ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักก่อน อะไรคืออารยสถาปัตย์?
อารยสถาปัตย์ (Universal Design) คือ การออกแบบสถานที่ ของใช้ สิ่งรอบตัว ของส่วนรวมให้เป็นมิตรกับทุกคน ตอบโจทย์การใช้งานของคนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไป เด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา ไปจนถึงคนพิการ ให้สามารถใช้งานได้สะดวกปลอดภัยด้วยตัวเอง

การให้ความสำคัญกับอารยสถาปัตย์ ทำให้เห็นว่าเราไม่แบ่งแยก เราต้องการที่จะให้ทุกคนอยู่ร่วมกัน ใช้ชีวิตกันในสังคมได้อย่างเท่าเทียม ไม่ต้องมีคนกลุ่มใดต้องรอขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ไม่มีใครต้องเป็นภาระใคร ทำให้ทุกคนใช้ชีวิตสะดวก ปลอดภัย และลดปัญหาอุบัติเหตุได้
อะไรบ้าง ที่ควรต้องเป็นอารยสถาปัตย์?
ทางม้าลาย vs สะพานลอย
เป็นปัญหากับทุกคนทั้งคนเดินและคนขับรถเลยก็ว่าได้ การสร้างสะพานลอยเหมือนเป็นการผลักภาระไปให้คนต้องการจะข้ามถนนซะงั้น ถ้าได้ลองไปใช้จริง ๆ จะรู้ว่าคนธรรมดาเดินยังเหนื่อยหอบ ไม่ต้องคิดถึงผู้สูงอายุ หรือคนพิการเลย แถมบางที่ยังเป็นมุมอับบรรยากาศชวนก่อเหตุอาชญากรรม เมื่อเลือกที่จะข้ามถนนแล้วหากเกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้นมาคนที่ผิดเลยกลายเป็นคนข้ามไปอีก

กลับกัน ถ้าทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองว่าต้องทำยังไง มีทางม้าลาย ไฟเขียวไฟแดงสำหรับคนข้ามและรถ มีสัญญาณให้กด มีเลขวินาทีที่ชัดเจน คนข้ามรู้จังหวะ คนขับรู้ว่าต้องหยุดให้แค่นี้ก็น่าจะจบแล้ว ใช้ชีวิตง่ายขึ้นกันทั้งคนปกติและคนพิการ แต่ก็นั่นแหละ เปลี่ยนนิสัยคนน่าจะยากที่สุด
ฟุตบาท

การหวังให้ฟุตบาทไทยปูกระเบื้องให้ถูกต้องเพื่อคนตาบอดและคนที่ต้องใช้รถเข็นยังดูเป็นเรื่องยาก เพราะทุกวันนี้ฟุตบาทยังเป็นหลุมเป็นบ่อ มีปัญหาแม่ค้าขายของบนทางเท้า มอเตอร์ไซต์วิ่ง เดินไปอยู่ดี ๆ มีเสาโผล่มา คนธรรมดาขาดี ๆ ตามองเห็นยังจะเอาตัวไม่รอด ซึ่งฟุตบาทที่ดี ควรจะต้องตอบโจทย์กับทุกกลุ่มคน กระเบื้องเสมอกัน มีแผ่นกระเบื้องสีเหลืองแบบปุ่มและแบบทางตรงเพื่อคนตาบอด มีทางลาดเพื่อรถเข็น (ที่ไม่ได้มีไว้ให้รถมอเตอร์ไซต์ขับหรือแม่ค้าเข็นของกันขึ้นมาขายกันบนทางเท้านะจ๊ะ)
ถ้าเราลองจินตนาการถึงกรุงเทพฯ หรือประเทศไทยที่มีทางเท้าที่ปลอดภัย ไร้เสา พื้นเสมอกันไม่ผุพัง คงเป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้สมกับเมืองท่องเที่ยว เราน่าจะใช้ชีวิตกันแบบแฮปปี้ สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้ด้วย
ทำความรู้จักกระเบื้องสีเหลืองบนทางเท้า
กระเบื้องแบบปุ่ม – เมื่อคนตาบอดใช้ไม้เท้าสัมผัสโดนปุ่ม จะเป็นสัญญาณเพื่อให้หยุดหรือระวัง เพราะข้างหน้าเป็นทางต่างระดับ ทางลาดชัน หรือสุดเขตฟุตบาท

กระเบื้องแบบแนวตรง – เป็นสัญญาณให้เดินต่อได้ แต่ควรวางแนวกระเบื้องไปทางเดียวกับทางเดิน คนตาบอดจะได้รู้ว่าต้องเดินไปทางไหน

