สัปดาห์นี้ไม่ได้มาเขียนเรื่องภาพยนตร์นะครับเพราะไม่รู้จะดูอะไร (อ้าว..อู้) แต่ก็ไม่ได้มาแบบมือเปล่านะจ๊ะเพราะช่วงที่ไม่ได้ตีตั๋วดูภาพยนตร์ นอนอยู่บ้านเฉยๆช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันหนึ่งดันกดรีโมตทีวีไปเจอรายการประกวดร้องเพลงที่แปลกใหม่ไม่น้อยสำหรับวงการทีวีไทย นั่นคือ THE RAPPER รายการประกวดร้องเพลงแร๊พของช่อง Workpoint TV ที่ดูแล้วสนุกสนานทีเดียว รวมถึงอีกรายการที่กำลังจะออนแอร์เร็วๆนี้อย่าง Show Me The Money Thailand จนเกิดกระแสคุยกันสองรายการนี้อาจทำให้วงการเพลงฮิปฮอปกลับมาดังระเบิดในบ้านเราอีกครั้ง (หรือเปล่า?)
ช่วง 4-5 ปีหลังเวลาเปิดดูทีวี คุณผู้อ่านจะเห็นได้ว่าเรามักเจอรายการประกวดร้องเพลงสัปดาห์ละ 3-4 รายการ ประกวดร้องเพลงสากลบ้าง, เพลงลูกทุ่งบ้าง หรือรายการแสดงความสามารถอื่นๆที่ผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่ก็ดันเลือกความสามารถที่พบเห็นได้ทั่วไปอย่างการร้องเพลง มาแสดงให้กรรมการได้ดู เรียกว่าเห็นกันจนเบื่อ และรูปแบบมันก็ซ้ำกันจนไม่มีอะไรแปลกใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่รายการร้องเพลงแบบนี้มันจะฮิตๆกันแค่ซีซันแรก-ซีซัน 2 พอเข้าซีซัน 3-4-5 คนดูจับทางได้ก็ไม่น่าสนใจแล้ว
จากปัญหารูปแบบรายการซ้ำซาก Workpoint TV ช่องฟรีทีวีที่เคยทำเรตติ้งถล่มทลายจากรายการ The Mask Singer (หน้ากากนักร้อง) ซีซันแรก และเริ่มแผ่วลงในซีซันหลัง ก็ปิ๊งไอเดียจัดรายการประกวดร้องเพลงที่แตกต่างขึ้นมานั่นคือ THE RAPPER ชักชวนเหล่าแร๊พเปอร์ฝีมีอดีทั่วประเทศ แสดงความสามารถในการแร๊พให้กรรมการทั้ง 4 อย่าง ฟักกลิ้ง ฮีโร่, URBoy TJ, ปู่จ๋านลองไมค์ และ โต้ง 2P Southside เลือกเข้าทีม เฟ้นหาสุดยอดแร๊พเปอร์เบอร์ 1 ของประเทศ แล้วมาทำเพลงร่วมกับ 2 เจ้าพ่อเพลงฮิปฮอปเมืองไทย โจอี้ บอย กับ ขันเงิน ไทยเทเนี่ยม ในอนาคต

รายการ THE RAPPER ออกอากาศไปแล้ว 2 เทป และหาดูย้อนหลังได้ทาง Youtube ปรากฏว่ากระแสดีทีเดียวยอดวิวทะลุล้านไปแล้วทั้ง 2 เทป คนที่มาประกวดก็มีทักษะความสามารถทางการแร๊พขั้นอ๋อง มีทั้งแนวดุเดือด, น่ารัก และตลกขบขัน ถึงผู้เข้าแข่งขันจะหน้าตาคุ้นๆเพราะเคยไปแข่งรายการอื่นมาแล้วเช่น หมวดแวน, เคนน้อยร้อยลีลา ฯลฯ แต่ก็สนุกอยู่ดี ดูแล้วก็นึกถึงช่วงหนึ่งที่ผู้เขียนเคยบ้าคลั่งเพลงฮิปฮอปอย่างหนัก เขียนเพลงแร๊พล้อเพื่อนสมัยมัธยม กระนั้นก็มีข้อเสียนิดหน่อยตรงที่ผู้ชมในห้องส่งเท่าที่สังเกตดูไม่ใช่แฟนเพลงแนวนี้กันเท่าไหร่ เวลาผู้เข้าแข่งขันออกมาแร๊พแล้วมีท่อนเด็ดโดนใจ ก็ไม่ส่งเสียงฮือฮาโห่ร้องกันเท่าที่ควรซึ่งผิดสไตล์ของกลุ่มคนดู แร๊พ แบทเทิล โดยธรรมชาติ ทำให้รายการดูกร่อยไปนิด

