
ประเด็นที่ผมตั้งคำถามเอาไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่านักบิดคนใดจะเร็วที่สุด ที่บุรีรัมย์ จบลงด้วยเวลาต่อรอบเร็วที่สุดของนักบิดร่างจิ๋ว ดานี่ เปโดรซ่า ที่ 1 นาที 29 .781 เท่ากับว่า เร็วกว่าสถิติสนามที่ โจนาธาน เรีย ในฝั่งเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ ถึง 3.176 วินาทีเลยทีเดียวนะครับ งานนี้ทำเอาหลายคน(รวมถึงผมด้วย)หน้าแหก เพราะไม่คิดว่ารถโมโตจีพีจะเร็วได้ขนาดนี้!
งานโมโตจีพีวินเตอร์เทสต์ครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผมเหมือนกันที่มีโอกาสได้ไปชมการเทสต์รถตามโปรแกรมอย่างเป็นทางการ ซึ่งต่างจาก เรซปกติตรงที่บริเวณด้านหน้าพิตของทุกทีม จะเปิด-ปิด เฉพาะรถแข่งเข้า-ออก เท่านั้น เพื่อไม่ให้เห็นการทำงานภายในพิตโดยเฉพาะการเซ็ตอัพรถของทีมงาน เช่นเดียวกับด้านหลังพิต ทุกทีมจะปิดประตูกันแบบมิดชิด
ในสนามไม่มีภาพจากกล้องถ่ายทอดสด เหมือนกับเรซปกติ เพราะนี่คือการเทสต์ ในห้องสื่อมีเพียงจอไลฟ์ไทม์มิ่งบอกเวลาต่อรอบ ซึ่งช่องทางที่ทำให้เราเกาะติดรายระเอียดในช่วงเทสต์ได้ดีที่สุด ก็คือช่องทางทวิตเตอร์ จากแอคเคาท์อย่างเป็นทางการของโมโตจีพี
ย้อนไปในการทดสอบเช้าวันอาทิตย์ที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายจากทั้งหมด 3 วัน สัญญาณธงเขียวโบกให้นักแข่งนำรถออกมาวิ่งได้ไม่ถึงชั่วโมง มีสัญญาณธงแดงโบกทั่วสนาม ณ ตอนนั้นไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริง ผมเองก็ได้แต่สันนิษฐานไปว่า คงจะมีใครล้มที่โค้งใดโค้งหนึ่ง เพราะเห็นเจ้าหน้าที่มาร์แชล ขี่รถกันไปที่บริเวณโค้ง 2 ต่อโค้ง 3
ก่อนที่สุดท้ายผมเองที่อยู่ในสนาม จะถึงบางอ้อพร้อมๆกับแฟนโมโตจีพีทั่วโลก เมื่อข้อความในทวิตเตอร์ ของโมโตจีพีทวีตว่า สัญญาณธงแดง ครั้งนี้เนื่องจากเจอ ‘งู’ เลื้อยเข้ามาในแทร็ก ซึ่งภาพที่ปรากฎในทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของโมโตจีพี คือภาพที่ถ่ายจากเรซคอนโทรล เห็นมาร์แชลสนามช้างฯจับงูด้วยมือเปล่าอยู่บริเวณ โค้ง 2 ต่อโค้ง 3
ช็อตถือว่าเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนความเร็วทั่วโลกในทวิตเตอร์ได้พอสมควร มีการแซวกันในทวิตเตอร์อย่างสนุกสนาน บ้างก็ว่า งู อยากออกมาเทสต์รถด้วย บางคนทวีตถามว่างูทำเวลาต่อรอบได้เท่าไหร่ บางคนทวีตชมมาร์แชลไทยกล้าหาญมากที่จับงูด้วยมือเปล่า ส่วนคนไทยบางคนที่ช่างติ ก็มีเข้ามาในทำนองว่า ไทยแลนด์ โอนลี่ จัดงานระดับนี้ปล่อยให้มีงูเข้ามาได้อย่างไร
เอาเป็นว่า เรื่องที่ งู โผล่เข้ามาในแทร็กเนี่ยะ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีงูเลื้อยบนแทร็กโมโตจีพี เพราะหากย้อนอดีตไปในการเทสต์ที่เซปัง ประเทศมาเลเซีย นิคกี้ เฮย์เดน ก็เคยขี่เจองูเห่าแผ่แม่เบี้ยมาแล้วที่โค้ง 11 ของเซปัง ครั้งเทสต์รถให้กับทีมเรปโซลฮอนด้าในปี 2007
หรือย้อนไปในปี 1998 สมัยที่โมโตจีพี รายการมาเลเซียน จีพี ยังจัดที่สนามยะโฮร์ เซอร์กิต จีโน่ บอร์ซอย ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการทีมแข่ง แองเคล นีโต้ (ทีมแข่งอิสระที่มี คาเรล อับบราฮัม และอัลบาโร่ เบาติสต้า เป็น 2 นักแข่ง) ก็เคยขี่ทับงูเห่า สมัยแข่งรุ่น 125 ซีซี จนได้รับฉายา “ไอ้งูเห่า” ก็เคยมีมาแล้วเช่นกัน
รวมถึงหากเป็นสัตว์ชนิดอื่นๆที่เข้ามาสร้างปัญหาในแทร็ก ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ นกนางนวลที่้สนามฟิลลิป ไอส์แลนด์ บนเกาะฟิลลิป ประเทศออสเตรเลีย ก็เคยทำเอา ฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ ต้องกลายเป็นผู้ฆ่านกมาแล้วในปี 2013 รวมถึง อันเดรีย เอียนโนโน่ ก็เคยสะดุ้งเฮดบัตต์เจ้านางนวลมาแล้ว สมัยขี่ดูคาติในปี 2015
ฉะนั้นหลังจบวินเตอร์เทสต์ เรื่อง งู ไม่ใช่ประเด็นใหญ่โตอะไร เมื่อเทียบกับมาตรฐานของสนามที่ ฟีดแบ็คจากนักแข่งทุกคนยกนิ้วให้ ว่านี่คือแทร็กที่ขี่สนุก และเร็วมากๆ โดยเฉพาะ วาเลนติโน่ รอสซี่ ที่กลับลำเสียงอ่อย ว่าแทร็กช้างฯ มีดีกว่าที่เคยสบประมาทไว้มากจริงๆ

































