยเป็นคดีสะเทือนขวัญต่อสังคมทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปในหลายทิศทาง โดยเฉพาะการกล่าวหาของชาวเน็ตว่าคนลงมือฆ่าและหั่นศพคือเพื่อนของผู้ตาย แต่ทำการอำพรางศพและลงมือฆ่าปิดปากลูกชายของผู้ตายด้วยอีกรายหนึ่ง โดยทั้งหมดเป็นการตีความที่ไร้ซึ่งหลักฐาน
แต่สุดท้ายความจริงได้กระจ่างจากกระบวนการพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งสรุปได้ว่าคนลงมือฆ่าและหั่นศพเจ้าของบ้าน คือลูกชายแท้ ๆ เอง ไม่ใช่เพื่อนเจ้าของบ้านอย่างที่ชาวเน็ตกล่าวหา โดยลูกชายผู้ตายเป็นคนลงมือเพียงผู้เดียวด้วยการใช้มีดและค้อนในการหั่นศพ จากหลักฐานคราบเลือดในห้องน้ำและเศษชิ้นส่วนในชักโครก ซึ่งเมื่อเพื่อนผู้ตายพบศพตัวลูกชายจึงยิงตัวเองหวังปลิดชีพหนีความผิด

































