Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง อยู่ให้รัก..จากให้คิดถึง

อยู่ให้รัก..จากให้คิดถึง

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวดังในวงการฟุตบอลอังกฤษ เมื่อผู้จัดการทีมที่คุมอาร์เซนอล มานานเกือบ 22 ปีอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ประกาศลงจากเก้าอี้เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

ทุกครั้งหลังทราบข่าวหรือพบเจอคนทำงานแล้วประสบความสำเร็จกับที่ใดที่หนึ่งนานเกิน 10 ปีขึ้นไปแล้ว ผมมักจะอดทึ่งและชื่นชมไม่ได้ว่า ผู้นั้นจะต้องมีทั้งศรัทธาทั้งความรู้สึกร่วมกับองค์กรที่เขาอยู่นั้นอย่างแนบแน่น จนทำให้เกิดความรักและภักดีอยู่ทำงานที่เดียวได้นานซะขนาดนั้น ไม่ต้องพูดถึงผู้จัดการทีมจากฝรั่งเศสผู้นี้ที่อยู่ยาวถึงกว่าสองทศวรรษ

โดยส่วนตัวแล้วผมจะรู้สึกผูกพันกับความสำเร็จของอาร์แซน เวนเกอร์ เพราะปี 1998 ที่เขาพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกนั้น ผมบังเอิญได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงลอนดอนพอดี ได้เห็นทั้งสื่อและผู้คนพูดถึงปรากฏการณ์ครั้งนั้นแบบตกตะลึง ถึงฟอร์มอันมหัศจรรย์ของทีม “ปืนใหญ่” ในยุคนั้น ที่เล่นได้ตื่นตาตื่นใจด้วยผู้เล่นอย่าง นิโกล่าส์ อเนลก้า, มาร์ค โอเวอร์มาร์ส และ เดนิส เบิร์กแคมป์

ตอนนั้นอดทึ่งไม่ได้ว่า ผู้จัดการทีมซึ่งมีประสบการณ์ฟุตบอลอังกฤษอันน้อยนิด แถมมาจากสโมสรในญี่ปุ่นอย่าง นาโกย่า แกรมปัส เอต จะมาคุมทีมใหญ่ๆให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร

ปรากฏว่าเอาเข้าจริง เวนเกอร์ มาพร้อมกับไอเดียใหม่ๆในหลากหลายเรื่อง พร้อมกับการปฏิวัติโฉมหน้าวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีในยุคนั้นไปอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น

1 เรื่องแรกคือระบบ “โภชนาการ” ที่เขาให้ความสำคัญกับการกินดื่มของลูกทีมเป็นอย่างมาก อาหารที่เต็มไปด้วยไขมันและน้ำตาลถูกสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด แน่นอนรวมทั้งของมึนเมาด้วย

2 ระบบการเล่นที่เน้นเกมรุกและความรวดเร็วเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้า เวนเกอร์เคยพูดว่า กองหน้าที่สามารถออกตัวได้เร็วในช่วง 5-10 หลาแรกจะทำให้ได้เปรียบคนอื่น กองหลังอังกฤษที่ช้าๆในยุคนั้นก็เลยวิ่งตามแนวรุกอาร์เซนอลไม่ทันสักคน

3 นำนักเตะต่างชาติที่มีความเป็นมืออาชีพเข้ามาเป็นตัวอย่างให้กับนักฟุตบอลท้องถิ่น

ปฏิวัติครั้งต่อมาของเวนเกอร์ คือการยุให้สโมสรสร้างสนามใหม่ด้วยความจุผู้ชมที่มากถึง 60,000 คน โดยใช้เงิน (ส่วนหนึ่ง) และชื่อของสปอนเซอร์ว่า เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทำให้อาร์เซนอลกลายเป็นสโมสรที่มีฐานแฟนขยับสูงขึ้น (แม้จะมีปัญหาเรื่องการเงินในช่วงแรก) และมีรายได้หลักเพิ่มอย่างเป็นกอบเป็นกำ จนต่อมาสโมสรอื่นๆค่อยขยับตัวตามอย่าง หรือเพิ่งคิดจะทำอย่าง สเปอร์ส หรือ เชลซี

สุดท้ายผมว่าการตัดสินใจอำลาทีมในครั้งนี้ของ อาร์แซน ถือว่าทำได้ถูกที่ถูกเวลาดี มีคนวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของเขาบ้างในระยะหลัง แต่ก็ยังไม่ถึงกับตกต่ำมาก และเขาจะยังเป็นตำนานของอาร์เซนอล รวมทั้งพรีเมียร์ลีกไปตลอดกาล

เวนเกอร์เหนื่อยและเครียดมานานแล้ว จะได้โอกาสไปพักผ่อนสูดออกซิเจนให้เต็มปอด กลับมาแล้วเชื่อว่า ด้วยประสบการณ์และความรู้ในวงการฟุตบอลของเขานั้น ยังทำประโยชน์ให้กับฝรั่งเศสหรือไม่ว่าที่ไหนได้อีกอย่างมหาศาลทีเดียว.