อีกรายการที่กำลังจะออนแอร์ในวันที่ 24 เมษายนนี้ คือ Show Me The Money Thailand ของช่อง True4U ซึ่งมีต้นฉบับเป็นรายการดังจากเกาหลีแล้วทางช่องไปซื้อลิขสิทธิ์มา รูปแบบรายการคล้ายคลึงกับ THE RAPPER คือเฟ้นหาสุดยอดแร๊พเปอร์มือดีมาประดับวงการ โดยมีคณะกรรมการที่เป็นศิลปินดังในสายนี้มากมายเช่นวง Buddha Bless, ดาจิม, เป้ วง Mild, เดย์ ไทยเทเนียม ฯลฯ เรียกว่าสู้กันหมัดต่อหมัดซึ่งก็ต้องมาดูกันอีกทีว่ารายการไหนจะยิงหมัดเด็ดใส่คนดูได้มากกว่า
พูดถึงรายการแข่งขันแร๊พเปอร์ จะว่า 2 รายการข้างต้นเป็นรายการประกวดร้องเพลงแบบที่ไม่เคยมีในเมืองไทยก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีรายการอย่าง RAP IS NOW ที่เผยแพร่ทาง Youtube กับ Facebook ที่สร้างกระแสความนิยมในหมู่วัยรุ่นไทยได้ไม่น้อย ยอดวิวรวมกันถึง 300 ล้านวิว แร๊พเปอร์หลายคนก็มีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นจากรายการนี้ เพียงแต่ว่ายังเจาะหมู่คนทำงานหรือผู้ใหญ่ที่ยังนิยมดูทีวีซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ได้ไม่มาก ก่อนเป็นช่อง Workpoint TV กับ True4U ที่เล็งเห็นว่าการประกวดรูปแบบนี้น่าจะเจาะตลาดได้เพิ่มขึ้นเลยลงมือทำสายนี้บ้าง
ด้วยรูปแบบรายการแปลกใหม่ทำให้ผมเชื่อว่า THE RAPPER และ Show Me The Money Thailand น่าจะประสบความสำเร็จพอตัวสำหรับซีซันแรก ชาวบ้านร้านตลาดหรือผู้ใหญ่วัยทำงานที่ไม่เคยฟังเพลงสฮิปฮอปมาก่อนก็น่าจะได้ทำความรู้จักกับเพลงแนวนี้มากขึ้น และทำให้วงการเพลงฮิปฮอปเมืองไทยที่ซบเซามาพักใหญ่กลับมาคึกคัก แต่ถ้าถามว่าจะกลับมาเป็นหนึ่งในแนวเพลงกระแสหลักของเมืองไทยเหมือนสมัยที่ โจอี้ บอย กับ ไทยเทเนียม ครองวงการในช่วงปี 40 หรือเปล่า? อันนี้ต้องดูกันยาวๆ
เพราะอย่างที่เห็นกัน รายการประกวดร้องเพลงเกือบทุกรายการมักจะเปรี้ยงแค่ซีซันแรก-ซีซันสอง แถมยังจัดกันถี่แบบปีต่อปี ต่อให้ผู้ชนะแข่งขันจะมีความสามารถเฉพาะตัวมากเพียงใด แต่คนดูก็พร้อมจะลืมทันทีเมื่อซีซันใหม่เข้ามา และรายการก็จะเสื่อมความนิยมเรื่อยๆถ้าไม่มีอะไรใหม่ๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญนอกเหนือจากทำรายการให้สนุก และผู้ชนะต้องมีคาแร็คเตอร์ชวนจดจำแล้ว ก็ต้องปลุกปั้นผลักดันให้แชมป์ได้แสดงศักยภาพในวงการเพลงอย่างถึงที่สุดด้วย (ในที่นี้อาจหมายถึงร่วมกันทำเพลงฮิตให้ดังระดับประเทศ) ไม่ใช่ประกวดจบแจกรางวัลแล้วก็ปล่อยเลยตามเลยไปหาทางดิ้นรนเอาเอง
ซึ่งผมก็หวังว่าทั้ง THE RAPPER และ Show Me The Money Thailand จะทำได้เหนือกว่ารายการประกวดร้องเพลงอื่นๆ ไม่เช่นนั้นคำพูดที่คนดูบอกกันว่า 2 รายการนี้จะปลุกชีพจรเพลงฮิปฮอปเมืองไทย มันก็จะกลายเป็นการจุดกระแสแค่ชั่ววูบเหมือนดอกไม้ไฟที่ถูกยิงขึ้นฟ้า พอระเบิดให้คนดูเห็นแสงสีสวยงามแล้วก็หายไป






