*ที่ทำเป็นสีเหลืองเพราะเป็นสีที่สามารถมองเห็นได้ชัดที่สุด สำหรับคนที่ยังมองเห็นได้เลือนลาง*
รถสาธารณะ
ทุกวันนี้คนทั่วไปใช้รถสาธารณะก็แทบจะหัวทิ่มตาย รถเมล์จอดไม่ตรงป้ายมั่ง จอดไม่สนิทก็ต้องรีบกระโดดลงมั่ง BTS เสียวันเว้นวันมั่ง BTS MRT ที่มีพื้นที่สำหรับรถเข็นด้านในขบวน แต่ไม่มีลิฟต์ตั้งแต่ทางขึ้น-ลงสถานีแล้ว คนทั่วไปอาจจะไม่เห็นว่ามันสำคัญมากนัก แต่การที่คนขาไม่ดี ต้องถือไม้เท้า นั่งรถเข็น ตาไม่ดีต้องมาเดินลงบันไดเลื่อนมันเป็นเรื่องยาก
ความจริงก็มีอีกหลายที่ที่ควรออกแบบเพื่อทุกคน อย่างเช่นลิฟต์ที่ควรจะมีเสียงบอกทุกชั้นและปุ่มอักษรเบล ห้างสรรพสินค้าหรืออาคารที่ควรจะมีทางลาดเพื่อรถเข็นตรงทางเข้า ห้องน้ำสาธารณะที่ควรจะมีห้องสำหรับคนพิการหรือเด็กเผื่อไว้บ้าง ที่จอดรถสำหรับคนพิการหรือคนชราที่ใกล้ทางเข้าออกอาคารนั้น ๆ เพื่อความสะดวกมากที่สุด และยิบย่อยที่เราอาจจะคิดไม่ถึง อย่างพวกรายการข่าวที่มักจะมีผู้บรรยายภาษามือสำหรับคนหูหนวก ภาพยนตร์ที่มีซับไตเติ้ลให้อ่าน มีคำพูดบรรยายตลอดเวลาสำหรับคนตาบอด นั่นก็เรียกว่าเป็น Universal Design อย่างหนึ่งเหมือนกัน

ต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง ถ้าอยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอารยสถาปัตย์ ?
อันดับแรก คือ ทัศนคติของคน เราต้องให้ความสำคัญกับมันก่อน ถ้าเราเป็นคนธรรมดาที่สามารถเดินและมองเห็นได้ปกติ เราคงจะไม่อินกับมันมาก (ยกเว้นว่าเจอฟุตบาทหรือสะพานลอยที่ไม่ไหวจริง ๆ) แต่ถ้าได้ลองใช้ชีวิตแบบเดินได้ไม่ปกติ มองเห็นได้ไม่ปกติ เราคงจะหงุดหงิดและเริ่มเห็นว่าอารยสถาปัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกสังคมควรจะมี
อันดับที่สอง ควรจะให้ความรู้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าโครงการปรับปรุงสถานที่ไปจนถึงลูกจ้างที่รับงาน เพราะเราจะเห็นคนแชร์กันบ่อย ๆ รูปที่ฟุตบาทปูกระเบื้องสีเหลืองอยู่ริมต้นไม้ หรือปูกระเบื้องสีเหลืองแล้วตรงไปเป็นเสา หรือทางลาดลงของรถเข็นที่ชันเกินไปจนใช้การไม่ได้ บอกเลยว่าพังมาก การทำความเข้าใจให้เห็นความสำคัญและข้อมูลที่ถูกต้องกับทุกคนจึงไปเป็นสิ่งสำคัญ
ใช่ว่าตอนนี้ประเทศไทยไม่มีส่วนที่ออกแบบเป็นอารยสถาปัตย์นะ ปัจจุบันก็เริ่มมีการนำสายไฟลงใต้ดินในหลายถนนในกรุงเทพฯ นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการริเริ่มอารยสถาปัตย์ที่ดี (เพราะเสาไฟฟ้าเป็นอุปสรรคสำคัญของคนเดินทางเท้า และคนใช้รถใช้ถนน) แต่ของแบบนี้มันต้องค่อย ๆ เปลี่ยนกันไปทีละจุด ปรับความเข้าใจกันไปเรื่อย ๆ เป็นกำลังใจให้ไทยแลนด์ที่กำลังจะมีอารยะกันด้วยนะ !
อ้างอิงข้อมูลจาก FB ความรู้รอบตัว , www.bsa.or.th , www.accessibilityisfreedom.org






























