Home Trending Story Trend ในประเทศ 5 เทรนด์ต้องจับตาในรอบสัปดาห์

5 เทรนด์ต้องจับตาในรอบสัปดาห์

ดราม่าโขนวัฒนธรรมใคร

ภาพจาก facebook.com

หลังเกิดปมดราม่าระดับชาติในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อชาวกัมพูชาไม่พอใจ จากกรณีข่าวกระทรวงวัฒนธรรม ขอไทย เสนอการแสดงโขน ต่อองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ ในปี 2561 โดยสังคมออนไลน์ของในกัมพูชา ยืนกรานว่า การแสดงโขนเป็นการแสดงและวัฒนธรรมของชาวกัมพูชาไม่ใช่ของไทย ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‎Kittipong Apichatmaetee‎ ได้โพสต์ภาพและข้อความลงในกลุ่มสาธารณะ “ภาพเก่าในอดีต” ว่าภาพถ่ายเจ้าปัญหาในวิวาทะเรื่องโขน โดยมีการอ้างถึงปีที่ถ่ายภาพเหล่านี้ คือ 1659 ซึ่งผู้อ้างเข้าใจผิดว่าเป็นปี ค.ศ. ที่ถ่ายภาพ หากลองบวกลบแปลงเป็น พ.ศ.จะเท่ากับ พ.ศ.2202 ซึ่งเป็นยุคสมัยในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ในตอนนั้นเทคโนโลยีการถ่ายภาพยังไม่เกิดขึ้น กว่าจะมีภาพถ่ายใบแรกเกิดขึ้นในโลก ก็เป็นปี พ.ศ.2369 (ค.ศ.1826) โดย Joseph Nicephore Niepce และอีก 13 ปีต่อมา ในปี พ.ศ.2382 (ค.ศ.1839) Jacques Daguerre จึงได้ประดิษฐ์วิธีการถ่ายภาพแบบ Dagurreotype (ดาแกโรไทป์) อันลือลั่นขึ้นมาได้สำเร็จ ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้เกิดในสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ รัชกาลที่ 3 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งก็มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นไว้น่าสนใจว่า เลข 1659 น่าจะเป็นลำดับภาพ ไม่ใช่จะใช่ปีที่ถ่ายแต่อย่างใด

นิด้าโพล เผยประชาชน 71% ไม่เห็นด้วย เพิ่มโทษ ไม่มี-ไม่พก “ใบขับขี่”

ภาพจาก นิด้าโพล

นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องการแก้กฎหมาย – เพิ่มโทษใบขับขี่ จำนวน 1,251 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ โดยการแก้กฎหมายเพิ่มโทษมีดังนี้ กรณีไม่มีใบขับขี่/ใบขับขี่หมดอายุ (จำคุกไม่เกิน 3 เดือน/ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท) และกรณี ไม่พกใบขับขี่ (ปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท) จากการสำรวจด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่กรมการขนส่งทางบกจะแก้กฎหมาย การเพิ่มโทษกรณีไม่มีใบขับขี่/ใบขับขี่หมดอายุ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 71.54 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย และเมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การเพิ่มโทษกรณีไม่พกใบขับขี่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 67.47 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า บทลงโทษมีความรุนแรงเกินไป โทษค่าปรับสูงเกินไปไม่เหมาะสมกับฐานความผิด ควรพิจารณาเป็นรายกรณีไป ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุและไม่สามารถช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้

เด็กก่อคดีเฉลี่ยวันละ 83 ราย กรมสุขภาพจิตเผยน่าห่วงยิ่งขึ้น 3 ปีพบก่อคดีซ้ำเพิ่ม 7%

ภาพจาก กรมสุขภาพจิต

อธิบดีกรมสุขภาพจิต เผยถึงสถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชน ในขณะนี้น่าเป็นห่วงและกำลังเป็นปัญหาสังคมที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ต้องเร่งช่วยกันแก้ไขป้องกัน โดยปัญหาเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนยุติธรรมที่พบนี้มี 2 ลักษณะ คือเป็นผู้กระทำผิด และถูกคนอื่นกระทำ ข้อมูลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในปี 2559 มีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมา กระทำผิด 30,356 คน เฉลี่ยวันละ 83 คน ร้อยละ 93  เป็นชาย เกือบร้อยละ 90 มีอายุ 15-18 ปี เป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมากอันดับ 1 และพบว่าแนวโน้มการก่อคดีซ้ำของเด็กเพิ่มขึ้นเพียงแค่ช่วง 3 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ผลการศึกษาวิจัยของกรมสุขภาพจิตล่าสุดในปี 2558 พบว่าในกลุ่มเด็กที่กระทำผิด ส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรคทางจิตเวชสูงถึงร้อยละ 96 สูงกว่าเด็กทั่วไป 5 เท่า ที่พบมากที่สุดคือ ความผิดปกติของพฤติกรรมการใช้สารเสพติด โรคเกเรต่อต้าน โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคอารมณ์แปรปรวน โรคสมาธิสั้น ตามลำดับ

นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน แถลงตอบโต้ลูกค้า ปมสักปากแล้วติดเชื้อ

ภาพจาก sanook.com

จากกรณีที่ 2 สาวได้เข้ารับบริการสักปากสีชมพู ก่อนจะมีอาการติดเชื้อปากเหวอะ กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่าใช้บริการสักปากจากร้านเสริมสวยของ “นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน” ทำให้เสียโฉมและไม่ได้ความงามตามที่ต้องการ ล่าสุด น.ส.ณัฐณิชา สกุลจารุพงศ์ หรือ นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน ได้ออกมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ในฐานะเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยอาจารย์เฟียร์ สักคิ้ว พร้อมด้วย นายธรรมชาติ สุนทรนิธิพงศ์ หรือ อาจารย์เฟียร์ ช่างสัก โดยเจ้าตัวยืนยันว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นไม่เคยปัดความรับผิดชอบ เพียงแต่ต้องการปรึกษาอาการจากแพทย์ก่อน เพื่อยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อจากทางร้าน ขณะนี้ประเด็นที่อ้างว่า นิกกี้ไม่เคยเดินทางไปเยี่ยมลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย เป็นเพราะว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเองก็ป่วยปัญหาสุขภาพเช่นกัน แต่ก็มีการประสานงานคุยทางออนไลน์ตลอดเวลา กระทั่งเริ่มรู้สึกว่ากลายเป็นผู้ถูกกล่าวหา จึงตัดสินใจไม่ได้เยี่ยมที่โรงพยาบาล

เด็กใหม่ 

ภาพจาก lakornsod.com

เด็กใหม่ ซีรีส์น่าดูจากช่อง GMM25 ซึ่งเป็นซีรีส์สะท้อนสังคมที่ทำมาจาก 13 ข่าวฉาวในโรงเรียนที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ ในสังคมไทย ตีแผ่ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วน ตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือข่าวสุดสลดในโลกออนไลน์ที่ทุกคนเคยได้ยิน สะท้อนปัญหาสังคมผู้หญิงโดนกระทำในชั่วโมงนี้ โดยตัวเอกของซีรีส์เรื่องนี้มีชื่อว่า แนนโน๊ะ (แสดงโดย คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล) เป็นเด็กนักเรียนที่จะเปลี่ยนโรงเรียนไปเรื่อยๆ ในแต่ละตอน คาแรคเตอร์ของตัวละครนี้ไม่มีใครบ่งบอกได้ว่า แนนโน๊ะเป็นคนอย่างไร แต่สัมผัสได้ถึงความหลอน ความจิต ที่แสดงออกมาผ่านสีหน้าและแววตา สำหรับซีรีส์ เด็กใหม่ (Girl from Nowhere) ออกอากาศทุกวันพุธ เวลา 22.25-23.25 น. ทางช่อง GMM25 และรีรันทุกวันเสาร์ เวลา 22.25-23.25 น.